法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนรวมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ

ในคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนรวมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่มาตรา ๕๑/๒ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อให้คำเสนอแนะ ช่วยเหลือ และร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมตลอดทั้งรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส รวมทั้งเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน จึงเป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนการรวมตัวกัน เพื่อมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรา ๕๑/๒ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนรวมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ต้องเป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานภาครัฐโดยมีลักษณะของการดำเนินงานหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือเป็นผู้แทนจากภาคประชาสังคมที่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนหรือประชาชนที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(ก) มีคุณสมบัติ

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

(๔) มีความรู้ หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๕) มีความประพฤติเหมาะสมแก่การแต่งตั้งเป็นผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม

(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้าม

(๑) เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือเจ้าหน้าที่ หรือผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ ในพรรคการเมือง ยกเว้นสมาชิกพรรคการเมือง

(๓) เป็นผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น รองหรือผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น

(๔) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๕) เคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุดหรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๗) เคยถูกไล่ออก ปลดออก ให้ออก หรือเลิกจ้างจากหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๘) เคยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. วินิจฉัยชี้มูลว่ามีความผิดทางอาญาและหรือวินัย

(๙) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกลงโทษเนื่องจากประพฤติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพกรณีเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ต้อง

(ก) มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

(๔) เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์และเป็นประโยชน์ในงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ (ข) (๑) - (๙)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานจัดทำประกาศรับสมัครบุคคลที่ประสงค์จะเป็นกรรมการ ตามข้อ ๔ และข้อ ๕ โดยให้ผู้ประสงค์ที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกยื่นใบสมัครและเอกสารต่าง ๆ ตามที่สำนักงานกำหนด

สำหรับผู้สมัครเป็นกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคมให้มีหนังสือรับรองหรือได้รับความเห็นชอบจากองค์กรภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมด้วย

หากมีการดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ไม่มีผู้มายื่นใบสมัคร หรือมีผู้ยื่นใบสมัครไม่ครบตามจำนวนเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกรรมการได้ ให้สำนักงานดำเนินการสรรหาจากบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ และข้อ ๕ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการคัดเลือกกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิให้สำนักงานดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามข้อ ๔ และข้อ ๕

(๒) จัดทำทะเบียนบัญชีรายชื่อ ประวัติ และผลงานโดยย่อของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๔ และข้อ ๕ พร้อมทั้งทำความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ท.

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. เลือกผู้ที่เหมาะสมเป็นกรรมการผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม จำนวนไม่เกินสี่คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคน จากบัญชีรายชื่อตามข้อ ๗ (๒) โดยวิธีการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. กำหนด

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ในกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เว้นแต่มีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ทั้งนี้ ต้องมีกรรมการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ เหลืออยู่อย่างน้อยด้านละหนึ่งคนด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้สำนักงานดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่กรรมการครบวาระ แต่ถ้ากรรมการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหากรรมการภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการจะต้องพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ ป.ป.ท.

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ หรือข้อ ๕

(๔) คณะกรรมการ ป.ป.ท. ให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ ประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ท. เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

กิตติ ลิ้มชัยกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

พิมพ์มาดา/ธนบดี/จัดทำ

๒๓ เมษายน ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนพิเศษ ๑๗ ง/หน้า ๗/๑๗ มกราคม ๒๕๖๒

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้แทนจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนรวมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7fdc4a74d42d731c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com