法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
37
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]

ด้วยสมควรปรับปรุงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดให้มีและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคารให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างของธนาคาร รวมทั้ง สอดคล้องกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ยิ่งขึ้น จึงเห็นควรกำหนดระเบียบฉบับใหม่ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบฉบับนี้เรียกว่า “ระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการจัดให้มีและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร พ.ศ. ๒๕๕๒ และประกาศธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่ ธสน.บส. ๐๔๖/๒๕๕๑ เรื่อง การดำเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓ (๓) ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบฉบับนี้

“ธนาคาร” หมายถึง ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

“หน่วยงานเจ้าของข้อมูล” หมายถึง หน่วยงานของธนาคารตามที่กำหนดในข้อบังคับว่าด้วยการแบ่งหน่วยงานของธนาคารที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ หรือที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในภายหน้า ซึ่งครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามระเบียบนี้

“คณะพิจารณา” หมายถึง คณะพิจารณาจัดการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการผู้จัดการ

“ผู้มีอำนาจอนุญาต” หมายถึง ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล หรือผู้ที่ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของข้อมูลมอบหมาย ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในครอบครองหรือควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานนั้น

“คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร” หมายถึง คณะกรรมการของหน่วยงานภายนอก ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ หรือคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านตามมาตรา ๑๗ หรือคำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายถึง สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเอง หรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยคอมพิวเตอร์หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้

“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคลธรรมดา เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้นหรือเลขหมาย รหัส หรือสิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงของคนหรือรูปถ่าย และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย

“ข้อมูลข่าวสารลับ” หมายถึง ข้อมูลข่าวสารที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของธนาคาร ซึ่งมีการกำหนดให้มีชั้นความลับเป็น ชั้นลับ ชั้นลับมาก หรือชั้นลับที่สุด

“ข้อมูลข่าวสารของธนาคาร” หมายถึง ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของธนาคาร

“การจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคาร” หมายถึง การจัดทำ หรือรวบรวมข้อมูลข่าวสารเพื่อมีไว้ หรือนำมาใช้ประโยชน์ในงานของธนาคาร และให้หมายความรวมถึง การแก้ไข ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอด้วย

“ทะเบียนข้อมูลข่าวสารของธนาคาร” หมายถึง ทะเบียนควบคุมเพื่อแสดงรายการรับ - ส่ง ข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามระเบียบนี้ ซึ่งแยกต่างหากจากทะเบียนควบคุมประเภทอื่น ๆ

คณะพิจารณาจัดการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้มีคณะพิจารณาคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะพิจารณาจัดการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร” ประกอบด้วยคณะพิจารณาไม่เกิน ๗ คน ดังนี้

(๑) ผู้ช่วยผู้บริหารองค์กร เป็นประธาน

(๒) ผู้บริหารสูงสุดของสำนักบริหาร สำนักกฎหมาย สำนักกำกับการปฏิบัติงาน และฝ่ายกลยุทธ์ และวางแผนองค์กร หน่วยงานละ ๑ คน

(๓) ผู้บริหารสูงสุดจากหน่วยงานอื่น ๆ ของธนาคารอีก ๒ คน

ทั้งนี้ ให้มีผู้แทนจากสำนักกำกับการปฏิบัติงานอีก ๑ คน เพื่อทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะพิจารณา มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ในส่วนที่เกี่ยวกับธนาคาร

(๒) พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่เปิดเผยได้หรือไม่ต้องเปิดเผย หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของทางราชการหรือธนาคาร

(๓) พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่ธนาคาร หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นอย่างอื่นในภายหน้า

(๔) พิจารณาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๕) กำหนดประกาศ หรือวิธีปฏิบัติงาน รวมทั้ง อัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร

(๖) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงและเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ กับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกธนาคาร

(๗) ให้คำแนะนำหรือความเห็นกรณีมีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๘) แจ้งให้หน่วยงานภายในของธนาคารให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน (แล้วแต่กรณี) เพื่อช่วยปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ ที่สอดคล้องและสนับสนุนการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามความเหมาะสม พร้อมทั้งมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้แก่คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานดังกล่าวได้ตามที่เห็นสมควร

(๑๐) ดำเนินการอื่นใดตามที่กรรมการผู้จัดการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การประชุมคณะพิจารณาต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานคณะพิจารณาไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะพิจารณาที่มาประชุมเลือกคณะพิจารณาคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก คณะพิจารณาคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ทั้งนี้ ให้นำความดังกล่าวข้างต้น มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะพิจารณาแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ มติของคณะพิจารณาทุกเรื่อง ต้องรายงานให้กรรมการผู้จัดการทราบ จึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

การจัดระบบ และจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักบริหารจัดระบบและเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลให้สอดคล้องเป็นไปตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ตามดัชนีข้อมูลข่าวสารที่คณะพิจารณากำหนด และมีรายละเอียดที่เพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล ตามที่คณะพิจารณากำหนด โดยแยกประเภทข้อมูลข่าวสารให้สอดคล้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ตามมาตรา ๙

(๓) ข้อมูลข่าวสารอื่น ตามมาตรา ๑๑

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้ตามมาตรา ๑๔ หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือไม่ด้วย

ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจัดส่งข้อมูลข่าวสารตาม (๑) และ (๒) โดยพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดส่งตามเอกสารแนบท้ายระเบียบหมายเลข ๑ ไปยังสำนักบริหาร เพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๘ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการดำเนินงานตามข้อ ๙ ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจัดให้มีพนักงานเพื่อควบคุมดูแล ตรวจสอบ ติดตาม จัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคาร รวมทั้งประสานงานในการดำเนินการดังกล่าว ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้ ในกรณีมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่ในความรับผิดชอบ ให้นำส่งมายังสำนักบริหารเพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอยู่เสมอด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ พนักงานที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคาร จะต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดเก็บเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลข่าวสาร หากในขณะที่จัดเก็บหรือจัดทำข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ได้จัดทำร่างหรือเอกสารอื่นใดที่มีข้อมูลข่าวสารของธนาคารปะปนอยู่ หน่วยงานผู้จัดทำหรือจัดเก็บจะต้องรวบรวมร่าง หรือเอกสารอื่นใดเหล่านั้นไปจัดเก็บหรือทำลายตามข้อกำหนดและวิธีการที่มีการกำหนดไว้ หรือที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้สามารถนำข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้น ๆ ไปใช้ได้อีก

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารเป็นเอกสารสำเนา พนักงานผู้จัดทำข้อมูลข่าวสารต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดเก็บสำเนาเช่นเดียวกับต้นฉบับข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้อมูลข่าวสารของธนาคารใดที่ได้นำมาจัดใช้เป็นครั้งคราว เพื่อการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ อาทิเช่น นำมาแจกเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาในที่ประชุม ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานผู้รับข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ผู้ดำเนินการประชุม และ/หรือเลขานุการที่ประชุม จัดเก็บและทำลายข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้น ๆ ตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนที่มีหน้าที่จัดทำหรือจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคารหรือไม่มีหน้าที่ดังกล่าวแต่ได้รับหรือมีอยู่ในครอบครองหรือรับทราบข้อมูลข่าวสารของธนาคารด้วยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด จะต้องเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารของธนาคารให้เป็นความลับและไม่นำไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นใดโดยมิได้รับอนุญาต

ระบบข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลที่จัดส่งข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๙ (๑) และ (๒) แล้วนำส่งข้อมูลข่าวสารดังกล่าวในรูปแบบ soft file ไปยังฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพิจารณาและดำเนินการจัดแยกประเภทเพื่อประกาศและเผยแพร่ลงในระบบข้อมูลข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์ตามที่คณะพิจารณากำหนดต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการพิจารณาปรับปรุงหรือแก้ไขความเหมาะสมของระบบข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์

วิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การปฏิบัติต่อข้อมูลข่าวสารลับมิให้รั่วไหล และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารลับของธนาคาร ให้ปฏิบัติตามระเบียบของธนาคารว่าด้วยข้อมูลข่าวสารลับ และกฎหมาย หรือระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามเอกสารแบบท้ายระเบียบหมายเลข ๒ ต่อพนักงานของสำนักบริหาร

กรณีหน่วยงานอื่นของธนาคารเป็นผู้รับคำขอ ให้หน่วยงานนั้นนำส่งคำขอดังกล่าวไปยังสำนักบริหารโดยทันที เพื่อลงทะเบียนรับคำขอนั้นในทะเบียนข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้พนักงานของสำนักบริหาร ซึ่งได้รับคำขอตรวจสอบว่า ข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามคำขอนั้น เป็นข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของสำนักบริหารหรือหน่วยงานอื่นของธนาคาร และให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของธนาคารอยู่ในความครอบครองของสำนักบริหาร ให้เสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๘ (๑) เพื่อพิจารณา

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของธนาคารอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานอื่นของธนาคาร ให้ประสานงานไปยังหน่วยงานดังกล่าว ภายใน ๒ วันทำการ นับแต่วันที่สำนักบริหารได้รับคำขอเพื่อให้พนักงานผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๘ (๒) เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้พนักงานดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

(๑) ผู้บริหารสำนักบริหาร หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย สำหรับข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักบริหาร

(๒) ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล หรือผู้ซึ่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของข้อมูลมอบหมาย สำหรับข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน

(๓) คณะพิจารณา สำหรับข้อมูลข่าวสารของธนาคารทุกประเภท

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตาม (๑) และ (๒) ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารของธนาคารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ ให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะพิจารณาตาม (๓) เพื่อพิจารณาวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หากข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่มีผู้ขอให้ธนาคารเปิดเผย เข้าลักษณะเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลแล้ว หน่วยงานเจ้าของข้อมูลนั้นจะต้องได้รับหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นก่อน เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

(๑) การเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของธนาคาร เพื่อนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่

(๒) การเปิดเผยเพื่อการใช้ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้นตามปกติ ภายใต้วัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น

(๓) การเปิดเผยต่อหน่วยงานของรัฐด้านการวางแผน หรือการสถิติ หรือสำมะโนต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังผู้อื่น

(๔) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย โดยไม่ระบุชื่อ หรือส่วนที่ทำให้รู้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด

(๕) การเปิดเผยต่อหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสาร เมื่อธนาคารไม่ประสงค์จะเก็บแล้ว

(๖) การเปิดเผยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อการป้องกันการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน หรือการฟ้องคดี ไม่ว่าเป็นคดีประเภทใดก็ตาม

(๗) การเปิดเผยซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อชีวิต หรือสุขภาพของบุคคล

(๘) การเปิดเผยต่อศาล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว

(๙) การเปิดเผยในกรณีอื่นที่มีกฎหมายกำหนดอนุญาตไว้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๘ (๑) และ (๒) มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้นได้ที่สำนักบริหาร

ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารของธนาคารอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานอื่นของธนาคาร ให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลนั้นจัดส่งข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาข้อมูลข่าวสารของธนาคารไปยังสำนักบริหาร เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น รวมทั้งบันทึกรายละเอียดข้อมูลดังกล่าว ลงในทะเบียนข้อมูลข่าวสารของธนาคารต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๘ มีคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ให้สำนักบริหารแจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ รวมทั้งแจ้งสิทธิและกำหนดเวลาในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ในกรณีคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคารให้ดำเนินการตามคำวินิจฉัย และจัดส่งเอกสารข้อมูลไปยังผู้ขอข้อมูลข่าวสารโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ข้อมูลข่าวสารของธนาคารใด หากมีกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอข้อมูลข่าวสารและการอนุมัติไว้เป็นพิเศษให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

การบริการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้สำนักบริหาร มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นศูนย์กลางการรับเรื่อง และให้บริการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร โดยเป็นสถานที่ติดต่อสอบถาม และรับคำขอจากผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

(๒) รวบรวมข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่ถูกต้อง ทันสมัย และเปิดเผยได้ไว้เพื่อจำหน่ายหรือจ่ายแจก

(๓) อำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ผู้ยื่นคำขอ

(๔) ข้อมูลข่าวสารของธนาคารใดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอทราบพร้อมเหตุผลตามที่ผู้มีอำนาจอนุญาตได้พิจารณาตามข้อ ๑๘

(๕) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

(๖) จัดให้มีแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของธนาคาร สำหรับผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารโดยจัดบริการไว้ที่สำนักบริหาร

(๗) กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติในการขอข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อมีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารของธนาคารด้วยตนเองที่สำนักบริหาร ให้ผู้ยื่นคำขอกรอกแบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามเอกสารแนบท้ายระเบียบหมายเลข ๒ หากผู้ยื่นคำขอไม่สามารถกรอกแบบดังกล่าวได้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้พนักงานของสำนักบริหารเป็นผู้ดำเนินการกรอกแบบคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของธนาคารแทน และให้ผู้ยื่นคำขอลงนามก่อนนำเสนอผู้บริหารสำนักบริหารหรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาดำเนินการต่อไป

กรณีผู้มาติดต่อขอข้อมูลข่าวสารของธนาคารด้วยตนเองที่หน่วยงานอื่นของธนาคาร ให้หน่วยงานหรือพนักงานของหน่วยงานนั้น ดำเนินการเช่นเดียวกับวรรคแรก

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้สำนักบริหาร หรือหน่วยงานเจ้าของข้อมูล ดำเนินการในการให้ข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ดังนี้

(๑) ให้ข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ แก่ผู้ยื่นคำขอ โดยแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามเพื่อรับเอกสารที่ร้องขอโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ ไม่ควรเกินระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ให้สามารถขยายเวลาออกไปได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลประกอบ ทั้งนี้ เมื่อรวมเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ พร้อมกับแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบด้วย

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารใดที่สำนักบริหาร หรือหน่วยงานเจ้าของข้อมูล ไม่สามารถใช้ดุลยพินิจพิจารณาได้ว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ ให้ส่งข้อมูลข่าวสารนั้นเสนอคณะพิจารณา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าสามารถเปิดเผยได้หรือไม่

(๓) อำนวยความสะดวก และ/หรือ ประสานงานกับหน่วยงานของธนาคารเพื่อขอข้อมูลข่าวสารของธนาคาร ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลข่าวสารอยู่ที่หน่วยงานนั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีผู้ยื่นคำขอข้อมูลข่าวสารของธนาคารประสงค์ให้รับรองสำเนาถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ให้พนักงานของสำนักบริหารหรือหน่วยงานเจ้าของข้อมูล ตั้งแต่ตำแหน่งผู้บริหารส่วนหรือเทียบเท่าขึ้นไปของหน่วยงานนั้น เป็นผู้รับรองสำเนาถูกต้อง โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจน วัน เดือน ปี ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอให้รับรอง

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอ ขอข้อมูลข่าวสารจำนวนมากหรือบ่อยครั้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้เป็นดุลยพินิจของผู้บริหารสำนักบริหาร หรือผู้บริหารหน่วยงานเจ้าของข้อมูล เป็นผู้พิจารณาจัดข้อมูลข่าวสารนั้นได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องแสดงเหตุผลประกอบ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม การยกเว้นค่าธรรมเนียม หรือการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยที่กำหนด

ให้สำนักบริหารหรือหน่วยงานอื่นของธนาคาร เมื่อรับคำขอและค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องตามประกาศธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยไว้แล้ว ให้นำส่งค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้ฝ่ายบัญชีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ฝ่ายบัญชีกำหนด

ทะเบียนข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้สำนักบริหารจัดทำทะเบียนข้อมูลข่าวสารของธนาคารเพื่อแสดงรายการข้อมูลข่าวสารของธนาคารที่มีผู้ขอข้อมูล ให้เป็นระบบกำกับไว้ โดยมีรายละเอียดแสดงรายการอย่างน้อย ดังนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่ขอ ตรวจดู หรือยืม

(๒) วัตถุประสงค์ในการขอ ตรวจดู หรือยืม

(๓) ชื่อผู้ขอข้อมูลข่าวสาร พร้อมหลักฐานแสดงตัวบุคคล

(๔) ลายมือชื่อผู้ขอ

(๕) วัน เดือน ปี ที่ส่งผลการขอข้อมูลข่าวสารของธนาคาร

(๖) ชื่อ และลายมือชื่อผู้รับ

(๗) หมายเหตุ

ทั้งนี้ กรณีที่ไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของธนาคารแก่ผู้ขอข้อมูลข่าวสาร ให้แสดงเหตุผลที่ไม่เปิดเผยไว้ในช่องหมายเหตุด้วย

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีอื่นใดที่มิได้ระบุในระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้กรรมการผู้จัดการมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ รวมทั้ง มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การขอข้อมูลข่าวสารของธนาคารใดที่ไม่เข้าข่าย หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะพิจารณาในการวินิจฉัย สั่งการ และรายงานให้กรรมการผู้จัดการทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ หน่วยงานเจ้าของข้อมูลต้องปฏิบัติ และให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารกับสำนักบริหาร เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลข่าวสารของธนาคาร การให้บริการ และดูแลการปฏิบัติงานทั้งหลายที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของธนาคารในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามระเบียบนี้ รวมทั้งมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาภายในหน่วยงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดูแลการออกหรือการกำหนดโครงสร้างการจัดองค์กร อำนาจหน้าที่สำคัญขององค์กร วิธีการดำเนินงาน และ/หรือ กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบายการตีความใด ๆ ที่มีสภาพอย่างกฎ เพื่อให้มีผลทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง แจ้งและส่งข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้นให้สำนักกำกับการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาและดำเนินการจัดส่งข้อมูลข่าวสารของธนาคารเหล่านั้นไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้หน่วยงานที่เก็บรักษาข้อมูลข่าวสารของธนาคารจัดส่งข้อมูลข่าวสารของธนาคารนั้น ๆ ไปจัดเก็บหรือทำลายตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้คณะพิจารณามีอำนาจในการพิจารณา กำหนด ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม เอกสารแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้สำนักกำกับการปฏิบัติงาน เป็นผู้มีหน้าที่กำกับการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และพิจารณาเสนอแก้ไขปรับปรุงระเบียบดังกล่าว รวมทั้งให้คำปรึกษา หากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๙

เขมทัศน์ สายเชื้อ

รักษาการกรรมการผู้จัดการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. เอกสารแนบท้ายระเบียบหมายเลข ๑ ขอบเขตและดัชนีข้อมูลข่าวสารของธนาคารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

๒. เอกสารแนบท้ายระเบียบหมายเลข ๒ แบบการขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

กัญฑรัตน์/ปริยานุช/จัดทำ

๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๗๔ ง/หน้า ๑/๘ สิงหาคม ๒๕๕๙

37 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของธนาคาร พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_81b37bd62c874177

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com