法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 30/2551 เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทำธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 30/2551

เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทําธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ 23 มกราคม 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ที่เปิดดําเนินการอยู่และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมยื่นขออนุญาตปรับสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินประเภทต่างๆ โดยธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะเน้นการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดตามประกาศ เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทําธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

การออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยเนื้อหาของหลักเกณฑ์ไม่แตกต่างไปจากหลักเกณฑ์เดิมที่ได้ออกไปแล้ว

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และความในเงื่อนไขแนบใบอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยประกอบธุรกิจเพื่อการให้บริการแก่ลูกค้าและในการทําธุรกรรมเพื่อการบริหารสินทรัพย์หนี้สินและเพื่อการป้องกันความเสี่ยงตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

"ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย" หมายความว่า บริษัทมหาชนจํากัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการแก่ประชาชนรายย่อย และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีข้อจํากัดการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศตราสารอนุพันธ์ และธุรกรรมอื่นที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

"สถาบันการเงิน" หมายความว่า

(1) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(2) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(3) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย

(4) ธนาคารพาณิชย์

(5) บริษัทเงินทุน

(6) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(7) บริษัทหลักทรัพย์

(8) บริษัทประกันชีวิต

(9) สถาบันการเงินต่างประเทศ

(10) กองทุนรวม

(11) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(12) กองทุนส่วนบุคคล

(13) กองทุนบําเหน็จบํานาญ

(14) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(15) นิติบุคคลอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

"การลงทุนในตราสารที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า" หมายความว่า การลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่กิจการถือไว้โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะขายในอนาคตอันใกล้ ทําให้กิจการถือหลักทรัพย์นั้นไว้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหากําไร จากการเปลี่ยนแปลงราคาของตราสารนั้น

"การลงทุนในตราสารที่มีวัตถุประสงค์เผื่อขาย" หมายความว่า การลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาดซึ่งไม่ถือเป็นการลงทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้าและในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกําหนดหรือเงินลงทุนในบริษัทลูกหรือบริษัทร่วมหลักทรัพย์

"วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)" หมายความว่า กิจการที่เข้าลักษณะตามคําจํากัดความของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่กําหนดโดยกระทรวงอุตสาหกรรมตามเอกสารแนบ 2

"การให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยที่มีหลักประกัน" หมายความว่า สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อย

ที่มีสินทรัพย์หรือการค้ําประกันดังต่อไปนี้เป็นประกันเต็มจํานวน โดยธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันได้อย่างน่าเชื่อถือและสามารถยึดหรือบังคับหลักประกันดังกล่าวได้ตามกฎหมายกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชําระหนี้ หรือเป็นการค้ําประกันโดยผู้ค้ําประกันที่น่าเชื่อถือและธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถไล่เบี้ยกับผู้ค้ําประกันได้ตามกฎหมายกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชําระหนี้

(1) เงินสดหรือสิทธิในเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้น

(2) หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด ได้แก่ หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด

(3) หลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือนอกศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

(4) ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

(5) สินค้า

(6) เครื่องจักร

(7) สิทธิการเช่า เฉพาะในกรณีที่ผู้ให้เช่ายินยอมให้มีการสวมสิทธิแทนเมื่อผู้เช่าเดิมซึ่งเป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยไม่ชําระหนี้ ซึ่งไม่รวมถึงการเช่าช่วงสิทธิการเช่า

(8) รถจักรยานยนต์ รวมถึงการให้สินเชื่อประเภทการให้เช่าซื้อหรือการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งกรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์เป็นของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้ให้เช่าแบบลีสซิ่ง

(9) รถยนต์ รวมถึงการให้สินเชื่อประเภทการให้เช่าซื้อหรือการให้เช่าแบบดีสซิ่งรถยนต์ ซึ่งกรรมสิทธิ์ในรถยนต์เป็นของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยผู้ให้เช่าซื้อหรือผู้ให้เช่าแบบลีสซิ่ง

(10) ทรัพย์สินทางปัญญา เฉพาะในกรณีที่มีราคาประเมินที่ยอมรับได้ มีกฎหมายรองรับสิทธิของเจ้าของ และลามารถบังดับได้จริงหากลูกหนี้ไม่ชําระหนี้

(11) การค้ําประกันโดยกระทรวงการคลัง หรือรัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชําระหนี้ หรือมีหลักฐานว่าจะได้รับชําระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอน

(12) การค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และนิติบุคคลอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

(13) สินทรัพย์หรือการค้ําประกันประเภทอื่นที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

"ผู้เกี่ยวข้อง" หมายความว่า บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับอีกบุคคลหนึ่งในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นคู่สมรส

(2) เป็นบุตรหรือบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

(3) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจในการจัดการ

(4) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจควบกุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

(5) เป็นบริษัทที่บุคคลนั้นหรือบุคคลตาม (1) หรือ (2) มีอํานาจควบคุมการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ

(6) เป็นบริษัทลูกของบริษัทตาม (3) หรือ (4) หรือ (5)

(7) เป็นบริษัทร่วมของบริษัทตาม (3) หรือ (4) หรือ (5)

(8) เป็นตัวการ ตัวแทน หรือ

(9) บุคคลอื่นที่มีลักษณะตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในกรณีที่บุคคลใดถือหุ้นในบริษัทใดตั้งแต่ร้อยละยี่สิบขึ้นไปของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริษัทนั้นเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิได้เป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง

5.2 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจเพื่อการให้บริการแก่ลูกค้าและสามารถทําธุรกรรมเพื่อการบริหารสินทรัพย์หนี้สินและเพื่อการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเองได้ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

5.2.1 ธุรกิจเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจพื้นฐานของธนาคารพาณิชย์ธุรกิจที่เกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องหรือจําเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เพื่อการให้บริการลูกค้าภายใต้ขอบเขตดังต่อไปนี้

(1) ธุรกิจพื้นฐาน ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้แต่ละรายได้ โดยจํากัดวงเงินการให้สินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อย และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแต่ละรายตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดในเรื่องว่าด้วย การกําหนดอัตราส่วนจํานวนเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ ลงทุน ก่อภาระผูกพัน หรือทําธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือโครงการหนึ่งโครงการใดกับเงินกองทุนและที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ วงเงินการให้สินเชื่อแก่ถูกหนี้แต่ละรายจะต้องนับรวมวงเงินการให้สินเชื่อแก่ผู้เกี่ยวข้องกับลูกหนี้รายนั้นๆ

ส่วนธุรกิจพื้นฐานอื่น เช่น การรับฝากเงินทุกประเภท หรือการโอนเงินชําระเงิน ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถดําเนินการได้โดยไม่จํากัดคู่สัญญา

(2) ธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยเงินต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศได้ ดังนี้

(2.1) ธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยเงินต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศได้ตามที่บุคคลรับอนุญาตกระทําได้ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยเรื่องคําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่บุคคลรับอนุญาตและที่แก้ไขเพิ่มเติม และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินในเรื่องว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาต และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแถกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินตราต่างประเทศนี้ไม่รวมการรับฝากเงินบาทจากผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(2.2) ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถมีบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ต่างประเทศและส่งเงินตราต่างประเทศออกไปสํารองไว้ในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ต่างประเทศนั้นเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขในการเข้าเป็นสมาชิกเพื่อการดําเนินธุรกิจด้านบัตรเครดิตได้ อย่างไรก็ดี หากในการประกอบธุรกิจด้านบัตรเครดิตนี้ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเป็นผู้ได้รับชําระเงินตราต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องนําเงินตราต่างประเทศที่ได้รับกลับเข้ามาในประเทศไทยทันทีที่ได้รับ พร้อมทั้งขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับตัวแทนรับอนุญาตรายอื่น ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในประเทศไทยภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้มาหรือนําเข้า

(3) ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือจําเป็นต่อการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจการเรียกเก็บเงินตามตั๋ว การรับรางวัลตั๋วเงินการรับรองตั๋วเงิน หรือการค้ําประกัน หรือธุรกิจทํานองเดียวกันด้วยก็ได้ รวมถึงธุรกิจอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตไว้แก่ธนาคารพาณิชย์แล้ว เช่น การเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต การเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ การคูแลและเก็บรักษาหลักทรัพย์ การประกอบธุรกรรมซื้อคืนภาคเอกชน เป็นต้น ทั้งนี้ ยกเว้นธุรกิจดังต่อไปนี้

(3.1) การให้สาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ไทยเป็นผู้จัดการกองทุน เพื่อการลงทุน หรือการพัฒนาระหว่างประเทศ หรือรับบริหารสินทรัพย์ให้แก่บุคคลในต่างประเทศ

(3.2) ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และการขายชอร์ต

(3.3) ธุรกิจการค้าตราสารแห่งหนี้

(3.4) ธุรกิจการค้าหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน

(3.5) ธุรกิจการรับประกันการจําหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นหน่วยลงทุน

(3.6) ธุรกิจที่เกี่ยวกับอนุพันธ์ทางการเงิน

(3.7) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจตาม (3) ได้ โดยไม่จํากัดคู่สัญญา เว้นแต่ในกรณีธุรกิจที่ถือว่าเป็นการให้สินเชื่อ หรือธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือธุรกิจจัดจําหน่ายตราสารแห่งหนี้ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะสามารถให้บริการได้เฉพาะแก่ประชาชนรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเท่านั้น สําหรับกรณีการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลีสซิ่ง การให้สินเชื่อภายใต้การให้บริการทางการเงินตามหลักขาริอะฮ์ การประกอบธุรกิจแฟ็กเตอริ่งแบบมีสิทธิไถ่เบี้ย และการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมแบบมีสิทธิไล่เบี้ยนั้น ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดในตารางประเภทธุรกิจที่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย (ธย) ทําตามเอกสารแนบ3 ด้วย

5.2.2 ธุรกรรมเพื่อการบริหารสินทรัพย์/หนี้สินและเพื่อการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเอง

(1) ธุรกรรมเพื่อการบริหารสินทรัพย์หนี้สินของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเอง

(1.1) การกําหนดขอบเขตธุรกรรมตามสกุลเงิน

(1.1.1) ธุรกรรมในสกุลเงินบาท ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมในสกุลเงินบาทได้ทุกประเภท ยกเว้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอนุพันธ์ทางการเงินซึ่งสามารถทําได้เฉพาะเพื่อการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเองเท่านั้น อย่างไรก็ดีธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝงซึ่งมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรหรือกลุ่มของตัวเเปรที่มีเงื่อนไขกําหนดให้มีการชําระคืนเงินต้นเต็มจํานวนเฉพาะเพื่อการลงทุน โดยตัวแปรที่ใช้อ้างอิงต้องเข้าข่ายตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์ทางการเงินแฝง

(1.1.2) ธุรกรรมในสกุลเงินตราต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมในสกุลเงินตราต่างประเทศเพื่อการบริหารสินทรัพย์หนี้สินของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเองได้ เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

(1.2) การกําหนดขอบเขตธุรกรรมด้านสินทรัพย์

ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมด้านสินทรัพย์เพื่อการบริหารสินทรัพย์/หนี้สินของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเองได้เฉพาะกับคู่สัญญาที่เป็นประชาชนรายย่อย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันการเงิน บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด องค์การของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และรัฐบาลเท่านั้น

สําหรับธุรกรรมการรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน ห้ามธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยรับซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตั๋วเงินที่ขายโดยนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่กําหนดในวรรคหนึ่ง

สําหรับธุรกรรมการลงทุนในตราสารหนี้/ตราสารทุน ห้ามธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยลงทุนในตราสารหนี้/ตราสารทุนที่ออกโดยนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่กําหนดในวรรดหนึ่งเว้นแต่การลงทุนในตราสารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า หรือมีวัตถุประสงค์เผื่อขายที่มีกําหนดระยะเวลาการถือครองไม่เกินกว่า 1 ปี

ทั้งนี้ ตราสารที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยถืออยู่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้านั้นต้องไม่มีข้อจํากัดในการซื้อขาย มีการประเมินมูลค่าที่ถูกต้องเป็นปัจจุบันอย่างสม่ําเสมอและต้องมีการบริหารจัดการที่ดี โดยธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดว่าด้วยนโยบายการกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาดของสถาบันการเงิน อาทิกําหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการถือครองฐานะในบัญชีเพื่อค้า กําหนดให้มีกระบวนการที่ ใช้ในการประเมินมูลค่าฐานะในบัญชีเพื่อค้าอย่างน้อยทุกวัน และกําหนดให้มีนโยบายการบริหารฐานะในบัญชีเพื่อค้าเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งมีกระบวนการควบคุมภายในและมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายการบริหารฐานะในบัญชีเพื่อค้าที่ ได้กําหนดขึ้น

(2) ธุรกรรมเพื่อการป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเองธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถทําธุรกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของตนเองได้ เช่นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับตราสารอนุพันธ์ประเภทต่างๆ และธุรกรรมการซื้อ/ขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวต้องเป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยง และไม่มีลักษณะของการเก็งกําไร

5.3 ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยจะต้องบันทึกบัญชีรายได้จากการประกอบธุรกิจให้ถูกต้อง

5.4 ในการประกอบธุรกิจและการทําธุรกรรมตามประกาศฉบับนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ หรือหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องด้วย

อื่นๆ - 6. เกณฑ์การผ่อนผัน

ในกรณีที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้จัดตั้งเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยหรือมีการนรวบรวมหรือโอนกิจการของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เพื่อจัดตั้งธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย หรือกรณีที่ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยได้เปลี่ยนสถานะจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามคําจํากัดความในประกาศฉบับนี้ไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Corporate) มีผลให้การประกอบธุรกิจและการทําธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยไม่เป็น ไปตามข้อกําหนดในข้อ 5.2 ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยถือปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการทําธุรกรรม ดังนี้

(1) กรณีสัญญามีกําหนดอายุ (Term loan) ผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจหรือทําธุรกรรมตามสัญญาที่ผูกพันไว้แล้วต่อไปได้จนกว่าจะหมดอายุสัญญา

(2) กรณีสัญญาที่ไม่มีกําหนดอายุ (Call loan) ผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจหรือธุรกรรมได้ไม่เกิน 1 ปี นับจากวันเปิดดําเนินการของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยนั้น หรือนับจากวันที่ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยได้เปลี่ยนสถานะจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามคําจํากัดความในประกาศฉบับนี้ไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Corporate) แล้วแต่กรณี หลังจากนั้น จะต้องดําเนินการให้การประกอบธุรกิจและทําธุรกรรมเป็นไปตามขอบเขตที่กําหนด

ทั้งนี้ เกณฑ์การผ่อนผันตามข้อ (1) และ (2) มีผลบังคับใช้เฉพาะกรณีสัญญาที่ทําไว้ก่อนวันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ดําเนินการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเท่านั้น หรือก่อนวันที่ถูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยได้เปลี่ยนสถานะจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตามคําจํากัดความในประกาศฉบับนี้ไปเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Corporate) แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเงื่อนไขให้ปฏิบัติด้วยก็ได้

สําหรับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยที่เคยได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจหรือทําธุรกรรมในลักษณะตามข้อ (1) และ (2) มาแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยสามารถประกอบธุรกิจหรือธุรกรรมได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมที่เคยได้รับการผ่อนผันและให้ถือว่าได้รับการผ่อนผันตามประกาศฉบับนี้ด้วย

อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 30/2551 เรื่อง ขอบเขตการประกอบธุรกิจและขอบเขตการทำธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_80c0578a0009883c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com