法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. 2547(ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว

พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปล่อยชั่วคราวเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความควบคุมของสถานพินิจให้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กและเยาวชนให้สอดคล้องกับหลักการในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับถัดจากวันที่ประกาศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกองทุนสนับสนุนการปล่อยชั่วคราวศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ. ๒๕๓๘ เฉพาะในส่วนที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร

ระเบียบ ข้อบังคับ หลักปฏิบัติราชการและคำสั่งอื่นใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด หรือผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานพินิจให้ปฏิบัติราชการแทน

“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด หรือสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สถานพินิจต้องคุ้มครองสิทธิของเด็กหรือเยาวชนตามสิทธิอันพึงมีและต้องไม่ลิดรอนเสรีภาพของเด็กหรือเยาวชนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือโดยพลการ การควบคุมเด็กหรือเยาวชนไว้ในสถานควบคุมจะกระทำได้ต่อเมื่อกรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงและจะต้องมีระยะเวลาสั้นที่สุดอย่างเหมาะสม

การพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเด็กหรือเยาวชนนั้น ผู้อำนวยการจะต้องพิจารณาความจำเป็นในการเอาตัวเด็กหรือเยาวชนไว้โดยพิจารณาชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยกับสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและให้พึงพิจารณาข้อเหล่านี้ประกอบ

(๑) ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี

(๒) การสืบเสาะที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

(๓) โอกาสที่เด็กหรือเยาวชนจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

(๔) โอกาสที่เด็กหรือเยาวชนจะกลับไปกระทำความผิดอีก

(๕) ความปลอดภัยของเด็กหรือเยาวชนภายหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว

(๖) ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการปล่อยชั่วคราว

(๗) โอกาสที่เด็กหรือเยาวชนจะหลบหนี

(๘) ความน่าเชื่อของนายประกัน หรือหลักประกัน

การปล่อยชั่วคราวในคดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี จะมีโทษปรับหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน[๒]

การปล่อยชั่วคราวในคดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกเกินสามปี แต่ไม่เกินห้าปีจะมีโทษปรับหรือไม่ก็ตาม ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันแต่ไม่ต้องวางหลักประกัน[๓]

การปล่อยชั่วคราวในคดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกเกินห้าปี จะมีโทษปรับหรือไม่ก็ตาม ผู้อำนวยการจะกำหนดวงเงินตามสัญญาประกันหรือเรียกหลักประกันสูงเกินควรแก่กรณีมิได้[๔]

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อพนักงานคุมประพฤติได้รับมอบหมายให้ทำการสืบเสาะเด็กหรือเยาวชนรายใดแล้วต้องรีบถามปากคำเด็กหรือเยาวชนและบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้ที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว และหากมีผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราวเด็กหรือเยาวชนรายนั้นพนักงานคุมประพฤติต้องเสนอคำร้องพร้อมสำนวนและความเห็นไปยังผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาสั่งทุกราย แต่หากยังไม่สามารถถามปากคำทั้งหมดได้ทันให้สอบถามข้อความส่วนที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวไว้ก่อนแล้วเสนอให้ผู้อำนวยการพิจารณาสั่ง

กรณีเด็กหรือเยาวชนถูกนำตัวมาส่งยังสถานที่ควบคุมของสถานพินิจในวันหยุดราชการ และมีการร้องขอปล่อยชั่วคราวเด็กหรือเยาวชนนั้นให้ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้มีอำนาจปล่อยชั่วคราวในวันหยุดราชการสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับที่พักอาศัย ความสัมพันธ์ระหว่างนายประกันกับเด็กหรือเยาวชนและพฤติการณ์แห่งคดีโดยย่อแล้วพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร หากเห็นว่ายังไม่ควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวซึ่งจะต้องส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมทั้งความเห็นไปให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่ง จึงให้นัดมาฟังคำสั่งในวันแรกที่เปิดทำการหรือมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันแรกที่เปิดทำการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๕] ผู้อำนวยการอาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่มีความเหมาะสมเป็นผู้พิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนอกเวลาราชการหรือในวันหยุดราชการ โดยพิจารณาสั่งเฉพาะเด็กหรือเยาวชนที่ถูกส่งตัวมานอกเวลาราชการหรือในวันหยุดราชการนั้น ส่วนการขอปล่อยชั่วคราวเด็กหรือเยาวชนที่ถูกส่งตัวมาในเวลาราชการหรือส่งตัวมาก่อนแล้วนั้นจะให้มีการปล่อยชั่วคราว นอกเวลาราชการหรือในวันหยุดราชการด้วยหรือไม่ ให้ผู้อำนวยการแต่ละแห่งมีอำนาจพิจารณาว่าจะให้มีการดำเนินการหรือไม่ตามความเหมาะสม

ในการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้ผู้อำนวยการหรือผู้รับมอบหมายพิจารณาสั่งการโดยไม่ชักช้า การไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต้องมีเหตุผลประกอบอย่างชัดเจนแล้วนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาสั่ง แต่หากเป็นช่วงนอกเวลาราชการหรือในวันหยุดราชการและไม่สามารถนำเสนอเพื่อสั่งได้ในขณะนั้นให้นัดผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราวมาฟังคำสั่งในวันแรกที่เปิดทำการ

ในคดีที่รัฐมีนโยบายปราบปรามเป็นพิเศษ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม ผู้อำนวยการอาจเสนอความเห็นควรไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลพร้อมกับเสนอวิธีการบำบัดแก้ไขในเบื้องต้นรวมทั้งระยะเวลาที่ต้องใช้ในการบำบัด แก้ไขนั้นด้วย

เมื่อได้รับตัวเด็กหรือเยาวชนในคดีความผิดลหุโทษไว้ ต้องจัดให้พนักงานคุมประพฤติถามปากคำเด็กหรือเยาวชนนั้นทันทีแล้วปล่อยตัวไป หากยังไม่สามารถกระทำได้ในขณะนั้นให้นัดเด็กหรือเยาวชนมาพบเพื่อถามปากคำในภายหลัง ทั้งนี้ ต้องให้เด็กหรือเยาวชนปฏิญาณตนว่าจะมาพบตามกำหนดนัดพร้อมกับให้ลงลายมือชื่อไว้ และให้บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดไว้ด้วย

การปล่อยชั่วคราวเด็กหรือเยาวชนโดยไม่มีประกันให้ดำเนินการเช่นเดียวกับในคดีความผิดลหุโทษ

กรณีเด็กหรือเยาวชนเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนและถูกแจ้งการดำเนินคดีมายังสถานพินิจโดยมิได้แจ้งการจับกุมหรือควบคุมเด็กหรือเยาวชนนั้น ให้พนักงานคุมประพฤติถามปากคำเด็กหรือเยาวชนไว้ทันที แต่หากกรณีมิอาจกระทำได้ในขณะนั้น ให้นัดวันเวลาให้เด็กหรือเยาวชนมาพบในภายหลัง ทั้งนี้ ห้ามมิให้มีการควบคุมเด็กหรือเยาวชนรายนั้นและหากถูกนำมาส่งนอกเวลาราชการหรือในวันหยุดราชการก็ให้นัดมาพบพนักงานคุมประพฤติในวันแรกที่เปิดทำการ

กรณีที่พนักงานคุมประพฤติเสนอความเห็นให้มีการดำเนินการตามมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ และผู้อำนวยการเห็นชอบสั่งให้ดำเนินการแล้ว ให้หลีกเลี่ยงการควบคุมเด็กหรือเยาวชนนั้นไว้ในสถานที่ควบคุมโดยการปล่อยชั่วคราวหรือมอบแก่บุคคลหรือองค์การที่ให้การสงเคราะห์เด็กรับไปดูแลโดยไม่ต้องมีประกัน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีผู้ร้องขอปล่อยชั่วคราวเป็นบิดามารดา ญาติพี่น้อง หรือมีความเกี่ยวพันโดยการสมรส อ้างว่ามีฐานะยากจนและเด็กหรือเยาวชนอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียน หรือมีภาระต้องประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว หรือภาระอื่นอันจำเป็นต้องปฏิบัติโดยมีบันทึกเหตุแห่งความจำเป็นประกอบคำร้องให้ผู้อำนวยการมีอำนาจพิจารณาสั่งตามที่เห็นสมควร อาจกำหนดวงเงินต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ หรือให้มีประกันโดยไม่ต้องวางหลักประกันก็ได้

กรณีที่ผู้ต้องหากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดในขณะเป็นเด็กหรือเยาวชนและถูกแจ้งการจับกุมและควบคุมตัวมายังสถานพินิจ เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว บุคคลดังกล่าวมีสิทธิที่จะขอประกันตนเองได้ และหากเป็นผู้มีฐานะยากจนให้นำความในวรรคก่อนมาใช้บังคับโดยอนุโลม[๖]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การใช้บุคคลเป็นประกันให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) เป็นผู้มีตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือมีรายได้แน่นอน เช่น ข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ สมาชิกรัฐสภา ผู้บริหารราชการส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น พนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานของรัฐประเภทอื่น ๆ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐที่แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ลูกจ้างของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ผู้บริหารพรรคการเมือง ทนายความ

(๒) เป็นผู้มีความสัมพันธ์กับเด็กหรือเยาวชน เช่น เป็นบุพการี ญาติพี่น้อง ผู้บังคับบัญชา นายจ้างหรือบุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส หรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเด็กหรือเยาวชน หรือบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็กหรือเยาวชน หรือความสัมพันธ์ในทางอื่นที่ผู้อำนวยการเห็นสมควรให้ประกันได้

(๓) ต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองโดยมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัด หรือนายจ้างหรือหลักฐานอื่นที่เชื่อถือได้ หากมีคู่สมรสต้องมีความยินยอมของคู่สมรสด้วย ในกรณีฉุกเฉินไม่อาจเสนอหนังสือรับรองได้ทันให้ผ่อนผันโดยแสดงหลักฐานอื่น เช่น บัตรประจำตัวที่แสดงฐานะเช่นนั้น และให้นำหนังสือรับรองหรือหนังสือยินยอมมาแสดงในภายหลัง

(๔) ให้ทำสัญญาประกันได้ในวงเงินไม่เกินสิบเท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หากวงเงินประกันมียอดสูงกว่าวงเงินที่ผู้นั้นมีสิทธิประกันได้ ผู้อำนวยการอาจกำหนดให้วางเงินหรือหลักทรัพย์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๗] การปล่อยชั่วคราวโดยวางหลักทรัพย์เป็นประกันอาจใช้หลักทรัพย์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินโดยมีหลักฐานโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ห้องชุดโดยมีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ซึ่งหลักทรัพย์ดังกล่าวต้องไม่มีภาระผูกพันอันอาจกระทบต่อการบังคับคดี และให้มีหนังสือรับรองราคาประเมินและหนังสือยินยอมของคู่สมรสถ้าหากมี ประกอบในการยื่นคำร้องด้วย

(๒) หลักทรัพย์อื่นอันกำหนดมูลค่าที่แน่นอนได้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล สลากออมสิน สลากออมทรัพย์ของธนาคารอื่น หรือสมุดบัญชีเงินฝากซึ่งมีหนังสือรับรองจากธนาคารว่ามียอดเงินฝากตามบัญชีที่นำมาแสดงและจะไม่ถอนเงินในระหว่างนำมาวางเป็นหลักประกัน

(๓) กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพ โดยต้องจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของกรมธรรม์ก่อนที่จะรับเป็นหลักประกัน

เมื่อทำสัญญาประกันแล้วให้สถานพินิจมีหนังสือแจ้งการนำหลักทรัพย์ดังกล่าวเข้าผูกพันตามสัญญาประกันไปยังสำนักงานที่ดิน ธนาคาร หรือบริษัทผู้ออกกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพ และเมื่อสัญญาสิ้นสุดลงให้แจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๘] กรณีประกันโดยวางเงินสด หลักทรัพย์ หรือใช้บุคคลเป็นประกันหรือหลักประกันในการขอปล่อยชั่วคราวไปจากสถานพินิจ หากต้องการใช้หลักประกันดังกล่าวในการขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ให้ผู้อำนวยการมีหนังสือรับรองหลักทรัพย์หรือการประกันด้วยบุคคลเพื่อให้นายประกันนำไปแสดงต่อศาลนั้น และเมื่อศาลมีคำสั่งให้ส่งหลักทรัพย์หรือเอกสารเกี่ยวกับการประกันนั้นให้รีบดำเนินการโดยเร็ว

ผู้อำนวยการต้องคืนหลักประกันเมื่อมีกรณีอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) นายประกันถอนสัญญาประกันและนำเด็กหรือเยาวชนมอบคืนต่อผู้อำนวยการ

(๒) ศาลรับฟ้องเด็กหรือเยาวชนและมิได้ใช้หลักประกันดังกล่าวเป็นหลักประกันในชั้นศาลหรือสั่งให้คืนหลักประกัน

(๓) เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี

(๔) ความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไปโดยความตายของนายประกันก่อนผิดสัญญาประกัน หรือความตายของเด็กหรือเยาวชน

กรณีผิดสัญญาประกันและนายประกันนำตัวเด็กหรือเยาวชนมาส่งในภายหลัง ให้สอบถามถึงเหตุผลแห่งการนั้น หากมีเหตุสมควรผู้อำนวยการอาจลดหรืองดค่าปรับตามสัญญาให้ก็ได้ตามความเหมาะสม

สำหรับรายที่วางหลักทรัพย์เป็นประกัน เมื่อกำหนดเบี้ยปรับตามสมควรแล้วนายประกันชำระเบี้ยปรับตามที่กำหนดก็ให้คืนหลักทรัพย์แก่นายประกัน แต่หากนายประกันไม่ชำระเบี้ยปรับตามที่กำหนดไม่ว่าจะวางหลักทรัพย์หรือไม่ ให้ผู้อำนวยการมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการฟ้องบังคับตามสัญญาประกันต่อไป ส่วนกรณีใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพ เมื่อเด็กหรือเยาวชนไม่มาตามกำหนดนัดให้แจ้งไปยังบริษัทผู้ออกกรมธรรม์ให้ชำระเงินค่าปรับตามสัญญาประกันดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนั้นผู้อำนวยการอาจกำหนดเงื่อนไขให้เด็กหรือเยาวชนมารับการบำบัด ตามที่เห็นสมควรเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน หรือกิจกรรมเพื่อการบำบัดอย่างอื่นได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้สถานพินิจประกาศและเผยแพร่ระเบียบนี้ให้ผู้มาติดต่อและประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีจำเป็นต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติ หรือจำเป็นต้องมีวิธีการใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามระเบียบนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ผู้อำนวยการสถานพินิจดำเนินการได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗

วันชัย รุจนวงศ์

อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘[๙]

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๒๒/๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๘

[๒] ข้อ ๕ วรรคสาม เพิ่มโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓] ข้อ ๕ วรรคสี่ เพิ่มโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๔] ข้อ ๕ วรรคห้า เพิ่มโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๕] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๖] ข้อ ๘ วรรคสอง เพิ่มโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๗] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๘] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๒๗/๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๘

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว พ.ศ. 2547(ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7cfa80de4808d9f0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com