法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก ว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร และการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร

และการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัย

ในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

พ.ศ.

๒๕๕๑

โดยที่เป็นการสมควรและให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบกับประกาศของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔

แห่งประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

องค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร

และการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้

ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ

หรือคำสั่งอื่นใดขององค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึกในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด

ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด

ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพ หรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์

หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ

ครอบครองหรือดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสารในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

“นายกองค์การบริหารส่วนตำบล” หมายความว่า

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

“วัน” หมายความว่า วันตามปีปฏิทิน

“วันทำการ” หมายความว่า

วันทำการตามปกติของหน่วยงานของรัฐ

“คำขอ” หมายความว่า

คำขอข้อมูลข่าวสารตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ

ในกรณีที่มีปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มี “คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบล”

ประกอบด้วยคณะบุคคล ดังต่อไปนี้

(๑)

นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นประธานกรรมการ

(๒) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล

เป็นรองประธานกรรมการ

(๓)

หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทุกส่วน เป็นกรรมการ

(๔)

เจ้าหน้าที่ธุรการหรือเจ้าพนักงานธุรการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ การขอ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษารวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่

(๓)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

และข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ

(๔)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบล

หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมาย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสารตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยงานสารบรรณ หรือข้อมูลข่าวสารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ

(๖) ให้คำแนะนำ

หรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการ

(๗) ให้คำแนะนำ

หรือเสนอความคิดเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๘)

แต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใด ๆ

ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

(๙)

เชิญบุคคลใดมาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

(๑๐) ดำเนินงานอื่นใด

ตามที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม

ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้นำความในข้อ ๘

มาใช้บังคับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

มติของคณะกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

หมวด

ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบควบคุม

ดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบล

เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า

ตลอดจนเผยแพร่ จำหน่าย จ่ายแจก

รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้และตามกฎหมาย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

หมวด

ข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ส่วนราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการ

กฎหมายอื่นและระเบียบของราชการ ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

ได้แก่

(๑.๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

(๑.๒)

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน

(๑.๓) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร

หรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ

(๑.๔) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง

หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ ทั้งนี้

เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ

เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดให้ประชาชนตรวจดูได้

ได้แก่

(๒.๑)

ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว

(๒.๒)

นโยบายหรือการติดตามที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ ๑๒ (๑.๔)

(๒.๓) แผนงาน โครงการ

และงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่กำลังดำเนินการ

(๒.๔)

คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน

(๒.๕) สิ่งพิมพ์

ข้อมูลข่าวสารที่ได้มีการจัดพิมพ์เพื่อให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควรแล้ว

และได้มีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒.๖) สัญญาสัมปทาน

สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาด ตัดตอน

หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

(๒.๗) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ให้ระบุชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง

หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการพิจารณาไว้ด้วย

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น ได้แก่

(๓.๑)

ประกาศประกวดราคาและประกาศสอบราคาของหน่วยงานของรัฐที่หัวหน้าส่วนราชการลงนามแล้ว

เป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้งนี้

มีกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับแต่วันประกาศ

(๓.๒)

ให้ส่วนงานที่รับผิดชอบจัดทำสรุปผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานเป็นรายเดือนทุก

ๆ เดือน โดยให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จัดซื้อ จัดจ้าง วงเงินงบประมาณ

วิธีซื้อหรือจ้าง

รายชื่อผู้เข้าเสนอราคาและราคาที่เสนอผู้ได้รับการคัดเลือกและราคา

และเหตุผลที่คัดเลือกผู้เสนอราคารายนั้นโดยสรุป

เพื่อเป็นดัชนีสำหรับการตรวจดูของประชาชน

(๔) ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

ส่วนราชการของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น

หรือผู้อื่น

โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้

เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ดังต่อไปนี้

(๔.๑) ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน

(๔.๒)

เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น

(๔.๓) ต่อหน่วยงานของรัฐที่ทำงานด้านการวางแผน

หรือการสถิติ หรือสำมะโนต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังผู้อื่น

(๔.๔) เป็นการให้เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย

โดยไม่ระบุชื่อหรือส่วนที่ทำให้รู้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด

(๔.๕) ต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา

(๔.๖) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการป้องกันการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

การสืบสวน การสอบสวน หรือการฟ้องคดี ไม่ว่าเป็นคดีประเภทใดก็ตาม

(๔.๗)

เป็นการให้ซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

(๔.๘) ต่อศาล และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว

(๔.๙)

กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารกำหนด

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม (๔.๑) -

(๔.๙) ให้มีการจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

และเก็บรักษาไว้กับเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการควบคุม

ดูแลข้อมูลข่าวสารจัดเก็บรวบรวมบัญชีหรือสำเนาบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลให้เป็นระบบ

กำกับไว้กับข้อมูลข่าวสารนั้นเพื่อความสะดวกในการเก็บรักษาของหน่วยงานของรัฐ

และตรวจสอบของบุคคลที่ขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน

กรณีที่บัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลมีส่วนที่เห็นควรไม่เปิดเผยแก่ผู้ขอตรวจดู

หรือยืมอยู่ด้วย

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจะตัดรายการใดออกจากรายการในบัญชีที่จะเปิดเผยก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องคงรายการที่แสดงลำดับที่

วัน เดือน ปีที่ขอตรวจดูหรือขอยืมไว้

และให้แสดงเหตุผลที่ไม่เปิดเผยไว้ในช่องหมายเหตุด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการให้บริการโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลโดยรอบคอบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ส่วนงานในสังกัดจัดส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารตามที่กำหนด

ไปยังศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ค้นคว้า หรือขอสำเนา

ให้ส่วนงานในสังกัดจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุม

ดูแล การตรวจสอบ ติดตามและประสานงานในการดำเนินตามวรรคแรก และตามข้อ ๑๒

ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอรวมทั้งรับผิดชอบในการพิจารณาให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น

ๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลซึ่งไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องส่งให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามวรรคแรก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานในสังกัดส่งมาให้

โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

ให้ส่วนงานในสังกัดจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ

ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องส่งให้แก่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้พร้อมในการที่จะพิจารณาสั่งเปิดเผยหรือมีผู้ใดยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารในความครอบครองหรือควบคุมดูแลดังกล่าว

หมวด

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จะเปิดเผยมิได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

หน่วยงานอาจมีคำสั่งที่มิให้เปิดเผยก็ได้

โดยคำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ

ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกัน

(๑) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือความมั่นคงในทางเศรษฐกิจหรือการคลังของประเทศ

(๒)

การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้

ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการฟ้องคดี การป้องกัน การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรู้แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารหรือไม่ก็ตาม

(๓)

ความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานในการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใด

แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง รายงานทางวิชาการ

รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในการทำความเห็นหรือคำแนะนำภายในดังกล่าว

(๔) การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด

(๕)

รายงานการแพทย์หรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร

(๖)

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย

หรือข้อมูลข่าวสารที่มีผู้ให้มาโดยไม่ประสงค์ให้ทางราชการนำไปเปิดเผยต่อผู้อื่น

(๗)

กรณีอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้

แต่ต้องระบุไว้ด้วยว่าที่เปิดเผยไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารประเภทใด

และเพราะเหตุใดและให้ถือว่าการมีคำสั่งเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นดุลพินิจ

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเห็นว่า

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้นั้นเสนอคำคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด

แต่ต้องให้เวลาอันสมควรที่ผู้นั้นอาจเสนอคำคัดค้านได้

ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ผู้ที่ได้รับแจ้งตามวรรคสาม

หรือผู้ที่ทราบว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของตน

มีสิทธิคัดค้านการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้

โดยทำเป็นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้แจ้ง

ในกรณีที่มีคำคัดค้าน เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องพิจารณาคำคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้า

ในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้าน

เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นมิได้

จนกว่าจะล่วงพ้นที่กำหนดเวลาอุทธรณ์

หรือจนกว่าคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้มีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้

แล้วแต่กรณี

หมวด

การขอดู

การขอข้อมูลข่าวสาร และการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

นอกจากข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

หรือที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้แล้ว

หรือที่มีการจัดให้ประชาชนได้ค้นคว้าแล้ว ถ้าบุคคลใดขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการและคำขอของผู้นั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควร

ให้หน่วยงานของรัฐผู้รับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร

เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมากหรือบ่อยครั้ง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำสมุดทะเบียนสำหรับผู้เข้ามาขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่ตั้งแสดงไว้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้ประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา

ค้นหาข้อมูลข่าวสารของทางราชการตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๗ แห่งระเบียบนี้

ในสถานที่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจัดไว้ให้สำหรับประชาชนในการค้นหาและศึกษาข้อมูลข่าวสารในวันและเวลาราชการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การค้นหา ศึกษาข้อมูลข่าวสาร

เอกสารใด ๆ ต้องใช้ความระมัดระวังและรักษาเยี่ยงวิญญูชน เมื่อค้นหา

ศึกษาข้อมูลข่าวสารเอกสารใดแล้ว ให้นำเก็บไว้ในที่เดิมและลักษณะเดิมหรือคืนแก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ห้ามนำอาหาร หรือเครื่องดื่มมึนเมา

เพื่อรับประทานหรือดื่มในสถานที่สำหรับการนี้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ห้ามนำอาวุธ

สัตว์เลี้ยงเข้าไปในศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ห้ามนำข้อมูลข่าวสาร

เอกสารใดออกนอกสถานที่สำหรับการนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ผู้ใดประมาท เลินเล่อ

หรือจงใจทำให้ข้อมูลข่าวสาร เอกสารใดชำรุด เสียหาย สูญหาย ไร้ประโยชน์

จะต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายตามความเป็นจริง หรืออาจถูกฟ้องร้องได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ผู้ใดขอยืมหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร

เอกสารใดจะต้องได้รับอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การขอสำเนาข้อมูลข่าวสารหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารที่มีคำรับรองถูกต้องให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนดต่อเจ้าหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือเขียนขึ้นเอง

โดยให้ระบุข้อมูลข่าวสารที่จะต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควร

ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้น

เป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

หรืออยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัดใด

หรือหน่วยงานนอกสังกัดอื่นใด

หากเป็นข้อมูลข่าวสารและอยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำศูนย์ข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นพนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ

๒ เป็นผู้อนุญาตและลงนามในสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุลและตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปีให้ชัดเจน

ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นขอขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในกรณีขอดู ตรวจดู

ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารอื่นซึ่งอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของส่วนงานใดในสังกัดขององค์การบริหารส่วนตำบล

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอเสนอเรื่องไปยังส่วนงานนั้น

พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ยื่นขอประสานกับหน่วยงานนั้นโดยตรงด้วยหากประสงค์

ให้หัวหน้าส่วนงานในสังกัด

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

โดยให้พนักงานส่วนตำบลไม่ต่ำกว่าระดับ ๒

เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ

ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.

๒๕๔๔

ในกรณีไม่อาจวินิจฉัยได้ว่า

ข้อมูลข่าวสารที่มีคำร้องขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้หัวหน้าส่วนงานในสังกัดเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการ

เพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

กรณีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอนั้นกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้ส่วนงานนั้นแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยมิชักช้า

เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียนั้นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

กรณีผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอใด

ให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ยื่นขอทราบพร้อมแจ้งให้ผู้ยื่นขอทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว

ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในเวลาสิบห้าวัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

ให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือหน่วยงานในสังกัดพิจารณาให้บริการตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบ ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.

๒๕๔๔ หรือเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผยตามกฎหมาย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

หรือตามที่ผู้มีอำนาจตามข้อ ๒๘ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ข้อมูลข่าวสารใด หากมีกฎหมาย

ระเบียบอื่นหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ

หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ผู้ขอข้อมูลข่าวสารในกรณีมีคำขอทำสำเนาโดยเครื่องถ่ายเอกสาร

ให้หน่วยงานคิดค่าสำเนาเอกสารในอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑)

ขนาดกระดาษ เอ ๔ หน้าละ

บาท

(๒)

ขนาดกระดาษ เอฟ ๑๔ หน้าละ

๑.๕๐ บาท

(๓)

ขนาดกระดาษ บี ๔ หน้าละ

บาท

(๔)

ขนาดกระดาษ เอ ๓ หน้าละ

บาท

(๕)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๒ หน้าละ

บาท

(๖)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๑ หน้าละ

๑๕

บาท

(๗)

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๐ หน้าละ

๓๐

บาท

รายได้จากการดังกล่าว

ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้คิดในอัตราคำรับรองละไม่เกิน ๕ บาท

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ในกรณีที่ผู้ขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง เป็นผู้มีรายได้น้อย

หรือเพื่อประกอบการดำเนินการอันเป็นประโยชน์ต่อองค์การบริหารส่วนตำบล

ให้ผู้อนุญาตสามารถพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียม

หรือลดอัตราค่าธรรมเนียมให้ตามสมควรแก่กรณีได้

หมวด

กำหนดระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การบริการข้อมูลข่าวสารตามคำขอ

ให้หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารดำเนินการให้บริการภายในกำหนดระยะเวลา ดังนี้

(๑)

การให้บริการข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนตรวจดู หรือขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น

(๒) การให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานในสังกัด

ให้พิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น

ถ้าไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันทำการนั้นได้

ให้แจ้งกำหนดวันและเวลาตามที่เห็นสมควรเพื่อผู้ยื่นขอรับ แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการ

ในกรณีมีเหตุจำเป็นอาจขออนุมัติจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลมอบหมายเพื่อขอขยายเวลาออกไปได้

แต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันทำการ

(๓) กรณีที่ต้องแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้าน

เมื่อรวมเวลาตั้งแต่วันรับคำขอการแจ้งให้คัดค้านการพิจารณาว่า

จะสั่งเปิดเผยหรือไม่เปิดเผย รวมแล้วต้องไม่เกินสามสิบวัน

ยกเว้นในกรณีที่มีเหตุจำเป็น

ให้ขออนุมัติจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้ขยายเวลาออกไป

แต่ต้องแสดงเหตุผลและรวมเวลาต้องไม่เกินหกสิบวัน

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

ตั้งอยู่เลขที่ ๓๖๓ หมู่ที่ ๒ ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

รหัสไปรษณีย์ ๖๔๑๕๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๕๕๖๕-๙๒๔๑ โทรสาร ๐-๕๕๖๕-๙๓๘๗

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

อนันต์

สิทธิวงศ์

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๖

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๗ ง/หน้า ๓๖/๒๒ มกราคม ๒๕๕๒

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบองค์การบริหารส่วนตำบลไทยชนะศึก ว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร และการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความปลอดภัยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7e64741e413c78a9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com