法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 7/2552 เรื่อง กำหนดลักษณะความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็นการกระทำร่วมกับบุคคลอื่น และการปฏิบัติการ ตามมาตรา 246 และมาตรา 247

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทจ.7/2552

เรื่อง กําหนดลักษณะความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็น

การกระทําร่วมกับบุคคลอื่น และการปฏิบัติการ

ตามมาตรา 246 และมาตรา 247

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 มาตรา 246 และมาตรา 247 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด

“ห้างหุ้นส่วน” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลใดมีเจตนาร่วมกันใช้สิทธิออกเสียงของตนและบุคคลอื่นไปในทางเดียวกัน หรือให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตน เพื่อควบคุมสิทธิออกเสียงหรือควบคุมกิจการร่วมกัน และบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์หรือมีพฤติกรรมร่วมกับบุคคลอื่นในลักษณะดังต่อไปนี้ บุคคลนั้นมีลักษณะเป็นบุคคลที่กระทําการร่วมกับบุคคลอื่นอันเป็นผลให้บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 หรือมีหน้าที่ในการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247

(1) การมีข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงที่คู่สัญญามีอยู่ไปในทางเดียวกันหรือให้คู่สัญญาฝ่ายใดเป็นผู้ใช้สิทธิออกเสียงของคู่สัญญาฝ่ายอื่น หรือมีข้อตกลงในการบริหารกิจการร่วมกัน ไม่ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมคณะกรรมการของกิจการหรือในการประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ หรือเกี่ยวกับการเห็นชอบร่วมกันในการเสนอวาระสําคัญต่อคณะกรรมการของกิจการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ และไม่ว่าข้อตกลงนั้นจะได้กระทําเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่

(2) การมีข้อตกลงเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิในการขายหลักทรัพย์ในกรณีที่มีผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ หรือมีข้อตกลงเกี่ยวกับการรักษาหรือเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือครองหลักทรัพย์ของกิจการ (standstill agreement) ไม่ว่าข้อตกลงนั้นจะได้กระทําเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่

(3) การชักชวนบุคคลอื่นไม่ว่าโดยตนเองหรือโดยบุคคลอื่นที่ตนมอบหมาย เพื่อให้ได้มา หรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน

(4) การมีแหล่งเงินทุนร่วมกัน หรือกระทําการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือในการได้มาซึ่งแหล่งเงินทุน เพื่อนําแหล่งเงินทุนนั้นมาใช้ในการซื้อหรือกระทําการอื่นใดอันเป็นผลให้ตนหรือบุคคลอื่นได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของกิจการ

(5) การได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการโดยร่วมกับบุคคลที่เคยมีพฤติกรรมร่วมกันในการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการอื่น และการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการในครั้งนี้มีรูปแบบคล้ายคลึงกับการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ที่เคยมีพฤติกรรมร่วมกัน

(6) การให้บุคคลอื่นใช้สิทธิออกเสียงของตนเป็นปกติและอย่างต่อเนื่องในการประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ ไม่ว่าบุคคลอื่นนั้นจะเป็นผู้ถือหุ้นของกิจการหรือไม่ แต่ไม่รวมถึงการมอบฉันทะให้แก่กรรมการอิสระ ผู้รับฝากหลักทรัพย์ (custodian) หรือผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับมอบฉันทะ (proxy voting service) ในการเข้าประชุมและใช้สิทธิออกเสียงแทนตน

(7) การเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือการเป็นกรรมการหรือพนักงานของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นใด โดยมีการแสดงตนหรือมีพฤติกรรมที่แสดงว่าตนถือครองหลักทรัพย์ของกิจการแทนหรือร่วมกับห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือนิติบุคคลอื่นใดนั้น

(8) การให้หลักทรัพย์ของกิจการแก่บุคคลอื่นที่มิใช่การให้โดยเสน่หาตามความสัมพันธ์ปกติระหว่างบิดามารดากับบุตรที่บรรลุนิติภาวะ

(9) การมีข้อตกลงระหว่างกันของบุคคลใด ๆ เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ของกิจการในราคาต่ําโดยไม่มีเหตุอันควร แต่ไม่รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างบิดามารดากับบุตรที่บรรลุนิติภาวะ

(10) บุคคลในกลุ่มเดียวกันตามนัยแห่งประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 หรือมาตรา 247

ให้นําความสัมพันธ์และพฤติกรรมตามที่กําหนดในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับกับการพิจารณาหน้าที่ในการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการอันเนื่องจากการเข้ามีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้ว (chain principle) ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการพิจารณาหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 หรือหน้าที่ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ให้นับรวมจํานวนหลักทรัพย์ของกิจการที่ถือโดยบุคคลตามข้อ 2 และบุคคลตามมาตรา 258 ของแต่ละบุคคลดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การทําหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 ของบุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 ให้เป็นดังนี้

(1) ให้บุคคลตามข้อ 2 แต่ละรายที่เริ่มต้นมีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรม มีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการแยกต่างหากจากกัน เว้นแต่จะเข้ากรณีตามข้อ 10

(2) ในกรณีที่บุคคลตามข้อ 2 รายใดได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการภายหลังการมีหน้าที่ตาม (1) อันเป็นผลให้ถึงหรือข้ามจุดที่ต้องรายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 อีกครั้งหนึ่ง ให้บุคคลที่เป็นผู้ได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์นั้นมีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ของบุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 ให้เป็นดังนี้

(1) ให้บุคคลตามข้อ 2 ที่เริ่มต้นมีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรม ร่วมกันทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ โดยอาจตกลงกันให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับซื้อหลักทรัพย์ตามคําเสนอซื้อแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ได้ เว้นแต่จะเข้ากรณีตามข้อ 11

(2) ในกรณีที่บุคคลตามข้อ 2 รายใดได้หลักทรัพย์ของกิจการเพิ่มขึ้นภายหลังการมีหน้าที่ร่วมกันตาม (1) อันเป็นผลให้ถึงหรือข้ามจุดที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 อีกครั้งหนึ่ง ให้บุคคลรายนั้นมีหน้าที่ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ในกรณีที่บุคคลตามข้อ 2 ไม่มีการได้มาซึ่งหุ้นของกิจการในระหว่างระยะเวลาเก้าสิบวันก่อนวันที่ยื่นคําเสนอซื้อต่อสํานักงาน ราคาเสนอซื้อหุ้นแต่ละประเภทต้องไม่ต่ํากว่าราคาตลาดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักของหุ้นนั้นในระหว่างห้าวันทําการก่อนวันที่บุคคลดังกล่าวจะมีลักษณะตามข้อ 2

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควร สํานักงานอาจเสนอเรื่องต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการ เพื่อพิจารณาหรือสั่งการใด ๆ เกี่ยวกับการพิจารณาความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมระหว่างบุคคลตามข้อ 2 หรือการทําหน้าที่ของบุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 และมาตรา 247 ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 และจะเป็นผลให้มีการได้มาหรือเป็นผู้ถือหุ้นรวมกันจนถึงหรือข้ามจุดที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 บุคคลนั้นอาจยื่นคําขอผ่อนผันต่อสํานักงาน หรือต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการผ่านสํานักงาน เพื่อมิให้ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมของบุคคลที่เข้าลักษณะของการกระทําการร่วมกับบุคคลอื่นตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 หรือตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 เปลี่ยนแปลงไปและเป็นผลให้บุคคลดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 อีกต่อไป บุคคลดังกล่าวอาจแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อสํานักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่จัดไว้ในระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ของสํานักงาน

การที่สํานักงานได้รับแจ้งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง มิได้แสดงว่าสํานักงานเห็นชอบหรือรับรองข้อมูลที่ได้รับแจ้งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และการถือหลักทรัพย์ของบุคคลเหล่านั้นถึงหรือข้ามจุดที่มีหน้าที่ต้องรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 ให้บุคคลเหล่านั้นไม่มีหน้าที่รายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ของกิจการในกรณีดังกล่าว

หากต่อมาบุคคลตามวรรคหนึ่งรายใดมีการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการไม่ว่าจํานวนใด ๆ ให้บุคคลรายที่มีการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์นั้นมีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจําหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับและการถือหุ้นของบุคคลเหล่านั้นถึงหรือข้ามจุดที่มีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ให้บุคคลเหล่านั้นไม่มีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการในกรณีดังกล่าว

หากต่อมาบุคคลตามวรรคหนึ่งรายใดมีการได้หุ้นของกิจการไม่ว่าจํานวนใด ๆ บุคคลรายที่มีการได้มานั้นมีหน้าที่ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 เว้นแต่จะเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) เป็นการได้หุ้นของกิจการในขณะที่การถือหุ้นของบุคคลเหล่านั้นไม่ถึงหรือข้ามจุดตามวรรคหนึ่งแล้ว

(2) เป็นการได้หุ้นของกิจการในขณะที่การถือหุ้นของบุคคลเหล่านั้นถึงหรือข้ามจุด

ตามวรรคหนึ่ง แต่บุคคลรายที่มีการได้มานั้นจําหน่ายหุ้นของกิจการในส่วนที่มีการได้มาดังกล่าวทั้งหมดบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์หรือจําหน่ายคืนบุคคลที่ตนซื้อมาภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ได้มาซึ่งหุ้นของกิจการ แต่ต้องก่อนวันที่บุคคลรายที่มีการได้มานั้นมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บุคคลที่มีความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมตามข้อ 2 อยู่ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ โดยบุคคลเหล่านั้นมีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้ว (chain principle) ตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ให้บุคคลเหล่านั้นไม่มีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการในกรณีดังกล่าว

หากต่อมาบุคคลตามวรรคหนึ่งรายใดมีการได้อํานาจควบคุมของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้วเพิ่มเติมหรือได้หุ้นของกิจการ ไม่ว่าจํานวนใด ๆ ให้บุคคลรายที่มีการได้อํานาจควบคุมมานั้นมีหน้าที่ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 เว้นแต่จะเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) เป็นการได้อํานาจควบคุมของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการเพิ่มเติมหรือได้หุ้นของกิจการในขณะที่บุคคลเหล่านั้นไม่มีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญในนิติบุคคลที่เป็น

ผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้วตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247

(2) เป็นการได้อํานาจควบคุมของนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการเพิ่มเติมในขณะที่บุคคลเหล่านั้นมีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้วตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 แต่บุคคลรายที่มีการได้อํานาจควบคุมมานั้นดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ได้อํานาจควบคุมเพิ่มเติม แต่ต้องก่อนวันที่กิจการกําหนดสิทธิผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้นของกิจการ

(ก) ลดการมีอํานาจควบคุมที่ได้มาเพิ่มในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้ว หรือ

(ข) จําหน่ายหุ้นของกิจการบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้คงเหลือน้อยกว่าจุดที่มีหน้าที่ต้องทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ

(3) เป็นการได้หุ้นของกิจการเพิ่มเติมในขณะที่บุคคลเหล่านั้นมีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้วตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 แต่บุคคลรายที่มีการได้มานั้นจําหน่ายหุ้นของกิจการในส่วนที่มีการได้มาทั้งหมดบนกระดานหลักของตลาดหลักทรัพย์หรือจําหน่ายคืนบุคคลที่ตนซื้อมา หรือลดการมีอํานาจควบคุมในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่ก่อนแล้วจนทําให้ไม่มีอํานาจควบคุมอย่างมีนัยสําคัญตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 247 ทั้งนี้ การจําหน่ายหุ้นของกิจการในส่วนที่มีการได้มาทั้งหมดหรือการลดการมีอํานาจควบคุมในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการต้องกระทําภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่ได้มาซึ่งหุ้นของกิจการแต่ต้องก่อนวันที่บุคคลรายที่มีการได้มานั้นมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ -

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อกําหนดความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็นการกระทําร่วมกับบุคคลอื่น อันเป็นผลให้มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามประกาศที่ออกตามความในมาตรา 246 และมาตรา 247 จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 7/2552 เรื่อง กำหนดลักษณะความสัมพันธ์หรือพฤติกรรมที่เข้าลักษณะเป็นการกระทำร่วมกับบุคคลอื่น และการปฏิบัติการ ตามมาตรา 246 และมาตรา 247 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7d867411d0bd9d70

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com