法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 22/2552 หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (ฉบับประมวล)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
35
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทน. 22/2552

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในประกาศนี้

(1) “กองทุนรวม” หมายความว่า กองทุนรวมที่บริษัทจัดการจัดตั้งขึ้นเพื่อจําหน่ายหน่วยลงทุนแก่ผู้ลงทุนสถาบัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการนําเงินที่ได้รับจากการจําหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนในทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน

(2) “สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ย

เงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และให้หมายความรวมถึงสถาบันการเงินดังกล่าวซึ่งถูกปิดกิจการหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต และมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ด้วย

(3) “บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

(4) “หน่วยลงทุน” หมายความว่า ตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิในทรัพย์สินของกองทุนรวม ซึ่งอาจแบ่งเป็นหลายชนิด โดยกําหนดสิทธิหรือประโยชน์ตอบแทนในหน่วยลงทุนแต่ละชนิดเท่าเทียมกัน

(5) “ผู้ลงทุนสถาบัน” หมายความว่า ผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะดังต่อไปนี้

(ก) ธนาคารพาณิชย์

(ข) บริษัทเงินทุน

(ค) บริษัทหลักทรัพย์ที่ซื้อหน่วยลงทุนเพื่อเป็นทรัพย์สินของตนเอง หรือเพื่อการบริหารกองทุนส่วนบุคคล หรือเพื่อการจัดการโครงการลงทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(ง) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(จ) บริษัทประกันภัย

(ฉ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นซึ่งมิได้เป็นบุคคลตาม (ฌ)

(ช) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(ซ) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(ฌ) ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

(ญ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ฎ) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(ฏ) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(ฐ) กองทุนรวมตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(ฑ) นิติบุคคลที่มีเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป

(ฒ) นิติบุคคลซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลตาม (ก) ถึง (ฒ) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด

(ณ) ผู้ลงทุนต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเดียวกับผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ฒ)

(ด) ผู้ลงทุนที่ไม่ใช่ผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ณ) ซึ่งซื้อหน่วยลงทุนตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป

(6) “โครงการ” หมายความว่า โครงการจัดการกองทุนรวม

(7) “ผู้ดูแลผลประโยชน์” หมายความว่า ผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวม

(8) “นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

(9) “ที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคคลที่รับให้คําปรึกษาหรือคําแนะนําแก่บริษัทจัดการเกี่ยวกับการลงทุนในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตามเพื่อประโยชน์ในการจัดการกองทุนรวม

(10) “ผู้จัดการกองทุนรวม” หมายความว่า ผู้ที่ทําหน้าที่ตัดสินใจลงทุนในหรือจําหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ ทรัพย์สินอื่น การหาดอกผลโดยวิธีอื่น หรือสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ถือหน่วยลงทุนหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ถือหน่วยลงทุนที่เป็นผู้ตัดสินใจลงทุนในหรือจําหน่ายไปซึ่งสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินตามที่ระบุไว้ในโครงการ

(11) “สมาคม” หมายความว่า สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนกับสํานักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่เกี่ยวกับการจัดการลงทุน

(12) “ผู้สอบบัญชี” หมายความว่า ผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ในการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งและจัดการตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 16/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 บริษัทจัดการต้องดําเนินการให้กองทุนรวมดํารงลักษณะดังต่อไปนี้ ตลอดอายุโครงการ

(1) มีผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมดเป็นผู้ลงทุนสถาบันซึ่งมีจํานวนไม่น้อยกว่าสิบราย เว้นแต่เป็นกองทุนรวมที่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการดํารงลักษณะของผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ได้รับการผ่อนผันนั้น

(2) เป็นกองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนก่อนสิ้นอายุโครงการ

(3) มีลักษณะอื่นใดตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้บริษัทจัดการจัดให้มีเอกสารดังต่อไปนี้

(1) ข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการ ซึ่งมีสาระสําคัญอย่างน้อยตามที่กําหนดในมาตรา 119 และตามที่กําหนดในข้อ 8

(2) สัญญาแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์ และสัญญาร่วมบริหาร (ถ้ามี)

(3) รายละเอียดของโครงการ โดยจัดไว้ ณ ที่ทําการทุกแห่งของบริษัทจัดการเพื่อให้ผู้ลงทุนสถาบันสามารถตรวจดูได้ และให้จัดทําสําเนาให้เมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ จนกว่าจะจดทะเบียนเลิกกองทุนรวม

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 ให้บริษัทจัดการจัดให้มีผู้ดูแลผลประโยชน์ที่มีคุณสมบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมและหากมีเหตุต้องเปลี่ยนตัวผู้ดูแลผลประโยชน์ไม่ว่าเพราะเหตุใดบริษัทจัดการจะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสํานักงานก่อน

ในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ขาดคุณสมบัติ ให้บริษัทจัดการดําเนินการให้ผู้ดูแลผลประโยชน์จัดการแก้ไขให้ถูกต้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่บริษัทจัดการตรวจพบเองหรือปรากฏจากการตรวจสอบของสํานักงาน และให้บริษัทจัดการแจ้งการแก้ไขดังกล่าวให้สํานักงานทราบภายในสามวันทําการนับแต่วันที่แก้ไขเสร็จสิ้น

ในกรณีที่ผู้ดูแลผลประโยชน์มิได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่กําหนดตามวรรคสองให้บริษัทจัดการขออนุญาตเปลี่ยนตัวผู้ดูแลผลประโยชน์ต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกําหนดเวลาให้แก้ไข และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้บริษัทจัดการแต่งตั้งผู้ดูแลผลประโยชน์รายใหม่แทนโดยพลัน ทั้งนี้ เว้นแต่สํานักงานจะสั่งการเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ในกรณีที่บริษัทจัดการขายหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนรายใดเกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม บริษัทจัดการจะลงทุนในหรือได้มาซึ่งสิทธิเรียกร้องที่ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวเป็นเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องเพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมได้ไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ทั้งนี้ หน่วยลงทุนที่เจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องถืออยู่ทั้งหมดต้องไม่เกินร้อยละห้าสิบของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น

หากปรากฏในภายหลังว่า ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งเป็นเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง บริษัทจัดการต้องดําเนินการลดสัดส่วนการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้เหลือไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลงทุนหรือได้มาเกินอัตราส่วนดังกล่าว หรือดําเนินการให้ผู้ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวลดสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนให้เหลือไม่เกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมเกินอัตราส่วนดังกล่าว

ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถดําเนินการตามวรรคสองภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้บริษัทจัดการดําเนินการเพื่อเลิกกองทุนรวมนั้น

การนับจํานวนหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนหรือได้มาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นับรวมจํานวนหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการแบ่งหน่วยลงทุนออกเป็นหลายชนิดตามทรัพย์สินที่ลงทุนหรือได้มา ให้นับจํานวนหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนหรือได้มาตามสัดส่วนที่กําหนดในวรรคหนึ่งและวรรคสองแยกตามชนิดของหน่วยลงทุนและทรัพย์สิน

ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดถือกรรมสิทธิ์ในหน่วยลงทุนหรือสิทธิเรียกร้องโดยมีเจตนาเพื่อให้ดอกผล สิทธิ หรือประโยชน์ในหน่วยลงทุนหรือสิทธิเรียกร้อง ตกได้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนรายใดเพื่อหลีกเลี่ยงข้อกําหนดตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสี่ สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทจัดการเลิกกองทุนรวมได้

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ให้บริษัทจัดการกําหนดอายุโครงการซึ่งต้องมีระยะเวลาสิ้นสุดไม่เกินวันที่

31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ให้บริษัทจัดการจัดทําข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการซึ่งต้องมีสาระสําคัญอย่างน้อยตามมาตรา 119 และต้องมีข้อจํากัดการโอนหน่วยลงทุนว่าบริษัทจัดการ หรือนายทะเบียนจะปฏิเสธการลงทะเบียนการโอนหน่วยลงทุนในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่มีการโอนหน่วยลงทุนซึ่งจะมีผลให้กองทุนรวมมีผู้ถือหน่วยลงทุนน้อยกว่าจํานวนที่กําหนดหรือน้อยกว่าจํานวนที่ได้รับการผ่อนผันตามข้อ 3(1)

(2) ในกรณีที่มีการโอนหน่วยลงทุนให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้ลงทุนสถาบัน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ในกรณีที่บริษัทจัดการกําหนดไว้ในโครงการว่าจะออกใบหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ใบหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) คําบอกชื่อว่าเป็นหน่วยลงทุน ชื่อ ประเภท และอายุโครงการ (ถ้ามี)

(2) มูลค่าที่ตราไว้ของหน่วยลงทุน จํานวนหน่วยลงทุน และจํานวนเงินทุนของกองทุนรวม

(3) ชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน

(4) เลขที่หน่วยลงทุนและจํานวนหน่วยลงทุนที่ถือ

(5) วัน เดือน ปี ที่ออกหน่วยลงทุน

(6) ข้อความที่เป็นข้อจํากัดการโอนหน่วยลงทุนตามที่กําหนดไว้ในข้อ 8

(7) ชื่อและสถานที่ตั้งของบริษัทจัดการ

(8) ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ดูแลผลประโยชน์

(9) ลายมือชื่อผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัทจัดการและตราประทับของบริษัทจัดการหรือลายมือชื่อนายทะเบียน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ห้ามมิให้บริษัทจัดการเรียกหรือรับค่าธรรมเนียมหรือเงินตอบแทนอื่นใดจากผู้ซื้อหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุน หรือกองทุนรวม นอกจากค่าธรรมเนียมหรือเงินตอบแทนตามอัตราและวิธีการที่กําหนดไว้ในโครงการ

ในกรณีที่บริษัทจัดการแต่งตั้งที่ปรึกษา บริษัทจัดการอาจเรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการแต่งตั้งที่ปรึกษาจากกองทุนรวมก็ได้

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 บริษัทจัดการต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงข้อจํากัดการโอนหน่วยลงทุนที่ระบุไว้ในข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการตามข้อ 8

ในกรณีที่นายทะเบียนลงทะเบียนการโอนหน่วยลงทุนโดยฝ่าฝืนข้อจํากัดการโอนหน่วยลงทุนที่ระบุไว้ในข้อผูกพันระหว่างผู้ถือหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการตามข้อ 8 ให้บริษัทจัดการดําเนินการให้นายทะเบียนเพิกถอนการลงทะเบียนการโอนหน่วยลงทุนนั้นโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ในการจัดการกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการแต่งตั้งผู้จัดการกองทุนรวมเพื่อรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการลงทุนของกองทุนรวมนั้น ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกองทุน โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวม

(1) พันธบัตร

(2) ตั๋วเงินคลัง

(3) เงินฝากหรือบัตรเงินฝาก

(4) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน

(5) หุ้น

(6) หุ้นกู้

(7) หน่วยลงทุนหรือใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวม

(8) หลักทรัพย์หรือตราสารแห่งหนี้ที่มีสัญญาขายคืน

(9) หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สํานักงานกําหนด

การลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเกินอัตราส่วนที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในการลงทุนในสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินจะต้องเป็นการรับโอนสิทธิเรียกร้องจากสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้ให้กู้แก่ลูกหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นหรือจากหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินตามกฎหมายหรือนโยบายของทางราชการ เช่น บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ เป็นต้น

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 บริษัทจัดการอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทที่กองทุนรวมไม่สามารถลงทุนหรือมีไว้ จากการรับชําระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น จากการเรียกเอาทรัพย์จํานองหลุด หรือจากการซื้อทรัพย์สิน

ที่เป็นหลักประกันตามตราสารแห่งหนี้หรือสิทธิเรียกร้องที่บริษัทจัดการได้ลงทุนหรือมีไว้เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมในการขายทอดตลาด

ให้บริษัทจัดการจําหน่ายทรัพย์สินที่ได้มาตามวรรคหนึ่งในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16[1](#fn1) ในกรณีที่บริษัทจัดการได้มาซึ่งที่ดินตามข้อ 15 ห้ามมิให้บริษัทจัดการดําเนินการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินในลักษณะที่เป็นการเพิ่มอุปทานในระบบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่การพัฒนานั้นเป็นไปเพื่อการปรับปรุงสภาพหรือปกปักรักษาที่ดิน หรือเพื่อประโยชน์ในการจําหน่ายที่ดินนั้น เช่น การก่อสร้างรั้ว หรือการปรับปรุงสภาพทางเข้าออก เป็นต้น

[2](#fn2) ในการจําหน่ายที่ดินของกองทุนรวม บริษัทจัดการอาจดําเนินการเพื่อให้กองทุนรวมได้รับอนุญาตหรือได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ทําการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินได้เฉพาะกรณีที่ที่ดินที่กองทุนรวมได้มาเป็นที่ดินที่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายดังกล่าวอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 การลงทุนในสิทธิเรียกร้องตามข้อ 14 หรือในทรัพย์สินอื่นที่ช่วยแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) บริษัทจัดการต้องลงทุนเพื่อให้ได้มาหรือมีไว้ซึ่งสิทธิเรียกร้องหรือทรัพย์สินอื่นดังกล่าวมีมูลค่ารวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีประจําปี เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) ในรอบระยะเวลาบัญชีประจําปีสุดท้ายก่อนสิ้นอายุโครงการ

(ข) ในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการจําหน่ายหรือโอนสิทธิเรียกร้องหรือทรัพย์สินอื่นดังกล่าว

การนับอัตราส่วนตามวรรคหนึ่ง ให้นับทรัพย์สินที่กองทุนรวมได้มาตามข้อ 15รวมในอัตราส่วนดังกล่าวได้

(2) ห้ามมิให้บริษัทจัดการลงทุนในสิทธิเรียกร้องหรือทรัพย์สินอื่นดังกล่าวเพิ่มเติมเมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม

ในกรณีที่บริษัทจัดการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทจัดการเลิกกองทุนรวมได้

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ในการจัดหาผลประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กองทุนรวมได้มาตามข้อ 15 ให้บริษัทจัดการดําเนินการได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ให้เช่าหรือให้เช่าช่วงพื้นที่โดยตรง หรือให้เช่าหรือให้เช่าช่วงแก่ผู้ประกอบกิจการเพื่อนําอสังหาริมทรัพย์ไปจัดหาผลประโยชน์ เว้นแต่ในกรณีการให้เช่าหรือให้เช่าช่วงที่ดิน บริษัทจัดการต้องไม่ให้ผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงดําเนินการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินในลักษณะที่เป็นการเพิ่มอุปทานในระบบอสังหาริมทรัพย์

(2) ดําเนินการอื่นใดในลักษณะที่ใกล้เคียงกันกับ (1) ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

ในกรณีที่การจัดหาผลประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง (1) เป็นการให้เช่าหรือให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี บริษัทจัดการต้องกําหนดอัตราค่าเช่าที่กองทุนรวมเรียกเก็บในอัตราที่สมเหตุสมผลตามสภาพทรัพย์สินที่กองทุนรวมให้เช่า

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ให้บริษัทจัดการจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) หนังสือสรุปข้อมูลที่เป็นสาระสําคัญเกี่ยวกับการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสิทธิเรียกร้องตามข้อ 14 ทรัพย์สินที่กองทุนรวมได้มาตามข้อ 15 และทรัพย์สินอื่นที่ช่วยแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ให้จัดส่งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว โดยหนังสือสรุปข้อมูลอย่างน้อยต้องมีข้อมูลซึ่งระบุราคาที่กองทุนรวมได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินดังกล่าว

(2) รายงานที่แสดงอัตราส่วนการลงทุนตามข้อ 17(1) ของกองทุนรวม ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีประจําปี ให้จัดส่งให้สํานักงานภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีประจําปีนั้น โดยรายงานดังกล่าวให้จําแนกตามประเภททรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ให้บริษัทจัดการคํานวณมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ณ วันทําการสุดท้ายของเดือนมิถุนายนและของเดือนธันวาคม และดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) แจ้งมูลค่าที่คํานวณได้ให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ภายในวันทําการถัดจากวันที่คํานวณเพื่อให้ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองว่าการคํานวณมูลค่าดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

(2) แจ้งมูลค่าดังกล่าวข้างต้นที่ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองแล้วตาม (1) ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและสํานักงานทราบภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่คํานวณ

ในกรณีมีเหตุจําเป็นและสมควรทําให้บริษัทจัดการไม่สามารถคํานวณมูลค่าดังกล่าวให้เสร็จสิ้นได้ ณ วันทําการสุดท้ายของเดือนมิถุนายนและของเดือนธันวาคม เช่น กรณีที่เป็นการลงทุนในสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงินซึ่งมีสัญญาที่เกี่ยวข้องเป็นจํานวนมากและจําเป็นต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการประเมินมูลค่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าว สํานักงานอาจพิจารณาผ่อนผันการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) ได้

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ในกรณีที่มีเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่คํานวณตามข้อ 20 อันมีผลกระทบต่อทรัพย์สินของกองทุนรวมอย่างมีนัยสําคัญ ให้บริษัทจัดการแจ้งเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบด้วย

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ในการคํานวณมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตามข้อ 20 ให้บริษัทจัดการคํานวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สมาคมกําหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

ในระหว่างที่สมาคมยังไม่ได้กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณมูลค่าตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการกําหนดราคาทรัพย์สินนั้นตามราคาที่เป็นธรรม โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือโดยมติตามเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจํานวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 ให้บริษัทจัดการจัดทํารายงานของกองทุนรวมทุกปีสิ้นสุดเดือนธันวาคมและส่งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งส่งให้สํานักงานภายในสามเดือนนับแต่วันสิ้นเดือนธันวาคม โดยรายงานดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) รายการแสดงทรัพย์สินแยกตามประเภทที่ลงทุน หรือที่ได้รับมาเนื่องจากการได้รับชําระหนี้หรือการบังคับหลักประกัน พร้อมทั้งมูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิและมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันทําการสุดท้ายของปี

(2) กําไรหรือขาดทุนจากการจําหน่ายอสังหาริมทรัพย์ หรือการโอนสิทธิเรียกร้องที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน

(3) งบการเงินล่าสุดที่ได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชี

(4) การเปรียบเทียบงบดุลและงบกําไรขาดทุนของปีปัจจุบันและปีก่อน

(5) ความเห็นของผู้ดูแลผลประโยชน์เกี่ยวกับการดําเนินงานของกองทุนรวมในรอบระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 การจ่ายเงินปันผลจากกําไรสุทธิจากการขายหรือจําหน่ายสิทธิเรียกร้องตามข้อ 14 ให้บริษัทจัดการจ่ายได้ไม่เกินสองในสามส่วนของกําไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25[3](#fn3) การลดเงินทุนของกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกระทําโดยการลดจํานวนหน่วยลงทุน และจะชําระคืนเป็นเงินหรือเป็นทรัพย์สินอื่นที่มิใช่เงินก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 25/1 และข้อ 25/2 แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 25/1

ข้อ 25/1[4](#fn4) การลดเงินทุนโดยชําระคืนเป็นเงินทั้งหมด ให้บริษัทจัดการดําเนินการลดจํานวนหน่วยลงทุน และจัดส่งเงินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนทั้งนี้ มูลค่าหน่วยลงทุนที่ใช้ในการลดเงินทุน ให้คํานวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน

[5](#fn5) ให้บริษัทจัดการยื่นคําขอจดทะเบียนลดเงินทุนของกองทุนรวมต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่ดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วเสร็จตามแบบที่จัดไว้ในเว็บไซต์ของสํานักงานทั้งนี้ คําขอดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อโดยกรรมการที่มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัท หรือในกรณีที่มีการมอบอํานาจ ผู้ลงนามต้องมีตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการฝ่าย หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมนั้น

[6](#fn6) ในกรณีที่โครงการมีข้อกําหนดให้การลดเงินทุนของกองทุนรวมต้องได้รับมติของผู้ถือหน่วยลงทุน ให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1)[7](#fn7) หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน หรือหนังสือแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน อย่างน้อยต้องระบุข้อมูลดังต่อไปนี้

(ก)[8](#fn8) จํานวนเงินทุนและจํานวนหน่วยลงทุนที่จะลดของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละราย

(ข)[9](#fn9) แผนการลดเงินทุน ความเห็นของบริษัทจัดการเกี่ยวกับเหตุผลและความจําเป็นในการลดเงินทุน รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ถือหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายหลังการลดเงินทุน

(ค)[10](#fn10) วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อลดจํานวนหน่วยลงทุน

(2)[11](#fn11) ได้รับมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งคิดตามจํานวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวม

มาตรา ข้อ 25/2

ข้อ 25/2[12](#fn12) การลดเงินทุนโดยชําระคืนเป็นทรัพย์สินอื่นที่มิใช่เงิน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้บริษัทจัดการดําเนินการเมื่อได้รับมติเอกฉันท์ของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายแล้วโดยบริษัทจัดการต้องลดจํานวนหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนและโอนทรัพย์สินหรือจัดส่งเงิน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ได้รับมติ

[13](#fn13) ให้บริษัทจัดการยื่นคําขอจดทะเบียนลดเงินทุนของกองทุนรวมต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่ดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้วเสร็จตามแบบที่จัดไว้ในเว็บไซต์ของสํานักงานทั้งนี้ คําขอดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อโดยกรรมการที่มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัท หรือในกรณีที่มีการมอบอํานาจ ผู้ลงนามต้องมีตําแหน่งไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการฝ่าย หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น ที่รับผิดชอบในสายงานเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนรวมนั้น

[14](#fn14) ในการขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง ให้มีข้อมูลอย่างน้อยตามที่ระบุดังต่อไปนี้ในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน หรือหนังสือแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อขอมติของผู้ถือหน่วยลงทุน

(1)[15](#fn15) จํานวนเงินทุนและจํานวนหน่วยลงทุนที่จะลดของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละราย

(2)[16](#fn16) แผนการลดเงินทุน ความเห็นของบริษัทจัดการเกี่ยวกับเหตุผลและความจําเป็นในการลดเงินทุน รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ถือหน่วยลงทุนและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมภายหลังการลดเงินทุน

(3)[17](#fn17) ทรัพย์สินที่จะชําระคืน ชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่จะได้รับทรัพย์สินแต่ละชิ้น และราคาของทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งรวมถึงราคาที่ได้มา ราคาตามรายงานการประเมินมูลค่าที่จัดทําขึ้นโดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ซึ่งจัดทําขึ้นไม่เกินหกเดือนก่อนวันลดเงินทุน และราคาที่ใช้ในการโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

(4)[18](#fn18) จํานวนเงินที่จะชําระคืน และชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่จะได้รับเงิน (ถ้ามี)

(5)[19](#fn19) วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนเพื่อลดจํานวนหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26[20](#fn20) ห้ามมิให้บริษัทจัดการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1)[21](#fn21) เสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มภายหลังจากการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก

(2)[22](#fn22) เพิ่มเงินทุนของกองทุนรวม เว้นแต่เป็นการเพิ่มเงินทุนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมในการดําเนินคดีพิพาท

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาสามปีนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บริษัทจัดการอาจแก้ไขกองทุนรวมนั้นเป็นกองทุนเปิดได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 ให้ผู้ลงทุนประเภทสถาบันหรือที่มีลักษณะเฉพาะตามข้อ 7(3) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 13/2539 เรื่อง การยื่นและการยกเว้นการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2539 ที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอยู่ก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 สามารถถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมนั้นต่อไปได้

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 ในกรณีที่กองทุนรวมได้ลงทุนในหุ้นของบริษัทใดที่มิใช่หุ้นของบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ อยู่แล้วก่อนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ให้กองทุนรวมดังกล่าวสามารถมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทนั้นต่อไปได้ แต่ถ้ามีการจําหน่ายหุ้นดังกล่าวไปเท่าใด ให้กองทุนรวมมีไว้ซึ่งหุ้นเพียงจํานวนที่เหลือเท่านั้น

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30[23](#fn23) ในกรณีที่บริษัทจัดการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทที่กองทุนรวมไม่สามารถลงทุนหรือมีไว้ได้อยู่แล้วก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549 เนื่องจากการรับชําระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น จากการเรียกเอาทรัพย์จํานองหลุด หรือจากการซื้อในการขายทอดตลาด ให้บริษัทจัดการจําหน่ายทรัพย์สินที่ได้มาดังกล่าวภายในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้ โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 ให้บรรดาประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และ

ตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 16/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม

เพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อน

วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้

จนกว่าจะได้มีประกาศ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 16/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับตลาดทุน

*หมายเหตุ* 1. ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 22/2552 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 4 มิถุนายนพ.ศ. 2552 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และ

ตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กําหนดให้การออกหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งและจัดการ

กองทุนรวมเป็นอํานาจของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน จึงเห็นควรออกประกาศเพื่อทดแทนประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 16/2541 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

2. ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 10/2553 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่15 มีนาคม พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลดเงินทุน

ของกองทุนรวมเพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถรับส่วนที่ลดทุนเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มิใช่เงินได้

และเพื่อขยายระยะเวลาในการจําหน่ายทรัพย์สินที่กองทุนรวมได้มาก่อนวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2549จากการรับชําระหนี้ด้วยทรัพย์สินอื่น จากการเรียกเอาทรัพย์จํานองหลุด หรือจากการซื้อในการ

ขายทอดตลาด จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

ประกาศนี้มีมีบทเฉพาะกาลดังนี้

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้ยกเลิกแบบ 117-ล3 ท้ายประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 22/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 กองทุนรวมใดที่อยู่ระหว่างดําเนินการลดเงินทุนจดทะเบียนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 25 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 22/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศฉบับนี้ต่อไปได้ จนกว่าการลดเงินทุนจดทะเบียนดังกล่าวจะแล้วเสร็จ

3. ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 32/2553 เรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และ

วิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่10 สิงหาคม พ.ศ. 2553 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยาย พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อให้กองทุนรวมสามารถเพิ่มเงินทุนเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมในการดําเนินคดีพิพาท จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

4. ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. 29/2556 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 4) ลงวันที่17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

-----------------------ประกาศฉบับประมวล

-----------------------ประกาศฉบับประมวล

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

11.

12.

13.

14.

15.

16.

17.

18.

19.

20.

21.

22.

23.

35 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 22/2552 หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมเพื่อแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงิน (ฉบับประมวล) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_806f858a53cef54d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com