法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

พ.ศ.

๒๕๕๒

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒

ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ดด้วยและเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลเหนือเมือง ตำบลในเมือง ตำบลดงลาน ตำบลรอบเมือง และตำบลขอนแก่น

อำเภอเมืองร้อยเอ็ด และตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ดังต่อไปนี้

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์

ที่กำหนดในข้อ ๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี

(๑) ในท้องที่ตำบลบัวคำ อำเภอโพธิ์ชัย

(๒) ในท้องที่ตำบลหนองตาไก้ อำเภอโพธิ์ชัย

(๓) ในท้องที่ตำบลสะอาด อำเภอโพธิ์ชัย

(๔) ในท้องที่ตำบลดอนโอง อำเภอโพธิ์ชัย

(๕) ในท้องที่ตำบลหนองใหญ่ อำเภอโพนทอง

(๖) ในท้องที่ตำบลคำนาดี อำเภอโพนทอง

(๗) ในท้องที่ตำบลนาอุดม อำเภอโพนทอง

(๘) ในท้องที่ตำบลอุ่มเม้า อำเภอโพนทอง

(๙) ในท้องที่ตำบลสระนกแก้ว อำเภอโพนทอง

(๑๐)

ในท้องที่ตำบลโพธิ์ศรีสว่าง อำเภอโพนทอง

(๑๑) ในท้องที่ตำบลโคกสูง อำเภอโพนทอง

(๑๒) ในท้องที่ตำบลโนนชัยศรี อำเภอโพนทอง

(๑๓) ในท้องที่ตำบลวังสามัคคี

อำเภอโพนทอง

(๑๔) ในท้องที่ตำบลสว่าง อำเภอโพนทอง

(๑๕) ในท้องที่ตำบลพรมสวรรค์ อำเภอโพนทอง

(๑๖) ในท้องที่ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง

(๑๗) ในท้องที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก

(๑๘) ในท้องที่ตำบลบึงงาม อำเภอหนองพอก

(๑๙) ในท้องที่ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก

(๒๐) ในท้องที่ตำบลโคกสว่าง อำเภอหนองพอก

(๒๑) ในท้องที่ตำบลท่าสีดา อำเภอหนองพอก

(๒๒)

ในท้องที่ตำบลหนองขุ่นใหญ่ อำเภอหนองพอก

(๒๓) ในท้องที่ตำบลกกโพธิ์ อำเภอหนองพอก

(๒๔) ในท้องที่ตำบลบุ่งเลิศ อำเภอเมยวดี

(๒๕) ในท้องที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ

(๒๖) ในท้องที่ตำบลหนองหลวง อำเภอเสลภูมิ

(๒๗) ในท้องที่ตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ

(๒๘) ในท้องที่ตำบลวังหลวง อำเภอเสลภูมิ

(๒๙) ในท้องที่ตำบลศรีวิลัย อำเภอเสลภูมิ

(๓๐) ในท้องที่ตำบลพรสวรรค์ อำเภอเสลภูมิ

(๓๑) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอเสลภูมิ

(๓๒) ในท้องที่ตำบลเหล่าน้อย อำเภอเสลภูมิ

(๓๓) ในท้องที่ตำบลภูเงิน อำเภอเสลภูมิ

(๓๔) ในท้องที่ตำบลนางาม อำเภอเสลภูมิ

(๓๕) ในท้องที่ตำบลโพนเมือง อำเภออาจสามารถ

(๓๖) ในท้องที่ตำบลขี้เหล็ก อำเภออาจสามารถ

(๓๗) ในท้องที่ตำบลบ้านแจ้ง อำเภออาจสามารถ

(๓๘) ในท้องที่ตำบลหน่อม อำเภออาจสามารถ

(๓๙)

ในท้องที่ตำบลหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ

(๔๐) ในท้องที่ตำบลคูเมือง อำเภอเมืองสรวง

(๔๑) ในท้องที่ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์

(๔๒) ในท้องที่ตำบลโพนสูง อำเภอปทุมรัตต์

(๔๓) ในท้องที่ตำบลขี้เหล็ก อำเภอปทุมรัตต์

(๔๔) ในท้องที่ตำบลบัวแดง อำเภอปทุมรัตต์

(๔๕) ในท้องที่ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตต์

(๔๖) ในท้องที่ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอจตุรพักรพิมาน

(๔๗) ในท้องที่ตำบลดู่น้อย อำเภอจตุรพักรพิมาน

(๔๘) ในท้องที่ตำบลอีง่อง อำเภอจตุรพักรพิมาน

(๔๙) ในท้องที่ตำบลบ้านฝาง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๐) ในท้องที่ตำบลสิงห์โคก อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๑) ในท้องที่ตำบลโนนสว่าง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๒) ในท้องที่ตำบลน้ำอ้อม อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๓) ในท้องที่ตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๔) ในท้องที่ตำบลทุ่งทอง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๕)

ในท้องที่ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๖)

ในท้องที่ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๗) ในท้องที่ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๘) ในท้องที่ตำบลหนองแวง อำเภอเกษตรวิสัย

(๕๙) ในท้องที่ตำบลเหล่าหลวง อำเภอเกษตรวิสัย

(๖๐) ในท้องที่ตำบลนาใหญ่ อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๑) ในท้องที่ตำบลน้ำคำ อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๒) ในท้องที่ตำบลห้วยหินลาด

อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๓) ในท้องที่ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๔) ในท้องที่ตำบลช้างเผือก อำเภอสุวรรณภูมิ

(๖๕) ในท้องที่ตำบลโพธิ์ใหญ่ อำเภอพนมไพร

(๖๖) ในท้องที่ตำบลชานุวรรณ อำเภอพนมไพร

(๖๗) ในท้องที่ตำบลกุดน้ำใส อำเภอพนมไพร

(๖๘) ในท้องที่ตำบลแสนสุข อำเภอพนมไพร

(๖๙) ในท้องที่ตำบลหนองทัพไทย

อำเภอพนมไพร

(๗๐) ในท้องที่ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร

(๗๑) ในท้องที่ตำบลดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี

(๗๒) ในท้องที่ตำบลเด่นราษฎร์

อำเภอหนองฮี

(๗๓) ในท้องที่ตำบลศรีสว่าง อำเภอโพนทราย

(๗๔) ในท้องที่ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย

(๗๕) ในท้องที่ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีระยะห่างจากเขตเทศบาลหรือเขตผังเมืองรวมไม่น้อยกว่า ๕ กิโลเมตร

(๒)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทางหรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๓)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๖)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๗) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคาร

(๘) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๙) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๑๐) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๑) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๒)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐

เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีระยะห่างจากเขตเทศบาลหรือเขตผังเมืองรวมไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร

(๒)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๓)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่คลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๘

(๖)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวนหรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๗) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งของอาคาร

(๘) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๙) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๑๐) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร ๑,๐๐๐

ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ให้คิดในอัตรา

๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๑) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน

๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

(๑๒)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในด้านที่ติดกับแหล่งน้ำสาธารณะนั้น

ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐ เมตร ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๓

เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเลสาบ

ต้องมีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๔ (๗) ข้อ ๔ (๘) ข้อ ๕ (๗) และข้อ ๕ (๘)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗

เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗)

มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๕๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗)

มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๗๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๔) หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๘)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคาร

หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ชิดพงษ์

ฤทธิประศาสน์

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

กันยายน ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง/หน้า ๒๒๗/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดร้อยเอ็ด พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7f6a9a7578684831

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com