ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑)
มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(ก)
เป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญในองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน
(ข)
เป็นนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ
(ค)
เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอาหาร
(ง)
เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการตามคำสั่งคณะกรรมการอาหาร
(จ)
เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญในคณะอนุกรรมการด้านอาหารตามคำสั่งคณะกรรมการอาหาร
(ฉ)
เคยเป็นผู้ที่สำนักงานขอความเห็นทางวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตด้านอาหาร
(๒)
เป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้วมากกว่า ๑๐ ปี หรือปริญญาโทมากกว่า ๕
ปี หรือปริญญาเอกมากกว่า ๓ ปี ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น สาขาวิทยาศาสตร์การอาหารเทคโนโลยีการอาหาร
เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร พัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์
สุขาภิบาลอาหาร วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ วิศวกรรมศาสตร์ด้านอาหารเกษตรศาสตร์
ประมง ปศุสัตว์ จุลชีววิทยา โภชนาการ ชีวเคมี เคมี แพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เภสัชศาสตร์
พยาบาลศาสตร์ พิษวิทยา ระบาดวิทยา สัตวแพทยศาสตร์ วัสดุศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์พอลิเมอร์ปิโตรเคมี
บรรจุภัณฑ์เทคโนโลยีการบรรจุ การตรวจวิเคราะห์อาหาร การตรวจวิเคราะห์ภาชนะบรรจุ
หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเป็นกรณีไป
(๓)
มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญ ในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีโดยมีประสบการณ์ทำงานในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่สำเร็จการศึกษามาแล้วในแต่ละระดับการศึกษาข้างต้น
หรือมีผลงานศึกษาวิจัยหรือผลงานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการไทยหรือวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่มีระบบการประเมินบทความโดยกองบรรณาธิการหรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกหรือวารสารที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย
ในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีอย่างน้อย ๓ เรื่องต่อสาขา
ส่วนที่
๒
มาตรฐาน
หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ