法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ)

พ.ศ. ๒๕๔๙

โดยที่พิจารณาเห็นว่ากวาวเครือเป็นสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และอาจจะสูญพันธุ์ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนมีระบบการจัดเก็บข้อมูล และมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเหมาะสม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้กวาวเครือเป็นสมุนไพรควบคุม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ กวาวเครือตามข้อ ๑ ได้แก่

(๑) กวาวเครือขาว ตามชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Pueraria candollei Graham & Benth. var. mirifica (Airy Shaw et Suvatabhandhu) Niyomdham และ Pueraria candollei Graham & Benth. var. candollei วงศ์ Leguminosae อนุวงศ์ Papilionoideae

(๒) กวาวเครือแดง ตามชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Butea superba Roxb. วงศ์ Leguminosae อนุวงศ์ Papilionoideae

(๓) กวาวเครือดำ ตามชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Mucuna macrocarpa Wall. วงศ์ Leguminosae อนุวงศ์ Papilionoideae

กวาวเครือตามวรรคหนึ่ง ให้หมายถึงกวาวเครือที่เรียกชื่อตามชื่อท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น เครือเขาปู้ตาลานเครือ จานเครือ ตานจอมทอง ทองเครือ โพ้ตะกู โพมือ เถาฮ่อม เบ้งเก่ มะบ้าแมง ยางดำ สะบ้าลิง สะบ้าลิงดำ หมักบ้าลืมดำ แฮนเฮาห้อม เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง หัว รากใต้ดิน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของกวาวเครือด้วย แต่ไม่รวมถึงกวาวเครือที่ประกอบเป็นตำรับยาแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษาหรือขนย้ายกวาวเครือที่มีแหล่งที่มาตามธรรมชาติเกินกว่าจำนวนหรือปริมาณดังต่อไปนี้ ให้แจ้งแก่นายทะเบียน

(๑) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ และหมอพื้นบ้านจำนวนหรือปริมาณเกิน ๑๒ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๑๒๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือขาว จำนวนหรือปริมาณเกิน ๘ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๘๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือแดง และจำนวนหรือปริมาณเกิน ๔ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๔๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือดำ

(๒) หน่วยงาน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งของรัฐและเอกชน จำนวนหรือปริมาณเกิน ๒๔ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๒๔๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือขาว จำนวนหรือปริมาณเกิน ๑๖ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๑๖๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือแดงและจำนวนหรือปริมาณเกิน ๘ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๘๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือดำ

(๓) โรงงานอุตสาหกรรม สถานที่ส่งออกหรือนำเข้ากวาวเครือ จำนวนหรือปริมาณเกิน ๑๒๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือขาว จำนวนหรือปริมาณเกิน ๘๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๘๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือแดงและจำนวนหรือปริมาณเกิน ๔๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๔๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือดำ

(๔) เกษตรกรและประชาชนทั่วไป จำนวนหรือปริมาณเกิน ๖ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๖๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือขาว จำนวนหรือปริมาณเกิน ๔ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๔๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือแดง และจำนวนหรือปริมาณเกิน ๒ กิโลกรัมน้ำหนักแห้งหรือเกิน ๒๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือดำ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษาหรือขนย้ายกวาวเครือที่มีแหล่งที่มาจากการเพาะปลูก จำนวนหรือปริมาณเกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๑๒,๐๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือขาว จำนวนหรือปริมาณเกิน ๘๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้ง หรือเกิน ๘,๐๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือแดง และจำนวนหรือปริมาณเกิน ๔๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักแห้งหรือเกิน ๔,๐๐๐ กิโลกรัมน้ำหนักสดสำหรับกวาวเครือดำ ให้แจ้งแก่นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ปลูกกวาวเครือเพื่อการศึกษาวิจัยหรือส่งออก การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้าให้แจ้งเนื้อที่ บริเวณ และปริมาณการปลูก พร้อมด้วยหลักฐานแก่นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การแจ้งตามข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๕ ให้แจ้งแก่นายทะเบียนภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ พร้อมด้วยหลักฐานตามแบบที่คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยกำหนด ในกรุงเทพมหานคร ให้แจ้งแก่นายทะเบียนกลาง ณ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในจังหวัดอื่น ให้แจ้งแก่นายทะเบียนจังหวัด ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในเขตท้องที่

ให้นายทะเบียนออกใบรับแจ้งแก่ผู้แจ้ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ มาบังคับใช้แก่ผู้มีกวาวเครือไว้ในครอบครองเกินกว่าจำนวนหรือปริมาณที่กำหนดก่อนวันที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายหลังการแจ้ง ให้ผู้ได้ใบรับแจ้งปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) แสดงใบรับแจ้งไว้ในที่เปิดเผย

(๒) จัดทำบัญชีแสดงรายละเอียดของจำนวนหรือปริมาณการครอบครอง การใช้ประโยชน์การดูแล การเก็บรักษา หรือการขนย้าย รวมตลอดถึงกรณีมีการเปลี่ยนแปลงและรายงานจำนวนหรือปริมาณข้างต้นตามแบบที่คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยกำหนดต่อนายทะเบียนภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

(๓) ให้ปิดป้ายแสดงสถานที่เพาะปลูกอย่างชัดเจน

(๔) รายงานอื่น ๆ ตามที่นายทะเบียนเห็นสมควรโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การศึกษาวิจัยกวาวเครือที่มีแหล่งที่มาตามธรรมชาติ ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) แสดงหนังสือรับแจ้ง (ถ้ามี)

(๒) แสดงใบอนุญาตให้ศึกษาวิจัยกวาวเครือ

(๓) จัดทำแผนดำเนินการปลูกทดแทน ณ แหล่งที่เป็นถิ่นกำเนิดของกวาวเครืออย่างน้อยเท่าปริมาณที่นำไปใช้ พร้อมรายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียน ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

(๔) ส่งโครงการวิจัยที่มีเนื้อหาสาระสำคัญครบถ้วนตามแบบที่นายทะเบียนกลางกำหนด

(๕) ส่งสำเนาข้อตกลงการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ชุมชนที่เป็นถิ่นกำเนิดของกวาวเครือ

(๖) ส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ ณ สำนักงานนายทะเบียนกลางหรือสำนักงานนายทะเบียนจังหวัดในเขตท้องที่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การศึกษาวิจัยกวาวเครือที่มีแหล่งที่มาจากการเพาะปลูก ต้องปฏิบัติตามข้อ ๙ (๑) (๒) (๔) และ (๖)

ในกรณีที่เพาะปลูกในที่สาธารณประโยชน์ให้มีสำเนาข้อตกลงการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ชุมชนที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลที่สาธารณประโยชน์นั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การส่งออกกวาวเครือเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า การจำหน่ายหรือแปรรูปกวาวเครือเพื่อการค้า ที่มีแหล่งที่มาตามธรรมชาติ ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) แสดงหนังสือรับแจ้ง (ถ้ามี)

(๒) แสดงใบอนุญาตให้ส่งออกกวาวเครือเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า การจำหน่ายหรือแปรรูปกวาวเครือเพื่อการค้า

(๓) จัดทำแผนดำเนินการปลูกทดแทน ณ แหล่งที่เป็นถิ่นกำเนิดของกวาวเครืออย่างน้อยเท่าปริมาณที่ส่งออกเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้า พร้อมรายงานผลการดำเนินการต่อนายทะเบียน ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน

(๔) ระบุปริมาณการส่งออกเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้า

(๕) ระบุชนิดและส่วนของกวาวเครือ เช่น สารสกัด เนื้อเยื่อ หัวสดหรือตากแห้ง เป็นต้น

(๖) ระบุสถานที่ประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่ส่งออกเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้าการจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การส่งออกกวาวเครือเพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า การจำหน่ายหรือแปรรูปกวาวเครือเพื่อการค้า ที่มีแหล่งที่มาจากการเพาะปลูก ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๑ (๑) (๒) (๔) (๕) และ (๖)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๑] ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พินิจ จารุสมบัติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๘ ง/หน้า ๓/๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_81b5fcc10fa22d2e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com