法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๔๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช

พ.ศ. ๒๕๔๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕ วรรคสี่

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกฎกระทรวงนี้

“เกษตรกรรม” หมายความว่า การทำนา ทำไร่ และทำสวน

“เกษตรกร” หมายความว่า

บุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

“กลุ่ม” หมายความว่า

เกษตรกรซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนรวมตัวกันดำเนินกิจการในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้นในนามกลุ่ม

แต่ยังมิได้จัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์

“กลุ่มเกษตรกร” หมายความว่า

กลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม

“สหกรณ์การเกษตร” หมายความว่า

สหกรณ์การเกษตรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม

“ชมรม” หมายความว่า

เกษตรกรซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมประเภทเดียวกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนรวมตัวกันดำเนินกิจการในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้นในนามชมรม

แต่ยังมิได้จัดตั้งเป็นสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“สมาคม” หมายความว่า สมาคมที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเกษตรกรรม

“ภูมิภาค” หมายความว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้

โดยบริเวณพื้นที่ภาคใดประกอบด้วยจังหวัดใด

ให้เป็นไปตามที่กรมวิชาการเกษตรประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับการเสนอชื่อ

(๓) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือกรรมการ ที่ปรึกษา

หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

(๔)

ไม่เป็นบุคคลซึ่งทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐไล่ออก ปลดออก

หรือเลิกจ้างเพราะเหตุทุจริต

(๕) ไม่เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

นอกจากคุณสมบัติตามข้อ ๒ แล้ว

บุคคลซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร ต้อง

(ก) เป็นเกษตรกรผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์หรือพัฒนาพันธุ์พืช

(ข)

มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดที่ตนเองได้รับการเสนอชื่อมาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(ค) ไม่เป็นข้าราชการ

หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๒)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษา ต้อง

(ก)

ปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อ

(ข)

เป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนหรือวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช

(๓)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสถาบันการศึกษา

ต้อง

(ก) ปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถาบันการศึกษาที่มีสิทธิเสนอชื่อ

(ข)

เป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนหรือวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

(๔)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร

ต้อง

(ก) เป็นสมาชิกองค์การพัฒนาเอกชนนั้น

(ข) ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๕)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ต้อง

(ก) เป็นสมาชิกองค์การพัฒนาเอกชนนั้น

(ข) ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานองค์กรของรัฐซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

(๖)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช

ต้องเป็นสมาชิกสมาคมนั้น

(๗)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช ต้องเป็นสมาชิกสมาคมนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละกรณี ให้เป็นดังนี้

(๑) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร ให้กลุ่มเกษตรกร

สหกรณ์การเกษตร กลุ่มชมรมหรือสมาคม เป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๒)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของรัฐหรือของเอกชน

ที่มีการเรียนการสอนด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๓)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสถาบันการศึกษา ให้สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของรัฐหรือของเอกชน

ที่มีการเรียนการสอนด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๔)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร

ให้องค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการเกษตร

และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๕)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ให้องค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมหลักเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๖)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช

ให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช

และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

(๗) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช

ให้สมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืช

และดำเนินกิจกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเรียกโดยย่อว่า “ค.ส.”

ประกอบด้วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้แทนกรมป่าไม้

เป็นกรรมการ และผู้แทนกรมวิชาการเกษตรเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้ ค.ส. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

โดยการคัดเลือกจากบุคคล ดังต่อไปนี้

(๑) เกษตรกรจำนวนหกคนจากภูมิภาค ภาคละหนึ่งคน

(๒)

นักวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์พืชจากสถาบันการศึกษาจำนวนหนึ่งคน

(๓)

นักวิชาการด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจากสภาบันการศึกษาจำนวนหนึ่งคน

(๔) ผู้แทนองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรจำนวนหนึ่งคน

(๕)

ผู้แทนองค์การพัฒนาเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจำนวนหนึ่งคน

(๖)

ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืชจำนวนหนึ่งคน

(๗) ผู้แทนสมาคมที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์พืชจำนวนหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “ค.ส.จ.”

ในทุกจังหวัด ประกอบด้วยเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เป็นประธานกรรมการ กับกรรมการอื่นซึ่งประธานแต่งตั้งจำนวนสามคน

และเกษตรจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้ ค.ส.จ.

มีอำนาจหน้าที่ในการสรรหาผู้แทนเกษตรกรระดับจังหวัด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้กรมวิชาการเกษตรประกาศการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่น้อยกว่าสองฉบับอย่างน้อยเจ็ดวันติดต่อกัน

หรือประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีอื่นตามความเหมาะสมก่อนการดำเนินการเสนอชื่อไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๔ (๑)

เสนอชื่อผู้สมควรเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร

พร้อมประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อตามแบบ ค.ส. ๑ และแบบประวัติท้ายกฎกระทรวงนี้ต่อเกษตรจังหวัด

ณ สำนักงานเกษตรจังหวัดที่ผู้มีสิทธิเสนอชื่อมีภูมิลำเนา ทั้งนี้ ตามวัน เวลา

ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

ในการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อเสนอได้คณะบุคคลหรือองค์กรละหนึ่งชื่อ

โดยเสนอพร้อมความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นรวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานแสดงให้เห็นว่า

ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๒ และข้อ ๓

ให้ ค.ส.จ.

คัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งให้เหลือจังหวัดละหนึ่งคน และประกาศชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก

โดยปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ ศาลากลางจังหวัด แล้วให้ประธาน ค.ส.จ.

แจ้งชื่อผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกพร้อมแบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและประวัติของผู้นั้นไปให้เลขานุการ

ค.ส. ทั้งนี้ ตามวัน เวลา

ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

(๒) ให้ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๔ (๒)

(๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗)

เสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อตามแบบ ค.ส. ๑

และแบบประวัติท้ายกฎกระทรวงนี้ต่อเลขานุการ ค.ส. ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

วรรคสอง (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ทั้งนี้ ตามวัน เวลา

ที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้

ค.ส.

จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกรกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นนอกจากเกษตรกร

ดังต่อไปนี้

(๑)

บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเกษตรกร

ให้จัดทำจากรายชื่อที่ประธาน ค.ส.จ. ของทุกจังหวัดแจ้งมาตามข้อ ๘ (๑) วรรคสาม โดยให้แยกออกเป็นหกบัญชีตามภูมิภาค

(๒)

บัญชีรายชื่อผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นนอกจากเกษตรกร

ให้จัดทำจากรายชื่อที่ผู้มีสิทธิเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอมาตามข้อ ๘ (๒)

โดยแยกบัญชีตามประเภทกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้เลขานุการ ค.ส. ส่งบัญชีรายชื่อตามข้อ ๙

และบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามแบบ ค.ส. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ซึ่งลงลายมือชื่อของเลขานุการ ค.ส.

พร้อมกับประวัติของผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อทุกคนไปให้ผู้มีรายชื่อในบัญชีนั้น ๆ

เลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อนั้น โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกได้สองชื่อ

พร้อมกับลงลายมือชื่อในบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

แล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือก

กลับคืนไปยังเลขานุการ ค.ส. ภายในวันที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด ทั้งนี้

ในกรณีส่งโดยตรงให้ถือวันที่กรมวิชาการเกษตรได้รับบัตรเป็นวันส่ง

ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง

ให้เลขานุการ ค.ส.

รวบรวมบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน

ในการตรวจนับคะแนน ให้ ค.ส.

ตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผยต่อหน้ากรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

โดยให้ตรวจนับคะแนนติดต่อกันไปจนเสร็จ ทั้งนี้ ตามวัน เวลา สถานที่

และวิธีการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

แบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แบบประวัติ

หรือบัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วแต่กรณี

ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าใช้ไม่ได้ ไม่ให้นำมาพิจารณาคัดเลือก

จัดทำบัญชีรายชื่อ หรือนับเป็นคะแนน แล้วแต่กรณี

(๑) แบบหรือบัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของเลขานุการ ค.ส.

(๒) แบบหรือบัตรที่เสนอชื่อหรือเลือกเกินจำนวนตามข้อ ๕

หรือข้อ ๑๐ แล้วแต่กรณี

(๓) แบบหรือบัตรที่มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ตกเติม หรือเขียนซ้ำ

โดยไม่ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือกกำกับ แล้วแต่กรณี

(๔)

แบบหรือบัตรที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เสนอชื่อหรือผู้เลือก แล้วแต่กรณี

(๕) แบบประวัติที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อเจ้าของประวัติผู้ถูกเสนอชื่อ

(๖)

แบบหรือบัตรที่ส่งกลับคืนมาช้ากว่าวันที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดตามข้อ ๘ หรือข้อ ๑๐

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อ

ค.ส. ตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว

ให้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยแยกบัญชีในลักษณะเช่นเดียวกันกับการจัดทำบัญชีตามข้อ

๙ โดยเรียงตามลำดับคะแนนจากคะแนนมากไปน้อย พร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย

ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน ให้ประธาน ค.ส.

จับฉลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้า ค.ส. เพื่อเรียงลำดับที่

ให้กรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนตามข้อ

๑๐ วรรคสาม ลงลายมือชื่อรับรองบัญชีรายชื่อตามวรรคหนึ่ง แล้วให้ประธาน ค.ส.

ปิดประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือก โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ กรมวิชาการเกษตร

ให้ผู้ได้รับเลือกที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนของแต่ละบัญชีเป็นผู้ได้รับเลือกเพื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ในกรณีผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับที่หนึ่งตามวรรคสาม

ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วยเหตุใด ๆ

ให้เลื่อนผู้ที่ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาขึ้นมาเป็นผู้อยู่ในลำดับที่หนึ่งแทนในกรณีไม่มีผู้ได้รับเลือกหรือไม่สามารถแต่งตั้งผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้

เนื่องจากไม่มีรายชื่อของผู้ได้รับเลือกซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนเหลืออยู่ในบัญชีรายชื่อบัญชีใด

ให้ดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะในประเภทเดียวกับบัญชีรายชื่อนั้นใหม่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้กรมวิชาการเกษตรรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเสนอรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้รัฐมนตรีเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกซึ่งอยู่ในลำดับถัดมาในบัญชีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเภทนั้นตามข้อ

๑๒ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรณีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา

๗ ให้กระทำก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ประภัตร โพธสุธน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

แบบเสนอชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช (แบบ ค.ส. ๑)

๒. แบบประวัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช

๓.

บัตรเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช (แบบ ค.ส. ๒)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕ วรรคสี่

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒

กำหนดให้การคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๔ สิงหาคม ๒๕๕๒

ปณตภร/ปรับปรุง

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๑๐ ก/หน้า ๑/๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7da95ff50a6a6fa8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com