ข้อ ๑๘ คุณสมบัติของผู้รับใบขออนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดยาลวนกำหนดไว้ดังนี้
(๑) ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการเก็บ ขนสิ่งปฏิกูล
(๑.๑) ต้องมีพาหนะเก็บ ขนสิ่งปฏิกูล (รถดูดส้วม) มีคุณสมบัติดังนี้
(๑.๑.๑) ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
(๑.๑.๒) ส่วนของรถที่ใช้บรรจุสิ่งปฏิกูลต้องไม่รั่วซึม ปกปิดมิดชิด สามารถป้องกันกลิ่นและสัตว์แมลงได้มีอุปกรณ์หรือฝาปิด - เปิดถังที่สนิทอยู่ด้านบนและสามารถรับแรงดันจากการสูบสิ่งปฏิกูลได้
(๑.๑.๓) ท่อหรือสายที่ใช้สูบสิ่งปฏิกูลต้องมีสภาพดีไม่รั่วซึม
(๑.๑.๔) มีปั๊มสูบสิ่งปฏิกูลที่สามารถสูบของแข็งและมีการติดตั้ง มาตรวัดปริมาณของสิ่งปฏิกูลด้วย ซึ่งอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี
(๑.๑.๕) ต้องมีตัวถังรถเก็บ ขนสิ่งปฏิกูล ต้องมีข้อความว่า รถสูบสิ่งปฏิกูล ชื่อบริษัทหรือเจ้าของกิจการ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขทะเบียนใบอนุญาต (กรณีที่ต้องขอใบอนุญาตหลายท้องถิ่นให้พิมพ์เฉพาะเลขทะเบียนใบแรก ส่วนใบอื่น ๆ ให้เก็บสำเนาหลักฐานใบอนุญาตไว้ที่รถเพื่อการตรวจสอบด้วย) ที่ด้านข้างทั้ง ๒ ด้านของตัวถังรถที่เห็นได้ชัดเจนและมีขนาดตัวอักษร ไม่น้อยกว่า ๑๐ เซนติเมตร
(๑.๒) ต้องมีอุปกรณ์ทำความสะอาดประจำรถ เช่น ถังใส่น้ำ ไม้กวาด น้ำยาฆ่าเชื้อโรค (เช่น น้ำยาไลโซน ๒% เป็นต้น) และน้ำยาดับกลิ่น
(๑.๓) ต้องมีชุดปฏิบัติงาน ประกอบด้วย เสื้อคลุม ถุงมือยาง รองเท้ายางหุ้มแข้ง
(๑.๔) ผู้ประกอบกิจการรถสูบสิ่งปฏิกูลจะต้องระบุแหล่งที่จะนำสิ่งปฏิกูล ไปบำบัดและมีหลักฐานที่แสดงว่าได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่บำบัดนั้น เว้นแต่จะมีระบบบำบัด ของตนเอง ทั้งนี้ ระบบบำบัดสิ่งปฏิกูลจะต้องมีลักษณะตามแบบที่ถูกสุขลักษณะ
(๒) ผู้ขอรับใบอนุญาตดำเนินกิจการรับทำการกำจัดสิ่งปฏิกูลมีคุณสมบัติดังนี้
(๒.๑) ผู้ประกอบการต้องระบุแหล่งที่จะนำสิ่งปฏิกูลที่เก็บ ขน ได้ไปที่ที่สำหรับกำจัดและต้องมีสถานที่สำหรับกำจัดสิ่งปฏิกูลเป็นของตนเอง ที่ตั้งของสถานที่กำจัดสิ่งปฏิกูลต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและมีมาตรการในการป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญของประชาชน และการร้องเรียนและต้องแสดงหลักฐานการยินยอมของเจ้าของสถานที่ที่นำไปกำจัด เว้นสถานที่นั้น เป็นของตนเองแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของ หรือสถานที่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดยาลวนกำหนดให้ แล้วแต่กรณี
(๒.๒) ต้องมีวิธีการกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ หรือการใช้ระบบอื่นใด ที่สามารถดำเนินการได้ตามหลักวิชาการและสามารถป้องกันพิษภัยการก่อให้เกิดโรค สภาพอันน่ารังเกียจ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ และมีมาตรการในการป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญของประชาชน และผลกระทบต่อสุขภาพ
(๒.๓) ต้องมีพนักงานคนงานที่ปฏิบัติงานที่มีความรู้ด้านสาธารณสุขตามสมควรหรือมีประสบการณ์ในการทำงานลักษณะนี้มาแล้ว