法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

ผลิตภัณฑ์อาหาร

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์อาหาร

เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่

๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการอาหาร

ในการประชุมครั้ง ๔ - ๔/๒๕๖๐ เมื่อ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐ จึงได้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“ผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคล หรือองค์กร หรือสภาวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

และให้รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่จัดตั้งโดยสภาวิชาชีพด้วย ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

และหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการ

ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันการศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทำหน้าที่ประเมินเอกสารทางวิชาการ

เพื่อนำผลมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตในด้านต่าง

ๆ ดังนี้

(๑)

คุณภาพ มาตรฐาน หรือความปลอดภัยของอาหาร

(๒)

คุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย หรือเงื่อนไขการใช้วัตถุเจือปนอาหาร

(๓)

คุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย หรือเงื่อนไขการใช้วัสดุที่ใช้ทำภาชนะบรรจุอาหาร

(๔)

ความเหมาะสมของกรรมวิธีการผลิต เทคโนโลยีการผลิต เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหาร

(๕)

การกล่าวอ้างคุณประโยชน คุณภาพ หรือสรรพคุณของผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่ออ้างประโยชน์ในทางโภชนาการ

หรือทางการแพทย์ หรือทางการค้า

(๖)

ประเมินเอกสารทางวิชาการอื่นตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนที่

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(ก)

เป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญในองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

(ข)

เป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ

(ค)

เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอาหาร

(ง)

เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตามคำสั่งคณะกรรมการอาหาร

(จ)

เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญในคณะอนุกรรมการด้านอาหารตามคำสั่งคณะกรรมการอาหาร

(ฉ)

เคยเป็นผู้ที่สำนักงานขอความเห็นทางวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตด้านอาหาร

(๒)

เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้วมากกว่า ๑๐ ปี หรือปริญญาโทมากกว่า ๕

ปี หรือปริญญาเอกมากกว่า ๓ ปี ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารเทคโนโลยีการอาหาร

เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร พัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์

สุขาภิบาลอาหาร วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมศาสตร์ด้านอาหารเกษตรศาสตร์

ประมง ปศุสัตว์ จุลชีววิทยา โภชนาการ ชีวเคมี เคมี แพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เภสัชศาสตร์

พยาบาลศาสตร์ พิษวิทยา ระบาดวิทยา สัตวแพทยศาสตร์ วัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ปิโตรเคมี

บรรจุภัณฑ์เทคโนโลยีการบรรจุ การตรวจวิเคราะห์อาหาร การตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุ

หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเป็นกรณีไป

(๓)

มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ ในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีโดยมีประสบการณ์ทำงานในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่สำเร็จการศึกษามาแล้วในแต่ละระดับการศึกษาข้างต้น

หรือมีผลงานศึกษาวิจัยหรือผลงานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทยหรือวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่มีระบบการประเมินบทความโดยกองบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือวารสารที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย

ในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีอย่างน้อย ๓ เรื่องต่อสาขา

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีมาตรฐาน หน้าที่

ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน ดังนี้

(๑)

พิจารณา ตรวจสอบ ประเมินเอกสารวิชาการตามหลักวิชาการ บนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

(๒)

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประเมินเอกสารวิชาการ ตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

(๓)

จัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารวิชาการ และส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๔)

มีความเป็นกลางและไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีความสัมพันธ์กับองค์กร

หน่วยงาน หรือบริษัทในเรื่องที่พิจารณา

(๕)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารวิชาการทุกครั้งที่ทำการประเมิน

ทั้งนี้ หากผู้เชี่ยวชาญเคยทำหน้าที่

หรือเป็นที่ปรึกษา หรือให้บริการทางวิชาการแก่ผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารวิชาการ

ผู้เชี่ยวชาญต้องไม่ประเมินเอกสารวิชาการของผู้ยื่นคำขอประเมินรายนั้น และแจ้งสำนักงานทราบ

พร้อมทั้งส่งเอกสารวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดคืนให้สำนักงาน

(๖)

รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับ และลงนามเพื่อแสดงเจตจานงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินเอกสารวิชาการให้แก่บุคคลที่สาม

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

ส่วนที่

คุณสมบัติขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีการจัดตั้งหน่วยงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

(๒)

มีการกำหนดนโยบาย และมีการบริหารการจัดการตามหลักธรรมภิบาล

(๓)

มีฝ่ายบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างผู้เชี่ยวชาญในสังกัดเพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและจัดทำเป็นรายงานผลการประเมินเอกสารวิชาการ

รวม ถึงการประสานงานกับสำนักงาน

(๔)

มีนักวิชาการในสังกัด หรือมีเครือข่ายนักวิชาการในสังกัด ที่มีความรู้

ความเชี่ยวชาญความชำนาญ และประสบการณ์ตามความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาต่าง ๆ

ที่ขอขึ้นบัญชีเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ หรือประเมินเอกสารวิชาการ

(๕)

นักวิชาการในสังกัด ต้องมีวุฒิการศึกษา ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญหรือประสบการณ์ตามข้อ

๔ (๒) และข้อ ๔ (๓)

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีมาตรฐานหน้าที่ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานดังนี้

(๑)

ให้ถือว่าความเห็นในการประเมินเอกสารวิชาการของนักวิชาการในสังกัดเป็นความเห็นขององค์กร

หรือหน่วยงานนั้น

(๒)

ต้องรับผิดชอบต่อผลการประเมินเอกสารวิชาการของบุคลากรในสังกัด

(๓)

จัดทำบัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ที่อยู่ในสังกัดที่ทำหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินเอกสารวิชาการ

(๔)

ประสานและกำหนดผู้เชี่ยวชาญหรือคณะผู้เชี่ยวชาญภายในสังกัด เพื่อประเมินเอกสารวิชาการ

รวบรวมข้อคิดเห็น และจัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารวิชาการส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด

รวมทั้งประสานงานกับสำนักงานในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับการประเมินเอกสาร

(๕)

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประเมินเอกสารวิชาการตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

(๖)

มีความเป็นกลางไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีความสัมพันธ์ ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อมกับองค์กร

หน่วยงาน หรือบริษัทในเรื่องที่พิจารณา

(๗)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารวิชาการทุกครั้งที่ทำการประเมิน

ทั้งนี้ หากผู้เชี่ยวชาญเคยทำหน้าที่

หรือเป็นที่ปรึกษา หรือให้บริการแก่ผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารวิชาการ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ต้องไม่ประเมินเอกสารวิชาการของผู้ยื่นคำขอประเมินรายนั้น

และแจ้งให้สำนักงานทราบพร้อมทั้งส่งเอกสารวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดคืนให้สำนักงาน

(๘)

รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับ และให้ผู้เชี่ยวชาญหรือคณะผู้เชี่ยวชาญภายในสังกัดลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินเอกสารวิชาการให้แก่บุคคลที่สาม

(๙)

จัดให้มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีระบบคุณภาพในการกำกับดูแลการบริหารจัดการองค์กร

หมวด

การขึ้นบัญชี

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การยกเลิก การเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชีกับสำนักงานให้ยื่นคำขอตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการมาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร

เมื่อปรากฎว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด

๑ หรือหมวด ๒ แล้วแต่กรณี

บัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่งให้ใช้ได้ถึงวันที่

๓๑ ธันวาคมของปีที่ห้านับแต่วันที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

หากประสงค์จะขึ้นบัญชีดังกล่าวใหม่ให้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบัญชีดังกล่าวยังใช้ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้ขึ้นบัญชีไว้

หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาขาความเชี่ยวชาญให้ยื่นคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ตามแต่กรณี

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่ง

เมื่อปรากฎว่าผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ

และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑ หรือหมวด ๒ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขรายละเอียดการขึ้นบัญชี

ในกรณีตรวจพบว่าสาขาไม่ตรงตามที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้ เช่น

กรณีผู้เชี่ยวชาญในองค์กรหรือหน่วยงานมีการโยกย้ายหรือลาออกจากองค์กรหรือหน่วยงาน

หรือคุณวุฒิหรือสาขาความเชี่ยวชาญมีการเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งด้วย

ส่วนที่

การยกเลิก

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอยกเลิกการขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน

ทั้งนี้

ต้องจัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการให้แล้วเสร็จ และส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่มีผลเป็นการยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้เลขาธิการประกาศการยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนด้วย ทั้งนี้ ผลของการยกเลิกการขึ้นบัญชีจะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด

ๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงาน

ส่วนที่

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนการขึ้นบัญชีดังนี้

(๑)

ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔ หรือข้อ ๖ หรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ความรับผิดชอบและเงื่อนไขการดำเนินงานตามข้อ

๕ หรือข้อ ๗

(๒)

จงใจยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเอกสารอันเป็นเท็จดังกล่าวนั้นมีส่วนสำคัญที่สำนักงานใช้ในการพิจารณารับขึ้นบัญชีความเชี่ยวชาญ

แล้วแต่กรณี

(๓)

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่เลิก ถูกยกเลิกหรือถูกยุบหน่วยงานหรือองค์กร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้เลขาธิการประกาศการเพิกถอนการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนด้วย ทั้งนี้

ผลของการเพิกถอนการขึ้นบัญชีจะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ได้ดำเนินการไปแล้วที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๔ (๑)

และข้อ ๑๔ (๓) จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้ จนกว่าเวลาจะพ้นไปแล้ว

ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชี โดยต้องผ่านการตรวจประเมินคุณสมบัติ

และความโปร่งใส เป็นกลาง และการรักษาความลับ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๔ (๒)

จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่สำนักงานไม่ขึ้นบัญชีตามข้อ ๘

หรือถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ๑๔ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อเลขาธิการได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะพิจารณาอุทธรณ์เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

ให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในการนี้ ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างการอุทธรณ์

เลขาธิการอาจพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ดำเนินการต่อไปได้

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับอัตราค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร

หมวด

ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในกรณีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการประเมินเอกสารวิชาการ

ประกอบกับหากการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีตามประกาศนี้จะมีผลให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนด้วยแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจประกาศการขึ้นบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตามวรรคหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนตามประกาศนี้ โดยให้ยกเว้นการพิจารณาหรือดำเนินการตามประกาศนี้ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

ทั้งนี้

ในการประกาศการขึ้นบัญชีตามวรรคสอง ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเร่งรัดหรือผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาต

รวมถึงหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน

หรือองค์กรที่ขึ้นบัญชีไว้ด้วย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ประกาศนี้บังคับใช้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๘/๑๙ พฤศจิกายน

๒๕๖๑

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการผลิตภัณฑ์อาหาร พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7ef15d01da01f9b7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com