法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทำการศาล พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
45
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทําการศาล

พ.ศ. 2562

เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยของศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญและการรักษาความสงบเรียบร้อยของการพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและรัดกุมสอดคล้องกับกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงสร้างการบริหารราชการของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542 และข้อ 8 (8) ของข้อกําหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทําการศาล พ.ศ. 2562"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาระเบียบและความเรียบร้อยในที่ทําการหรือบริเวณที่ทําการศาลรัฐธรรมนูญและเข้าฟังการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

"ศาล" หมายความว่า ศาลรัฐธรรมนูญ

"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

"คณะผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" หมายความว่า บุคคลซึ่งแต่งตั้งให้ทําหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนั้น

"สํานักงาน" หมายความว่า สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

"ที่ทําการศาล" หมายความว่า อาณาบริเวณหรือพื้นที่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน และให้หมายความรวมถึงอาณาบริเวณหรือพื้นที่อื่นใดที่มีการประกาศของศาลกําหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน

"สถานการณ์ฉุกเฉิน" หมายความว่า สถานการณ์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือกรณีที่เกิดภยันตรายหรือเหตุอื่นใดที่คุกคามศาลหรือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญอย่างร้ายแรงและเร่งด่วน จนน่าจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หรือปลอดภัย หรืออิสระในการพิจารณาวินิจฉัยคดี ไม่ว่าภยันตรายหรือเหตุอันคุกคามนั้นจะเกิดขึ้นจากการกระทําของบุคคล หรือเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

"สื่อมวลชน" หมายความว่า สื่อกลางที่นําข่าวสาร สาร และเนื้อหาสาระทุกประเภทไปเผยแพร่สู่มวลชน สาธารณชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าอยู่ในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อดิจิทัล หรือในรูปอื่นใดที่สามารถสื่อความหมายให้ประชาชนทราบได้เป็นการทั่วไป และให้หมายความรวมถึงเจ้าของ หรือบรรณาธิการ หรือผู้แทนของสื่อดังกล่าว

"ผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉิน" หมายความว่า รองเลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอํานาจออกระเบียบสํานักงานประกาศสํานักงาน และกําหนดมาตรการหรือข้อปฏิบัติ ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทําการศาลให้ใช้ระเบียบนี้ และให้นําระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และผู้ซึ่งมาช่วยปฏิบัติงานในสํานักงาน ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้อย่างเคร่งครัด โดยให้อยู่ในความควบคุมและรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หากเกิดความบกพร่อง เสียหาย หรือมีกรณีที่จะก่อให้เกิดความเสียหายอันอาจกระทบกระเทือนถึงการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามระเบียบนี้ประการใด ให้ผู้ทราบเหตุการณ์ต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นหรือหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยโดยตรงทันที

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ทําการศาลเป็นสถานที่ประสิทธิ์ประสาทความยุติธรรม จําเป็นต้องมีความสงบเรียบร้อยและปลอดภัย ควรได้รับความเคารพและเป็นเขตหวงห้าม บุคคลหรือยานพาหนะที่จะเข้ามาจําต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ทําการศาลถือเป็นเขตปลอดอาวุธ ห้ามผู้ใดนําหรือพกพาอาวุธติดตัวเข้ามาในที่ทําการศาลโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลหรือเลขาธิการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การรักษาความลับของทางราชการ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ พื้นที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ดังนี้

(1) พื้นที่ชั้นนอก

(2) พื้นที่ควบคุม

(3) พื้นที่หวงห้าม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ พื้นที่ชั้นนอก หมายถึง พื้นที่ที่ทําการศาลทั้งหมด หรือพื้นที่อื่นใดตามที่ศาลกําหนด ยกเว้นพื้นที่ควบคุม และพื้นที่หวงห้าม

บุคคลและยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ พื้นที่ควบคุม หมายถึง พื้นที่ภายในที่ทําการศาล หรือพื้นที่อื่นใดตามที่ศาลกําหนดซึ่งอยู่ถัดจากพื้นที่ชั้นนอกเข้ามา ยกเว้นพื้นที่หวงห้าม

ห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มาปฏิบัติงานหรือมาติดต่อราชการ

บุคคลที่เข้าไปในพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง ต้องผ่านการตรวจตัวบุคคลและสิ่งของที่นําพามาตามวิธีการของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ พื้นที่หวงห้าม หมายถึง ห้องประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ห้องออกนั่งพิจารณาคดี และห้องทํางานของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ห้องเก็บสํานวนคดี รวมถึงพื้นที่อื่นใดตามที่ศาลกําหนด

ห้ามผู้ใดเข้าไปในห้องประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และห้องออกนั่งพิจารณาคดี เว้นแต่บุคคลที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงาน และผู้ที่ได้รับอนุญาตจากศาล

ห้ามผู้ใดเข้าไปในห้องทํางานของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เว้นแต่ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี

ห้ามผู้ใดเข้าไปในห้องเก็บสํานวนคดี เว้นแต่เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

การอนุญาตให้บุคคลเข้าในห้องออกนั่งพิจารณาคดี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในหมวด 7 การเข้าฟังการไต่สวนของศาล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ศาลมีอํานาจประกาศกําหนดพื้นที่ทําการศาล หรือพื้นที่อื่นใดตามข้อ 13 ข้อ 14 และข้อ 15 หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง พื้นที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย รวมถึงกําหนดขอบเขตของพื้นที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในที่ทําการศาล

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ระดับการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

(1) ระดับปกติ

(2) ระดับเตือนภัย

(3) ระดับสูงสุด

ให้เลขาธิการมีอํานาจประกาศกําหนดระดับและมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย วิธีการปฏิบัติในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามระดับและมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยต่าง ๆ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ระดับปกติ หมายถึง สถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ไม่มีสิ่งบอกเหตุหรือข้อมูลใด ๆ ว่าจะมีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยและความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นกับที่ทําการศาล

การกําหนดมาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในระดับปกติ ให้มุ่งหมายถึงความสะดวกและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการผ่านเข้าออกที่ทําการศาลเป็นหลัก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ระดับเตือนภัย หมายถึง สถานการณ์ที่มีสิ่งบอกเหตุ หรือข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าอาจจะมีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยและความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นในที่ทําการศาลหรือแก่บุคคลที่อยู่ในที่ทําการศาล

การกําหนดมาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในระดับเตือนภัย ให้มุ่งหมายถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยมากกว่าความสะดวกในการผ่านเข้าออกที่ทําการศาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ระดับสูงสุด หมายถึง สถานการณ์ที่มีสิ่งบอกเหตุ หรือข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าศาลเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุร้าย หรือจะมีความไม่ปลอดภัยหรือความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การกําหนดมาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในระดับสูงสุด ให้มุ่งหมายถึงความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเป็นความสําคัญสูงสุด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยจัดให้มีบัตรแสดงตนสําหรับบุคคลที่ปฏิบัติงานภายในที่ทําการศาล เพื่อใช้แสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาปฏิบัติงานในที่ทําการศาล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ห้ามผู้ใดเข้ามาในที่ทําการศาล เว้นแต่ผู้มีบัตรอนุญาตสําหรับบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ห้ามผู้ใดนํายานพาหนะเข้ามาในที่ทําการศาล เว้นแต่มีบัตรอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

ให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเป็นผู้ออกบัตรอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยจัดให้มีบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกที่ทําการศาลสําหรับบุคคลภายนอก หรือสื่อมวลชน อันเป็นผู้มาติดต่อราชการโดยบุคคลหรือสื่อมวลชนดังกล่าวจะต้องติดต่อขอแลกบัตรดังกล่าวกับหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้มีบัตรแสดงตนหรือบัตรอนุญาตสําหรับบุคคลผ่านเข้าที่ทําการศาลต้องติดบัตรแสดงตนหรือบัตรอนุญาตตลอดเวลาที่อยู่ในที่ทําการศาล

บุคคลตามวรรคหนึ่งรายใดที่พ้นจากหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานหรือปฏิบัติภารกิจในที่ทําการศาล ให้ส่งคืนบัตรแสดงตนหรือบัตรอนุญาตสําหรับบุคคลให้สํานักงาน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ห้ามผู้ใดนําบัตรแสดงตนหรือบัตรอนุญาตสําหรับบุคคลนําบัตรไปใช้แอบอ้างหรือแสดงเป็นหลักฐานในสถานที่อื่นใดในทางที่ไม่เหมาะสม

หากพบว่ามีผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง ให้สํานักงานเรียกบัตรคืนหรือยกเลิกบัตรแสดงตนหรือบัตรอนุญาตสําหรับบุคคลดังกล่าว

ส่วน ๑ บุคคลทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บุคคลที่เข้ามาในที่ทําการศาลต้องแต่งกายสุภาพ ประพฤติตนให้เรียบร้อย รักษามารยาท ปฏิบัติตนให้เหมาะสม และปฏิบัติตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ห้ามผู้ใดแจกจ่าย เผยแพร่ จําหน่ายเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือสิ่งอื่นใดในที่ทําการศาล เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ห้ามผู้ใดถ่ายภาพ ถ่ายทําภาพยนตร์ บันทึกภาพและเสียง หรือกระทําอย่างอื่นในทํานองเดียวกันในที่ทําการศาล เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ห้ามนําสัตว์ วัตถุ หรือสิ่งของที่น่าจะเป็นอันตราย หรือก่อความเดือดร้อนรําคาญแก่บุคคลเข้ามาในพื้นที่ควบคุมและพื้นที่หวงห้าม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ห้ามผู้ใดพักอาศัยอยู่ในที่ทําการศาล

ห้ามผู้ใดอยู่ในที่ทําการศาลนอกเวลาราชการตั้งแต่เวลา 20.00 นาฬิกา ถึง 05.00 นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่ผู้มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานหรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

ส่วน ๒ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและ

ความสงบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยบุคคล ทรัพย์สิน และอาคารสถานที่ในที่ทําการศาล

(2) ป้องกันการกระทําความผิดอาญา หรือการละเมิดอํานาจศาลในที่ทําการศาล

(3) รักษาความปลอดภัยและคุ้มครองประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะผู้สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของสํานักงาน ซึ่งกระทําการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทําหรือได้กระทําการตามหน้าที่

(4) รวบรวมตรวจสอบข้อเท็จจริง และปฏิบัติให้เป็นไปตามคําสั่งศาลหรือเลขาธิการในการดําเนินคดีละเมิดอํานาจศาล

(5) ควบคุมดูแลให้การจราจรบริเวณที่ทําการศาล เป็นไปโดยสะดวกและปลอดภัย และให้มีอํานาจในการเคลื่อนย้ายยานพาหนะตามสมควร

(6) ดําเนินการอื่นใดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อมีภัยคุกคามหรือพบว่าผู้อยู่ในบริเวณที่ทําการศาลอาจกระทําความผิดอาญาหรืออาจก่อให้เกิดการละเมิดอํานาจศาลให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทําการระงับเหตุเท่าที่จําเป็น และประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นเพื่อดําเนินการตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของศาล เมื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเลขาธิการ ร้องขอว่ามีเหตุตามข้อ 32 และข้อ 33 หรือในการพิจารณาคดีที่สําคัญหรือมีเหตุอันสมควรอื่น ให้สํานักงานเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย และจัดเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตํารวจ หรือเจ้าหน้าที่อื่นรักษาความปลอดภัยบุคคลดังกล่าวหรือบุคคลอื่นตามที่เลขาธิการเห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยที่ได้รับมอบหมายให้รักษาความปลอดภัยบุคคลตามข้อ 34 มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยทั้งภายในที่ทําการศาลและภายนอกที่ทําการศาล

ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเฉพาะหน้าซึ่งอาจกระทบต่อบุคคลตามข้อ 34 ให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการความปลอดภัยนั้น มีอํานาจสั่งการแก้ไขสถานการณ์ตามความเหมาะสมและพอสมควรแก่เหตุ

ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควร เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยอาจร้องขอเจ้าหน้าที่ตํารวจท้องที่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่ออํานวยความสะดวกหรือดําเนินการแก้ไขเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในโอกาสแรก

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อมีเหตุอันถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้เลขาธิการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่ชักช้า หากได้รับความเห็นชอบให้ประกาศใช้มาตรการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามหมวดนี้ได้ และแจ้งให้บุคลากรของศาลและสํานักงานทราบโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เลขาธิการมีอํานาจสั่งการใด ๆ เพื่อป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นต่อศาลและสํานักงาน รวมถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ บุคลากรของศาล และสํานักงาน หรือมีอํานาจสั่งการใด ๆ เพื่อให้ศาลและสํานักงานสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของประธานศาลรัฐธรรมนูญ

การใช้อํานาจตามวรรคหนึ่งอาจหมายความรวมถึง

(1) สั่งให้ปิดที่ทําการศาล หรือกําหนดวันและเวลาทําการเป็นกรณีพิเศษ

(2) สั่งให้บุคลากรของสํานักงานดําเนินการใด ๆ เพื่อความเหมาะสมแก่สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นได้โดยไม่จําต้องคํานึงถึงภารกิจตามตําแหน่งหน้าที่และสายการบังคับบัญชา

(3) สั่งให้บุคลากรของสํานักงานประสานงานขอความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอก หากเห็นว่าจําเป็นต่อการจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น

(4) แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉิน

การใช้อํานาจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองจะต้องกระทําเท่าที่จําเป็น เพื่อป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และให้รายงานต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญทราบโดยไม่ชักช้า และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ฉุกเฉินยุติลงหรือมีเหตุเปลี่ยนแปลงประการใดแล้ว ให้เลขาธิการหารือต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยกเลิกมาตรการในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้มีคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินคณะหนึ่ง ตามข้อ 37 วรรคสอง (4) ประกอบด้วยเลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ รองเลขาธิการที่ได้รับมอบหมาย เป็นรองประธาน ผู้แทนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้แทนผู้บัญชาการกองทัพไทย ผู้กํากับการสถานีตํารวจนครบาลทุ่งสองห้อง ผู้อํานวยการเขตหลักสี่ เป็นกรรมการ และผู้อํานวยการกลุ่มงานรักษาความปลอดภัย เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินตามข้อ 37 วรรคสอง (4) มีอํานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) ป้องกัน ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น

(2) ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายนอกในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

(3) กําหนดแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยที่ทําการศาล หรือแผนเผชิญเหตุ

(4) ดําเนินการอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือผู้บัญชาการสถานการณ์ฉุกเฉินรายงานเลขาธิการทราบโดยทันที

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ คู่กรณี ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ที่ประสงค์จะเข้าฟังการไต่สวนของศาล ต้องนําบัตรประจําตัวประชาชน บัตรประจําตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบัตรอื่นที่หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเห็นสมควรให้ใช้แทนได้ มาแลกบัตรเข้าฟังการไต่สวนหรือการออกนั่งพิจารณาคดี และให้ระบุชื่อ ชื่อสกุล พร้อมลงลายมือชื่อในสมุดที่สํานักงานจัดไว้

เลขาธิการหรือผู้ได้รับมอบหมายมีอํานาจพิจารณาและออกบัตรอนุญาตให้ตามที่เห็นสมควรและบัตรอนุญาตนี้ ให้ใช้ได้เฉพาะวันที่มีการไต่สวนของศาล

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ สื่อมวลชนใดประสงค์จะเข้าฟังการไต่สวนของศาล ให้ทําเป็นหนังสือถึงเลขาธิการโดยระบุเรื่องพิจารณา วันเวลาที่นัดพิจารณา และระบุชื่อ ชื่อสกุลของสื่อมวลชนดังกล่าว ทั้งนี้ บัตรอนุญาตและการแลกบัตรเข้าฟังการไต่สวนของศาลให้นําข้อ 40 มาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในกรณีที่สถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานใด หรือคณะบุคคลใดขอเข้าฟังการไต่สวนของศาล เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษานั้น ให้เลขาธิการหรือผู้ได้รับมอบหมายมีอํานาจพิจารณาและอนุญาตตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ บัตรอนุญาตและการแลกบัตรเข้าฟังการไต่สวนของศาล ให้นําข้อ 40 มาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ห้ามผู้เข้าฟังการไต่สวนของศาลแสดงกิริยาไม่เรียบร้อย หรือกระทําการใด ๆ อันเป็นการรบกวนหรือขัดขวางการไต่สวนของศาล ทั้งต้องปฏิบัติตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ของสํานักงานโดยเคร่งครัดด้วย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ บัตรอนุญาตตามข้อ 40 ข้อ 41 และข้อ 42 ให้เป็นไปตามที่สํานักงานกําหนดและเลขาธิการหรือผู้ได้รับมอบหมายจะยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือเพิกถอนเสียเมื่อใดก็ได้

บทเฉพาะกาล - บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบ ประกาศ และมาตรการหรือข้อปฏิบัติที่ออกตามความในข้อ 7 ให้การดําเนินการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยเป็นไปตามระเบียบสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2543 และแนวทางปฏิบัติที่มีอยู่เดิมไปพลางก่อนเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562

นุรักษ์ มาประณีต

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

45 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในที่ทำการศาล พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_80dd832686cd2b84

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com