法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพนักงานราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

พ.ศ. 2560

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้มีการปรับปรุงกระบวนการจ้างงานในส่วนลูกจ้างของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้มีความเหมาะสม เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความคล่องตัวเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความสอดคล้องตามแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ จึงเห็นสมควรให้มีระเบียบการจ้างพนักงานราชการสําหรับการปฏิบัติงานของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

“พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ” หมายความว่า บุคคลซึ่งสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นพนักงานราชการของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติงานให้กับสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

“สัญญาจ้าง” หมายความว่า สัญญาจ้างพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามระเบียบนี้

“ค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินเดือนซึ่งจ่ายให้แก่พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญในการปฏิบัติงานให้กับสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่ง มติคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่กําหนดให้ข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญหรือลูกจ้างสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือเป็นข้อห้ามในเรื่องใด ให้ถือว่าพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือต้องห้ามเช่นเดียวกับข้าราชการหรือลูกจ้างด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่เรื่องใดมีกําหนดไว้แล้วโดยเฉพาะในระเบียบนี้ หรือตามเงื่อนไขของสัญญาจ้าง หรือเป็นกรณีที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญประกาศกําหนดให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญประเภทใดหรือตําแหน่งในกลุ่มงานลักษณะใด ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการหรือลูกจ้างในบางเรื่องเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจตีความ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใดที่มิได้กําหนดไว้ในระเบียบนี้ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ หรือประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีสองประเภท ดังต่อไปนี้

(1) พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทั่วไป ได้แก่ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะเป็นงานประจําทั่วไปของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญในด้านงานบริการงานเทคนิค งานบริหารทั่วไป งานวิชาชีพเฉพาะ หรืองานเชี่ยวชาญเฉพาะ

(2) พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญพิเศษ ได้แก่ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ความรู้หรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษเพื่อปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความสําคัญและจําเป็นเฉพาะเรื่องของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือมีความจําเป็นต้องใช้บุคคลในลักษณะดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการกําหนดตําแหน่งของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้กําหนดโดยจําแนกเป็นกลุ่มงานตามลักษณะงานและผลผลิตของงาน ดังต่อไปนี้

ก. พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทั่วไป ประกอบด้วย

(1) กลุ่มงานบริการ

(2) กลุ่มงานเทคนิค

(3) กลุ่มงานบริหารทั่วไป

(4) กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ

(5) กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ

ข. พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญพิเศษ ได้แก่ กลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษในแต่ละกลุ่มงานตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจกําหนดให้มีกลุ่มงานย่อยเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้

การกําหนดให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญประเภทใดมีตําแหน่งในกลุ่มงานใดและการกําหนดลักษณะงานและคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการและอาจกําหนดชื่อตําแหน่งในกลุ่มงานตามความเหมาะสมกับหน้าที่การปฏิบัติงานของพนักงานราชการที่จ้างได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ซึ่งจะได้รับการจ้างเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) มีสัญชาติไทย

(2) มีอายุไม่ต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(4) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

(5) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(6) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเพราะกระทําความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นผู้พ้นโทษมาแล้วเกินห้าปี

การจ้างบุคคลผู้พ้นโทษมาแล้วเกินห้าปีตามวรรคหนึ่งเข้าเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต้องกําหนดให้บุคคลผู้นั้นยื่นหนังสือรับรองความประพฤติว่าไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมตามแบบที่เลขาธิการกําหนด เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

(7) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(8) ไม่เป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

(9) คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกําหนดไว้ในประกาศการสรรหาหรือการเลือกสรรบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่อความจําเป็นหรือเหมาะสมกับภารกิจของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ความใน (1) ไม่ให้ใช้บังคับแก่พนักงานราชการชาวต่างประเทศ ซึ่งสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจําเป็นต้องจ้างตามข้อผูกพันหรือตามความจําเป็นของภารกิจของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการอาจประกาศกําหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเพิ่มขึ้นหรือกําหนดแนวทางปฏิบัติของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในการจ้างพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการกําหนดให้มีพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จัดทํากรอบอัตรากําลังพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นระยะเวลาสี่ปี ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและแผนการปฏิบัติราชการของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่มีเหตุผลความจําเป็น สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจปรับเปลี่ยนกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสรรหาและการเลือกสรรบุคคล เพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดในกรณีที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะขอยกเว้นหรือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสรรหาหรือการเลือกสรรตามที่คณะกรรมการกําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้สามารถกระทําได้เท่าที่จําเป็นและเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การจ้างพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้กระทําเป็นสัญญาจ้างไม่เกินคราวละสี่ปีหรือตามโครงการที่มีกําหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ โดยอาจมีการต่อสัญญาจ้างได้ ทั้งนี้ตามความเหมาะสมและความจําเป็นของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

แบบสัญญาจ้างให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนด

การทําสัญญาตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างกับผู้ได้รับการสรรหาหรือการเลือกสรรเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การแต่งกาย เครื่องแบบปกติ และเครื่องแบบพิธีการของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ วันเวลาทํางาน หรือวิธีการทํางานในกรณีที่ไม่ต้องอยู่ปฏิบัติงานประจําของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ อัตราค่าตอบแทนของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับค่าตอบแทนพิเศษเป็นรายเดือนจากเงินงบประมาณของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญในอัตรา ดังนี้

(1) พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นทดลองปฏิบัติงาน ให้ได้รับในอัตราเดือนละสี่พันห้าร้อยบาท

(2) พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติงานห้าปีขึ้นไป ให้ได้รับในอัตราเดือนละห้าพันห้าร้อยบาท ทั้งนี้ การนับระยะเวลาให้นับเฉพาะระยะเวลาที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องตามสัญญาจ้าง

ให้นําหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการผ่านการพัฒนาศักยภาพบุคคลในการปฏิบัติงานหรือผ่านการทดสอบศักยภาพในการปฏิบัติงาน หรือผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานจากผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด และหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษและการห้ามมิให้จ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษ ตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเงินค่าตอบแทนพิเศษและค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ มาใช้บังคับกับพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ คณะกรรมการอาจกําหนดให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญประเภทใดหรือตําแหน่งในกลุ่มงานใด ให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิเกี่ยวกับการลา

(2) สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนระหว่างลา

(3) สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา

(4) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

(5) ค่าเบี้ยประชุม

(6) สิทธิในการขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(7) สิทธิในการได้รับเครื่องแบบสํานักงาน

(8) สิทธิอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกําหนด

หลักเกณฑ์การได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ หรือตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการจัดสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่นแก่ข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด เว้นแต่คณะกรรมการจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับสิทธิประโยชน์และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจกําหนดให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญประเภทใดหรือตําแหน่งในกลุ่มงานใดได้รับค่าตอบแทนการออกจากงานโดยไม่มีความผิดได้ ทั้งนี้ตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในระหว่างสัญญาจ้าง ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้

(1) การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทั่วไปให้กระทําในกรณี ดังต่อไปนี้

(ก) การประเมินผลการปฏิบัติงานประจําปี

(ข) การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อต่อสัญญาจ้าง

(2) การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญพิเศษ ให้กระทําในกรณีการประเมินผลสําเร็จของงานตามช่วงเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง

การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการกําหนด เว้นแต่คณะกรรมการจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อ 20 ให้ถือว่าสัญญาจ้างของผู้นั้นสิ้นสุดลง ให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญแจ้งให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทราบภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ทราบผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้สํานักพัฒนาระบบบริหารรายงานผลการดําเนินการจ้างพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานตามที่กําหนดในระเบียบนี้ ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้าง และตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด รวมทั้งต้องรักษาวินัยโดยเคร่งครัดตามที่กําหนดไว้เป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามตามระเบียบนี้ หรือตามที่คณะกรรมการกําหนด

พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้นั้นเป็นผู้กระทําผิดวินัยจะต้องได้รับโทษทางวินัย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ต้องกระทําการอันเป็นข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม

(2) ต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ

(3) ต้องปฏิบัติงานให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความตั้งใจอุตสาหะเอาใจใส่และรักษาประโยชน์ของทางราชการ

(4) ต้องปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการโดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคําสั่งนั้นจะทําให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคําสั่งนั้นและเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคําสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม

(5) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งการปฏิบัติงานมิได้

(6) ต้องรักษาความลับของทางราชการ

(7) ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคีและต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติงานระหว่างพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติงาน

(8) ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน

(9) ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติงาน และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ทั้งจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการด้วยโดยอนุโลม

(10) ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตนมิให้เสื่อมเสีย

(11) กระทําการอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่กระทําการใด ดังต่อไปนี้

(1) ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย

(2) ต้องไม่ปฏิบัติงานอันเป็นการกระทําการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทําหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว

(3) ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น

(4) ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติงาน

(5) ต้องไม่กระทําการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทําการหาผลประโยชน์ อันอาจทําให้เสียความเที่ยงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตําแหน่งหน้าที่ในการปฏิบัติงานของตน

(6) ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดํารงตําแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท

(7) ต้องไม่กระทําการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ หรือข่มเหงกันในการปฏิบัติงาน

(8) ต้องไม่กระทําการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามหรือก่อความเดือดร้อนรําคาญในทางเพศแก่ผู้อื่น

(9) ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ

(10) ไม่กระทําการอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การกระทําความผิดดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(1) กระทําความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

(2) จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือเงื่อนไขที่ทางราชการกําหนดให้ปฏิบัติจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(3) ปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(4) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในสัญญา หรือขัดคําสั่ง หรือหลีกเลี่ยง ไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชาตามข้อ 24 (4) จนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(5) ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

(6) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการทํางานเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าเจ็ดวัน สําหรับตําแหน่งที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนดวันเวลาการมาทํางาน

(7) ละทิ้งหรือทอดทิ้งการทํางานจนทําให้งานไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กําหนดจนเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง สําหรับตําแหน่งที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนดการทํางานตามเป้าหมาย

(8) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือกระทําความผิดอาญาโดยมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกหรือหนักกว่าโทษจําคุก

(9) เปิดเผยความลับของทางราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(10) การกระทําอื่นใดที่คณะกรรมการกําหนดว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อมีกรณีที่พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้เลขาธิการจัดให้มีคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดําเนินการสอบสวนโดยเร็วและต้องให้โอกาสพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ถูกกล่าวหาชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในกรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่าพนักงานราชการสํา นักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้นั้นกระทําความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้เลขาธิการมีคําสั่งไล่ออก แต่ถ้าไม่มีมูลกระทําความผิดให้สั่งยุติเรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ปรากฏว่าพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกระทําความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้เลขาธิการสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินค่าตอบแทน หรือลดเงินค่าตอบแทนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิด

ในการพิจารณาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้เลขาธิการพิจารณาสอบสวนให้ได้ความจริงและยุติธรรมตามวิธีการที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามระเบียบนี้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ (อ.กศร.) ตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคําสั่ง คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเมื่อพนักงานราชการสํา นักงานศาลรัฐธรรมนูญมีกรณีดังต่อไปนี้

(1) ตาย

(2) ลาออก

(3) สิ้นปีงบประมาณที่พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญทั่วไป มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญพิเศษ มีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์

(4) ครบกําหนดตามสัญญาจ้าง

(5) ถูกไล่ออก เพราะกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(6) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบนี้ หรือตามที่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญกําหนด

(7) ลาเกินกําหนดตามข้อ 17

(8) ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อ 20

(9) เหตุอื่นตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามข้อกําหนดของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญหรือตามสัญญาจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในระหว่างสัญญาจ้าง พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดประสงค์จะลาออกจากการปฏิบัติงาน ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อเลขาธิการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

ในกรณีที่พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดยื่นหนังสือขอลาออกต่อเลขาธิการล่วงหน้าน้อยกว่าสามสิบวัน หากเลขาธิการเห็นว่าการลาออกมีเหตุผลความจําเป็นพิเศษจะอนุญาตให้ลาออกก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจบอกเลิกสัญญาจ้างกับพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญผู้ใดก่อนครบกําหนดตามสัญญาจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่เป็นเหตุที่พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเรียกร้องค่าตอบแทนการเลิกจ้างได้ เว้นแต่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญจะกําหนดว่ากรณีใดได้รับค่าตอบแทนการออกจากงานโดยไม่มีความผิดไว้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างได้ โดยไม่เป็นเหตุให้พนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอ้างขอเลิกสัญญาจ้าง หรือเรียกร้องประโยชน์ตอบแทนใด ๆในการนี้ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจกําหนดให้ค่าล่วงเวลา หรือค่าตอบแทนอื่นจากการสั่งให้ปฏิบัติงานดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่บุคคลใดพ้นจากการเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้วหากในการปฏิบัติงานของบุคคลนั้นในระหว่างที่เป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญก่อให้เกิดความเสียหายแก่สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ บุคคลดังกล่าวต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ในการนี้ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจหักค่าตอบแทนหรือเงินอื่นใดที่บุคคลนั้นจะได้รับจากสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญไว้เพื่อชําระค่าความเสียหายดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งประกอบด้วย เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานกรรมการรองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิหรือระดับเชี่ยวชาญซึ่งเลขาธิการมอบหมายจํานวนสองคน ข้าราชการประเภทอํานวยการ ระดับสูง ซึ่งเลขาธิการมอบหมายจํานวนสองคน และผู้อํานวยการสํานักพัฒนาระบบบริหาร เป็นกรรมการ ให้ผู้อํานวยการกลุ่มงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ และข้าราชการกลุ่มงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเลขาธิการมอบหมายจํานวนสองคน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้คณะกรรมการ มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้

(1) กําหนดแผนงานและแนวทางปฏิบัติ รวมทั้งเสนอแนะในการปรับปรุงหรือแก้ไขระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการบริหารพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

(2) กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการสรรหาและการเลือกสรรบุคคลเพื่อจ้างเป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งแบบสัญญาจ้าง

(3) กําหนดกลุ่มงานและลักษณะงานในกลุ่มงาน และคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงานของพนักงานราชการ

(4) กําหนดกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

(5) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามที่เห็นสมควร

(6) อํานาจหน้าที่อื่นตามที่กําหนดไว้ในระเบียบนี้หรือกฎหมายอื่น

บทเฉพาะกาล - บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกและบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับลูกจ้างของสํานักงานตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยลูกจ้างสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่แทนจนกว่าจะมีคณะกรรมการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอาจจ้างลูกจ้างชั่วคราวของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ปฏิบัติงานอยู่ก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับและสัญญาจ้างยังไม่สิ้นสุดลง เป็นพนักงานราชการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560

นุรักษ์ มาประณีต

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพนักงานราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7d27f0c5b78f5e22

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com