法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษเฉพาะแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

ประกาศกรมการขนส่งทางบก

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ

เฉพาะแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ

หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ

พ.ศ. ๒๕๕๓

ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ในร่างกายหรือไม่ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประกาศดังกล่าวบางหน่วยงานได้มีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ทำให้การแบ่งส่วนราชการและการกำหนดตำแหน่งในหน่วยงานดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับเป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๒ ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษเฉพาะแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ (ยาบ้า) และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบว่ามีสารนั้นอยู่ในร่างกายหรือไม่ ลงวันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“การตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า การตรวจหรือทดสอบหาระดับหรือปริมาณของแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน ตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษในปัสสาวะ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ตรวจการ พนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจดังต่อไปนี้ เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ

(๑) ผู้ตรวจการในกองตรวจการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก มีอำนาจทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และในเขตอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

(๒) ผู้ตรวจการในสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑, ๒, ๓, ๔ และ ๕ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๓) ผู้ตรวจการในสำนักงานขนส่งจังหวัด และสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๔) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล ๑ - ๙ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๕) ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล หรือสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจนครบาล หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีตำรวจนครบาลนั้น มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๖) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๗) พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจจราจรซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไป มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๘) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๙) ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร หรือสารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธร หรือสารวัตรสถานีตำรวจภูธร หรือผู้ที่มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำสถานีตำรวจภูธรนั้น มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๑๐) ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือผู้ปฏิบัติราชการแทน มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๑๑) พนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจทางหลวงซึ่งมีตำแหน่งตั้งแต่รองสารวัตรขึ้นไป มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

(๑๒) เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ มีอำนาจเฉพาะในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษ ให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

(๑) จัดให้มีอุปกรณ์สำหรับเก็บปัสสาวะ โดยให้ใช้ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกปากกว้างพร้อมฝาปิดขนาดบรรจุขวดประมาณ ๖๐ มิลลิลิตร โดยขวดที่นำมาใช้ต้องสะอาดและแห้ง และให้มีฉลากสำหรับติดขวดเพื่อใช้บันทึกข้อมูลของผู้รับการตรวจหรือทดสอบและแถบกาวเพื่อใช้ปิดผนึกทับปากขวดเก็บปัสสาวะด้วย

(๒) วิธีการในการเก็บปัสสาวะให้ถือปฏิบัติ ดังนี้

(ก) จัดให้มีการควบคุมการถ่ายปัสสาวะของผู้รับการตรวจหรือทดสอบทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ปัสสาวะนั้นเกิดการเจือจาง หรือสับเปลี่ยนตัวอย่าง

(ข) บันทึกหมายเลขประจำขวด ชื่อ - นามสกุล อายุของผู้รับการตรวจหรือทดสอบ และวันเวลาที่เก็บปัสสาวะบนฉลาก และติดฉลากกับขวดเก็บปัสสาวะ

(ค) มอบขวดเก็บปัสสาวะให้แก่ผู้รับการตรวจหรือทดสอบนำไปถ่ายปัสสาวะใส่ขวดจำนวนประมาณ ๓๐ มิลลิลิตรหรือครึ่งขวด และให้ผู้รับการตรวจหรือทดสอบลงลายมือชื่อกำกับบนฉลากติดขวดเก็บปัสสาวะ

(๓) วิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบโดยวิธี Immunoassay โดยให้ถือปฏิบัติตามคู่มือวิธีการตรวจหรือทดสอบของเครื่องมือแต่ละผลิตภัณฑ์

(๔) เมื่อตรวจหรือทดสอบตามวิธีการใน (๓) แล้วปรากฏว่าให้ผลบวกตามคู่มือวิธีการตรวจหรือทดสอบของเครื่องมือแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยมีปริมาณแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะตั้งแต่ ๑ ไมโครกรัม/มิลลิลิตรขึ้นไป ให้ถือว่าผู้รับการตรวจหรือทดสอบอาจเสพสารแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษแล้วได้ผลการตรวจหรือทดสอบตามข้อ ๔ (๔) ให้เจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจหรือทดสอบดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) จดบันทึกข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อ - นามสกุล ภูมิลำเนา หรือสถานที่อยู่ที่สามารถจะเรียกตัวมาเพื่อดำเนินคดีได้เมื่อมีการตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจ แล้วปรากฏว่าเป็นผู้ที่มียาเสพติดให้โทษอยู่ในร่างกาย

(๒) ปิดขวดเก็บปัสสาวะที่เหลือของผู้รับการตรวจหรือทดสอบให้สนิทพร้อมทั้งปิดผนึกทับปากขวดด้วยแถบกาว โดยมีลายมือชื่อของเจ้าพนักงานผู้ทำการตรวจหรือทดสอบและผู้รับการตรวจหรือทดสอบกำกับไว้แล้วให้รีบจัดส่งขวดเก็บปัสสาวะดังกล่าวในสภาพแช่เย็นไปยังสถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการตามข้อ ๖ โดยเร็ว เพื่อตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการที่สามารถตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจมีดังนี้

(๑) หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

(ก) สถาบันนิติเวชวิทยา

(ข) กองพิสูจน์หลักฐานกลาง

(ค) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๑ - ๑๐

(ง) พิสูจน์หลักฐานจังหวัด

(๒) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

(ก) โรงพยาบาลศูนย์ของรัฐ

(ข) โรงพยาบาลจังหวัด

(ค) โรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลธัญญารักษ์

(ง) หน่วยงานในสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เช่น สำนักยาและวัตถุเสพติด ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์

(๓) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

เมื่อหน่วยงานตามวรรคหนึ่งได้ดำเนินการตรวจยืนยันผลและความถูกต้องของการตรวจแล้ว ให้ถือว่าผู้รับการตรวจหรือทดสอบเป็นผู้ที่มียาเสพติดให้โทษอยู่ในร่างกาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เพื่อให้การตรวจหรือทดสอบตามประกาศนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการแพทย์และรัดกุมมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาในข้อกฎหมายและปัญหาในทางปฏิบัติ ฉะนั้น ในการออกปฏิบัติการเพื่อทำการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษในแต่ละครั้ง ให้ออกปฏิบัติการโดยมีผู้ที่มีความรู้ความชำนาญจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือสถานตรวจพิสูจน์ของส่วนราชการตามที่ระบุไว้ในข้อ ๖ เจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ และเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ชัยรัตน์ สงวนชื่อ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๓

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๙๖ ง/หน้า ๒๗/๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจหรือทดสอบสารอันเกิดจากการเสพยาเสพติดให้โทษเฉพาะแอมเฟตามีนและเมทแอมเฟตามีน และกำหนดเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถในขณะปฏิบัติหน้าที่รับการตรวจหรือทดสอบ พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7d305c3a8beb1a1b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com