法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง

การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

พ.ศ. ๒๕๕๗

ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

ได้กำหนดให้มีเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเป็นหน่วยงานส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน

ดังนั้น เพื่อให้การประสานส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนด้านวิชาการ

และด้านการพัฒนาบุคลากรในแต่ละจังหวัดมีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพประกอบกับมติคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในการประชุม

ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

เห็นสมควรเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงออกประกาศการจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า

“ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง

การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนในระดับจังหวัด ประกาศ

ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

“ผู้แทนโรงเรียนเอกชน”

หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ

หรือผู้บริหารของโรงเรียนนอกระบบ

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

ยกเว้นกรุงเทพมหานคร จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล

และจังหวัดสงขลา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด

ประกอบด้วย

(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทุกเขตในจังหวัด

และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด

เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ

(๒) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานราชการ ได้แก่

รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทุกเขตที่ดูแลโรงเรียนเอกชน

ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทุกเขตยกเว้นเขต ๑

ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด

ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด

(๓) กรรมการผู้แทนโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา

ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับละไม่เกินสองคน

ผู้แทนโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษาไม่เกินสองคน

ผู้แทนโรงเรียนเอกชนนอกระบบไม่เกินสองคน

ผู้แทนสมาคมเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนเอกชน

สมาคมละหนึ่งคนแต่ไม่เกินจังหวัดละสามคน

กรณีจังหวัดที่มีจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ๕ เขตขึ้นไป

อาจมีกรรมการผู้แทนโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นได้อีกระดับหรือประเภทละหนึ่งคน

(๔) กรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๒) และ (๓) เลือกกรรมการตามข้อ ๖ (๓)

เป็นประธานกรรมการ

(๕) กรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) เสนอชื่อศึกษานิเทศก์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัด

หรือศึกษานิเทศก์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด

ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาเอกชน ไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ

(๖) กรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) เสนอชื่อบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาเอกชน

ไม่เกินสองคนเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

กรรมการตามข้อ ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔)

อาจเสนอชื่อบุคคลภายนอกเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการด้วยก็ได้

(๗) ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต ๑ เป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้ประธานกรรมการเสนอชื่อบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่กรรมการทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ วิธีการคัดเลือกกรรมการตามข้อ

๖ (๓) ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต ๑

ประสานให้โรงเรียนเอกชนในจังหวัดดำเนินการคัดเลือกกรรมการผู้แทนโรงเรียนเอกชนและประสานงานให้สมาคมเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนเอกชนในจังหวัดดำเนินการคัดเลือกกรรมการ

ผู้แทนสมาคมเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนเอกชนให้เป็นไปตามจำนวนที่กำหนดไว้

โดยขึ้นบัญชีสำรองไว้ระดับหรือประเภทละไม่เกินสองคน

กรณีเป็นโรงเรียนในระบบที่เปิดสอนเกินกว่าหนึ่งระดับหรือประเภท

ให้มีผู้แทนได้เพียงระดับหรือประเภทเดียว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ จังหวัดใดมีโรงเรียนไม่ครบระดับหรือประเภทที่กำหนดไว้ตามข้อ

๖ (๓)

หรือไม่มีสมาคมเกี่ยวกับการบริหารโรงเรียนเอกชนให้ถือว่ามีกรรมการครบองค์ประกอบเท่าที่มีอยู่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรรมการตามข้อ

๖ (๓) (๔) (๕) และ (๖) อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๖ (๓) (๔) (๕) และ (๖) พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่

ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่

ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นำวิธีการตามข้อ

๖ (๔) มาใช้ในการคัดเลือกประธานกรรมการ

และให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๖ (๓) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ผู้ได้รับการขึ้นบัญชีสำรองตามลำดับเป็นกรรมการแทน

กรณีผู้ได้รับการขึ้นบัญชีสำรองได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการครบแล้ว

ให้นำวิธีการตามข้อ ๗

มาใช้ในการคัดเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างและให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๖ (๕) (๖)

พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นำวิธีการตาม ข้อ ๖ (๕)

(๖) มาใช้ในการคัดเลือกกรรมการตามข้อ ๖ (๕) (๖) ตามแต่กรณี

และให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

เขต ๑ ส่งรายชื่อกรรมการตามข้อ ๖ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ผู้ช่วยเลขานุการ

และบัญชีรายชื่อสำรองตามข้อ ๗ ให้สำนักงานออกประกาศแต่งตั้งกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่จังหวัดใดมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพียงเขตเดียว

ให้ถือว่าเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดมีหน้าที่

ดังนี้

(๑)

ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้บริหาร ครู นักเรียน และโรงเรียนเอกชนทุกประเภท

ทุกระดับ

(๒) เสนอโครงการพัฒนาการศึกษาเอกชนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

และดำเนินโครงการพัฒนาผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนของจังหวัด

(๓) รับฟังปัญหาจากผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร

ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และสถานประกอบการ

เพื่อเสนอแนะต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ

และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๔) ดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

หรือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการให้แล้วเสร็จภายใน

๙๐ วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้กรรมการตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนในระดับจังหวัด ประกาศ

ณ วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนครบวาระ

หรือจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนรักษาการให้เป็นไปตามประกาศนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗

จาตุรนต์

ฉายแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๑๗ เมษายน ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๕๓ ง/หน้า ๒๒/๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7eed9b5b49c23a17

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com