法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับประมวล)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
54
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทลธ. 8/2557

เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

(ฉบับประมวล)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 และมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 100 มาตรา 103(9) และ (10) มาตรา 109 มาตรา 114 มาตรา 115 มาตรา 116 และมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 133 วรรคสอง และมาตรา 134 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 และมาตรา 15 มาตรา 18 มาตรา 23(3) และ (5) และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นไป

บททั่วไป

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ในประกาศนี้ และรวมถึงแบบคําขอและตารางแนบท้ายที่กําหนดตามประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“บริษัทจัดการลงทุน” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมหรือประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล หรือผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล

“ผู้ลงทุน” หมายความว่า ผู้ที่สนใจจะลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน และให้หมายความรวมถึงลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจด้วย

“ผู้ลงทุนสถาบัน”( หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบันตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษและผู้ลงทุนรายใหญ่

“ลูกค้า” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

“ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

“สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

“สมาคม” หมายความว่า

(1) สมาคมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนกับสํานักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทําการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจหลักทรัพย์

(2) สมาคมกํากับผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 เว้นแต่ที่กําหนดในหมวด 7

“ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน” หมายความว่า หลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน”( หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนดังต่อไปนี้

(1) หน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน ได้แก่ หน่วยลงทุนดังนี้

(ก) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการของกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ

(ข) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีการลงทุนแบบซับซ้อนตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในกรณีที่กองทุนลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

(ค) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จ่ายผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนโดยวิธีการคํานวณผลประโยชน์ตอบแทนให้ผันแปรไปตามสูตรการคํานวณหรือเงื่อนไขใด ๆซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนทั่วไปไม่สามารถทําความเข้าใจได้โดยง่าย

(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีมูลค่าการลงทุนสุทธิ (net exposure) ในสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านการลงทุนในตราสารหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับสินค้าโภคภัณฑ์นั้น

(จ) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้เกินกว่าร้อยละหกสิบของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(ฉ) หน่วยของโครงการจัดการลงทุนต่างประเทศที่ออกหรือเสนอขายในต่างประเทศซึ่งมีลักษณะหรือเงื่อนไขทํานองเดียวกับหน่วยลงทุนตาม (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ)

(2) ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน ได้แก่ ตราสารหนี้ดังนี้

(ก) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (hybrid securities) ที่มีกําหนดเวลาชําระหนี้เกินกว่าสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันที่ออกตราสาร และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

1. มีข้อกําหนดให้ผู้ออกตราสารมีสิทธิในการเลื่อนหรืองดการชําระหนี้ตามตราสาร หรือมีสิทธิในการเลื่อนหรืองดการจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนตามตราสาร

2. มีข้อกําหนดให้ผู้ถือตราสารมีสิทธิได้รับชําระหนี้คืนจากผู้ออกตราสารด้อยกว่าเจ้าหนี้ที่เป็นผู้ถือหุ้นกู้ แต่ดีกว่าเจ้าหนี้ที่เป็นผู้ถือหุ้นหุ้นสามัญของผู้ออกตราสาร

(ข) ตราสารหนี้ที่ครบกําหนดไถ่ถอนเมื่อมีการเลิกบริษัท (perpetual bond)

(ค) ตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้(non-investment grade bond) หรือไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond)

(ง) หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือตราสารอื่นที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง

(จ) ตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุน ตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการเสนอขายตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์

(ฉ) ตราสารหนี้ที่ออกหรือเสนอขายในต่างประเทศซึ่งมีลักษณะหรือเงื่อนไขทํานองเดียวกับตราสารหนี้ตาม (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ)

(3) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อน”( หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนอื่นใดที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

“ผู้จัดการ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท

“ผู้อํานวยการฝ่าย” หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบงานในระดับส่วนงานภายในบริษัท

“ผู้จัดการสาขา” หมายความว่า ผู้จัดการสํานักงานสาขา หรือผู้รับผิดชอบการดําเนินงานของสํานักงานสาขา

“ผู้จัดการกองทุน” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนรวมหรือผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งทําหน้าที่ตัดสินใจลงทุนหรือจําหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นใด ที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น

“ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

“ผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน”( หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535

“ผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า บุคคลที่ผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามอบหมายให้มีอํานาจตัดสินใจลงทุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้แก่ผู้อื่น

“กรรมการในคณะกรรมการลงทุนของกองทุน” หมายความว่า กรรมการในคณะกรรมการซึ่งบริษัทจัดการลงทุนแต่งตั้งหรือมอบหมายให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณากําหนดกรอบการลงทุนของกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล หรือการลงทุนในการจัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ผู้ช่วยการจัดการลงทุน” หมายความว่า บุคคลที่ทําหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน และอาจรับรู้ข้อมูลการลงทุนเนื่องจากการทําหน้าที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเรียกชื่อตําแหน่งของบุคคลดังกล่าวอย่างใด

“ผู้แนะนําการลงทุน”( หมายความว่า บุคคลที่ให้คําแนะนําแก่ผู้ลงทุน ซึ่งได้แก่การติดต่อเพื่อชักชวนให้มีการลงทุน หรือการให้คําแนะนําเพื่อการซื้อขายหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน โดยไม่มีการวางแผนหรือการวิเคราะห์การลงทุนประกอบการให้คําแนะนํา ซึ่งแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

(1) ผู้แนะนําการลงทุนตราสารทั่วไป หมายความว่า ผู้แนะนําการลงทุนที่ให้คําแนะนําแก่ผู้ลงทุนได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อน

(2) ผู้แนะนําการลงทุนตราสารซับซ้อน หมายความว่า ผู้แนะนําการลงทุนที่ให้คําแนะนําแก่ผู้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่ไม่มีความซับซ้อนและผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนได้เพิ่มเติมด้วย ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

(ก) ผู้แนะนําการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 ซึ่งสามารถแนะนําผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนได้ทุกประเภท

(ข) ผู้แนะนําการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 2 ซึ่งสามารถแนะนําผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนได้เฉพาะที่เป็นหน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน และตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

(ค) ผู้แนะนําการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 3 ซึ่งสามารถแนะนําผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อนได้เฉพาะที่เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(3) ผู้แนะนําการลงทุนอาเซียน หมายความว่า บุคคลที่ให้คําแนะนําทั่วไป (general advice) แก่ผู้ลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ โดยมิได้มีการติดต่อเพื่อชักชวนให้มีการลงทุนด้วย ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้แนะนําการลงทุนจากประเทศที่มีการลงนามในโครงการตาม

ความร่วมมือภายในกลุ่มประเทศอาเซียน (MEMORANDUM OF UNDERSTANDING ONTHE ACMF PASS UNDER ASEAN CAPITAL MARKET PROFESSIONAL MOBILITY FRAMEWORK)

(ก) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอาเซียน

(ข) หน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายในประเทศอาเซียนที่ไม่ใช่หน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

(ค) ตราสารหนี้ที่ออกและเสนอขายในประเทศอาเซียนที่ไม่ใช่ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

“การให้คําแนะนําทั่วไป”( หมายความว่า การให้คําแนะนําซึ่งไม่มีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุน วัตถุประสงค์ในการลงทุน ฐานะทางการเงิน หรือความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ

“ผู้วางแผนการลงทุน” หมายความว่า บุคคลที่ให้คําแนะนําการลงทุนแก่ผู้ลงทุนซึ่งสามารถวางแผนการลงทุนประกอบการให้คําแนะนําได้ ซึ่งได้แก่ การใช้ข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายในเชิงลึก เพื่อนํามาประกอบกับการวางแผนและให้คําแนะนําการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งสอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และวัตถุประสงค์การลงทุนของลูกค้าแต่ละราย

“นักวิเคราะห์การลงทุน”( หมายความว่า บุคคลที่ให้คําแนะนําการลงทุนแก่ผู้ลงทุนซึ่งสามารถวิเคราะห์การลงทุนประกอบการให้คําแนะนําได้ ซึ่งได้แก่ การวิเคราะห์ หรือการให้คําแนะนําเกี่ยวกับคุณค่าหรือความเหมาะสมในการซื้อขายหรือลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานหรือการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค และให้หมายความรวมถึงนักวิเคราะห์การลงทุนอาเซียน

“นักวิเคราะห์การลงทุนอาเซียน”( หมายความว่า บุคคลซึ่งสามารถวิเคราะห์การลงทุนและให้คําแนะนําโดยไม่มีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการลงทุน วัตถุประสงค์ในการลงทุน ฐานะทางการเงิน หรือความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะและมิได้มีการติดต่อเพื่อชักชวนให้มีการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ ซึ่งบุคคลดังกล่าวทําหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์การลงทุนจากประเทศที่มีการลงนามในโครงการตามความร่วมมือภายในกลุ่มประเทศอาเซียน (MEMORANDUM OF UNDERSTANDING ON THE ACMF PASS UNDER ASEAN CAPITAL MARKET PROFESSIONAL MOBILITY FRAMEWORK)

(ก) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอาเซียน

(ข) หน่วยลงทุนที่ออกและเสนอขายในประเทศอาเซียนที่ไม่ใช่หน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

(ค) ตราสารหนี้ที่ออกและเสนอขายในประเทศอาเซียนที่ไม่ใช่ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความซับซ้อน

“เจ้าหน้าที่จัดการการซื้อขายด้านสินค้าเกษตร”2 หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ดูแลบัญชีของลูกค้าในการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าหรือตัวแปรเป็นสินค้าเกษตร โดยบุคคลดังกล่าวสามารถตัดสินใจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลูกค้าเป็นปกติ (day-to-day decision) ได้ตามความยินยอมที่ลูกค้าได้แสดงเจตนาไว้กับผู้จัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะมีการให้คําแนะนําการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวด้วยหรือไม่ก็ตาม

“การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐาน” หมายความว่า การวิเคราะห์เพื่อมุ่งหามูลค่าที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน โดยใช้การพิจารณาจากปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผลการดําเนินงานในอนาคต อาทิ ภาวะเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง ภาวะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง แนวทาง

การบริหารงานของผู้ออกผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน รวมถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ทางธุรกิจ เป็นต้นโดยมีการนําข้อมูลการดําเนินงานในอดีตและปัจจุบันมาร่วมคาดการณ์แนวโน้มผลการดําเนินงานในอนาคต

“การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิค” หมายความว่า การวิเคราะห์โดยศึกษาพฤติกรรมของราคาและปริมาณการซื้อขายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน หรือพฤติกรรมของตลาดในอดีต โดยมีการจัดทําเป็นกราฟและใช้ทฤษฎีวิเคราะห์ทางเทคนิค ประกอบกับผลการทดสอบวิจัยมาคาดการณ์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของตลาดในอนาคต

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 สํานักงานอาจกําหนดแนวทาง (guideline) การปฏิบัติในรายละเอียดของข้อกําหนดตามประกาศนี้ เพื่อเป็นการให้แนวทางปฏิบัติที่ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศนี้ และหากผู้ประกอบธุรกิจปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในประกาศนี้แล้ว

การแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็น

บุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4( บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานด้านใดด้านหนึ่งดังต่อไปนี้ ต้องมีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือได้รับความเห็นชอบ ตามที่ประกาศนี้กําหนด แล้วแต่กรณี

(1) งานเกี่ยวกับการบริหาร กําหนด ควบคุม และกํากับดูแลนโยบายของผู้ประกอบธุรกิจ

(2) งานเกี่ยวกับการควบคุม ดูแล และจัดการหน่วยธุรกิจเกี่ยวกับการแนะนํา

การลงทุน การวางแผนการลงทุน การวิเคราะห์การลงทุนหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน การจัดการลงทุน การจัดการสาขาของผู้ประกอบธุรกิจ หรือการดูแลบัญชีของลูกค้าเพื่อการตัดสินใจแทนลูกค้า

(3) งานเกี่ยวกับการควบคุม ดูแล และจัดการหน่วยธุรกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติการ

การกํากับดูแลการปฏิบัติงาน การตรวจสอบกิจการภายใน หรือการบริหารความเสี่ยง

(4) งานเกี่ยวกับการจัดการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน ตราสาร หรือทรัพย์สินอื่นที่กําหนดไว้

(5) งานเกี่ยวกับวิเคราะห์ แนะนํา หรือวางแผนการลงทุนให้แก่ลูกค้า หรือการดูแลบัญชีของลูกค้าเพื่อการตัดสินใจแทนลูกค้า

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(1) ได้แก่ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ แต่ไม่รวมถึงบุคลากรดังกล่าวตามข้อ 10

(1) กรรมการ

(2) ผู้จัดการ

(3) ผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตําแหน่งตาม (2) ที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(4) ที่ปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(2) ได้แก่ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ แต่ไม่รวมถึงบุคลากรดังกล่าวตามข้อ 10

(1) รองผู้จัดการ

(2) ผู้ช่วยผู้จัดการ

(3) ผู้อํานวยการฝ่าย

(4) ผู้จัดการสาขา

(5) ผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตําแหน่งตาม (1) ถึง (4) ที่เรียกชื่ออย่างอื่น

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(3) ได้แก่ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ แต่ไม่รวมถึงบุคลากรดังกล่าวตามข้อ 10

(1) รองผู้จัดการ

(2) ผู้ช่วยผู้จัดการ

(3) ผู้อํานวยการฝ่าย

(4) ผู้รับผิดชอบสูงสุดในหน่วยงานกํากับดูแลการปฏิบัติงาน

(5) ผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตําแหน่งตาม (1) ถึง (4) ที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(6) กรรมการในคณะกรรมการซึ่งผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้คณะกรรมการดังกล่าวทําหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการ การกํากับดูแลการปฏิบัติงาน การตรวจสอบกิจการภายใน หรือการบริหารความเสี่ยง เช่น คณะกรรมการกํากับดูแลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจ หรือคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นต้น

(7) ผู้ดํารงตําแหน่งไม่ว่าจะเรียกชื่อใดซึ่งให้คําปรึกษาหรือความเห็นต่อคณะกรรมการตาม (6)

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(4) ได้แก่ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้

(1) ผู้จัดการกองทุน

(2) ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

(3) ผู้จัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

(4) ผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(5) ผู้ช่วยการจัดการลงทุนของผู้ดํารงตําแหน่งตาม (1) ถึง (4)

(6) กรรมการในคณะกรรมการลงทุนของกองทุน

(7) ผู้ดํารงตําแหน่งไม่ว่าจะเรียกชื่อใดซึ่งให้คําปรึกษาหรือความเห็นต่อคณะกรรมการตาม (6)

(8) ผู้ส่งคําสั่งซื้อขายเพื่อกองทุน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(5) ได้แก่ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ แต่ไม่รวมถึงบุคลากรดังกล่าวตามข้อ 11

(1) ผู้แนะนําการลงทุน

(2) ผู้วางแผนการลงทุน

(3) นักวิเคราะห์การลงทุน

(4)( เจ้าหน้าที่จัดการการซื้อขายด้านสินค้าเกษตร

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 การแต่งตั้งบุคลากรเพื่อดํารงตําแหน่งตามข้อ 5 ข้อ 6 หรือข้อ 7 ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้

(1) เป็นการแต่งตั้งโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(2) เป็นการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับยกเว้นตามมาตรา 103(7) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 การแต่งตั้งบุคลากรเป็นผู้แนะนําการลงทุน ผู้วางแผนการลงทุน หรือนักวิเคราะห์การลงทุน ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้

(1) เป็นการแต่งตั้งโดยผู้ประกอบธุรกิจดังต่อไปนี้

(ก) การให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์

(ข) การจัดการเงินร่วมลงทุน

(ค) การยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์

(ง) การเป็นนายหน้าระหว่างผู้ค้าหลักทรัพย์

(2) เป็นการแต่งตั้งเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ลงทุนในต่างประเทศของสาขาหรือสํานักงานผู้แทนในต่างประเทศ

(3) เป็นการแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าตราสารหนี้กับสมาคม

ตลาดตราสารหนี้ไทยให้แนะนําการลงทุนในตราสารหนี้ในนามของผู้ประกอบธุรกิจประเภทการค้าหลักทรัพย์ ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน

(4)( เป็นการแต่งตั้งเพื่อให้บริการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยที่มีข้อกําหนดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ขายคืนได้ตามราคาที่แน่นอนหรือราคาขั้นต่ําที่ได้กําหนดไว้ตั้งแต่วันที่ออกพันธบัตร

(5)(( เป็นการแต่งตั้งเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ลงทุนสําหรับกองทุนรวมเสริมสภาพคล่องเพื่อลดความเสี่ยงของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ผู้ประกอบธุรกิจจะแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้ใดปฏิบัติงานในข้อ 4จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี

(1) ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลนั้นดํารงตําแหน่งตามข้อ 5ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

(ข) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในหมวด 3

(ค) ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนปฏิบัติงาน เว้นแต่เป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

1. ผู้ประกอบธุรกิจเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกําหนดตามมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

2. การแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(2) ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลนั้นดํารงตําแหน่งตามข้อ 6ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

(ข) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในหมวด 3

(ค) ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนปฏิบัติงาน เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกําหนดตามมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(3) ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลนั้นดํารงตําแหน่งตามข้อ 7ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

(ข) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในหมวด 3

(4) ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งหรือมอบหมายบุคคลนั้นดํารงตําแหน่งตามข้อ 8 หรือข้อ 9 ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในหมวด 3

(ข) ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานก่อนปฏิบัติงาน

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติม

ของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13(( บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเกี่ยวกับความสามารถ ประสบการณ์การทํางาน ผ่านการอบรมหรือการทดสอบหลักสูตรของสํานักงานหรือหน่วยงานที่สํานักงานยอมรับ และมีขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ตามตารางคุณสมบัติของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ตารางประเภทธุรกรรม และตารางคุณสมบัติของผู้ขอความเห็นชอบในการต่ออายุ ที่แนบท้ายประกาศนี้ เว้นแต่เป็นบุคลากรซึ่งปฏิบัติงานตามข้อ 4(1) (2) หรือ (3) ซึ่งได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในหมวด 7

มาตรา ข้อ 14/1

ข้อ 14/1(( ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งบุคลากรตามข้อ 8(1) ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิจารณาให้บุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งมีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

(1) ไม่เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทอื่น และต้องไม่เป็นผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้แก่บุคคลอื่นที่ดําเนินการในลักษณะที่คล้ายคลึงหรือแข่งขันกับการดําเนินการของผู้ประกอบธุรกิจ เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจแสดงได้ว่ามีการจัดโครงสร้างขององค์กรที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้นได้ (2) ในกรณีที่แต่งตั้งพนักงานของผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคลากรตามข้อ 8(1)บุคคลดังกล่าวต้องดํารงตําแหน่งที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) ตําแหน่งที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการจัดการลงทุน

(ข) ตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้จัดการของผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งดูแลรับผิดชอบสูงสุดในสายงานที่เกี่ยวกับการลงทุน

การขอรับความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบ

การขอรับความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ในการยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนและการต่ออายุการให้ความเห็นชอบ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการพิจารณาให้

ความเห็นชอบตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

ระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ และการต่ออายุ

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนให้มีผลดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 8(5) (6) (7) และ (8) ให้มีอายุตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่หรือดํารงตําแหน่งนั้นๆ ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

(2) กรณีเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(1) (2) และ (4) ให้มีอายุสองปีปฏิทิน โดยในการขอความเห็นชอบครั้งแรก ให้มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ แต่ให้นับระยะเวลาสองปีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีถัดไป ทั้งนี้ ในกรณีเป็นการให้ความเห็นชอบบุคลากรที่เคยได้รับความเห็นชอบให้ปฏิบัติงานในตําแหน่งตามข้อ 8(1) (2) หรือ (4) ประเภทใดประเภทหนึ่งมาก่อนแล้ว และอายุการให้ความเห็นชอบประเภทนั้นยังไม่สิ้นสุดลง ให้ความเห็นชอบทุกประเภทสิ้นสุดลงพร้อมกับอายุการให้ความเห็นชอบครั้งล่าสุด

(3) กรณีเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(3) ให้มีอายุตลอดเวลาที่ยังสามารถดํารงคุณสมบัติการเป็นผู้จัดการกองทุนตามข้อ 8(1) หรือผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 8(2)ได้ แล้วแต่กรณี

(4)( กรณีเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 9 ให้มีอายุสองปีปฏิทิน โดยใน

การขอความเห็นชอบครั้งแรก ให้มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบ แต่ให้นับระยะเวลาสองปีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ของปีถัดไป ทั้งนี้ ในกรณีที่เคยได้รับความเห็นชอบให้ปฏิบัติงานในตําแหน่งนักวิเคราะห์การลงทุน ผู้แนะนําการลงทุน ผู้วางแผนการลงทุน หรือเจ้าหน้าที่จัดการการซื้อขายด้านสินค้าเกษตร ประเภทใดประเภทหนึ่งมาก่อนแล้ว และอายุการให้ความเห็นชอบประเภทนั้นยังไม่สิ้นสุดลง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) กรณีที่การให้ความเห็นชอบครั้งหลังมีขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่เหนือกว่าประเภทที่ได้รับความเห็นชอบในครั้งก่อน ให้อายุการให้ความเห็นชอบครั้งก่อนสิ้นสุดลงในวันที่

การให้ความเห็นชอบครั้งหลังมีผล

(ข) กรณีอื่นนอกเหนือจาก (ก) ให้อายุการให้ความเห็นชอบทุกประเภทสิ้นสุดลงพร้อมกับอายุการให้ความเห็นชอบครั้งล่าสุด

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 การขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(1)

(2) และ (4) และข้อ 9 ให้ยื่นคําขอต่ออายุได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม ของปีที่การให้ความเห็นชอบจะสิ้นสุดลง

การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 การให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนสิ้นสุดลงเมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) เมื่อบุคคลนั้นไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในข้อ 12 ทั้งนี้ ในกรณีที่บุคคลนั้นมีลักษณะต้องห้ามภายหลังได้รับความเห็นชอบ ให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในส่วนที่ 2 ของหมวด 7

(2) เมื่อบุคคลนั้นเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 8(5) (6) (7) และ (8) ซึ่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ได้ดํารงตําแหน่งนั้น ๆ ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

(3) เมื่อบุคคลนั้นเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(1) (2) และ (4) และข้อ 9 ซึ่งไม่มีการขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบตามข้อ 17

(4) เมื่อบุคคลนั้นเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(3) ซึ่งขาดคุณสมบัติ

การเป็นผู้จัดการกองทุนตามข้อ 8(1) หรือผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ 8(2) แล้วแต่กรณี

(5)(( เมื่อบุคคลนั้นเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 9(1) โดยใช้คุณสมบัติในด้านอายุที่ไม่น้อยกว่าห้าสิบปีและการมีประสบการณ์การทํางานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลามากกว่าสิบปีซึ่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ออกหนังสือรับรองประสบการณ์และศักยภาพในการทํางาน แต่ไม่รวมถึงการโอนย้ายการปฏิบัติหน้าที่ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นกับผู้ประกอบธุรกิจที่ออกหนังสือรับรองประสบการณ์และศักยภาพในการทํางาน ที่อยู่ในกระบวนการหรือภายหลังการควบ รวม หรือซื้อกิจการระหว่างกัน

(6)( เมื่อบุคคลนั้นเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 9(1) หรือ (3) โดยใช้คุณสมบัติการเป็นผู้แนะนําการลงทุนอาเซียนหรือนักวิเคราะห์การลงทุนอาเซียน สิ้นสุดจากการเป็นผู้แนะนําการลงทุนหรือนักวิเคราะห์การลงทุนจากหน่วยงานกํากับดูแลที่บุคคลดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนไว้หรือได้รับความเห็นชอบจากประเทศที่มีการลงนามในโครงการตามความร่วมมือภายในกลุ่มประเทศอาเซียน (MEMORANDUM OF UNDERSTANDING ON THE ACMF PASS UNDER ASEAN CAPITAL MARKET PROFESSIONAL MOBILITY FRAMEWORK)

หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานการแต่งตั้งและการสิ้นสุดการแต่งตั้งบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนดังต่อไปนี้ ต่อสํานักงานผ่านระบบที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงานภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่เกิดกรณีดังกล่าว

(1) บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 8 และข้อ 9 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

(2) ผู้รับผิดชอบสูงสุดในหน่วยงานกํากับดูแลการปฏิบัติงานตามข้อ 7(4)

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทําและจัดเก็บข้อมูลการแต่งตั้งและการสิ้นสุดการแต่งตั้งบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนดังต่อไปนี้ ไว้ที่บริษัทในลักษณะที่พร้อมเรียกดูหรือจัดให้สํานักงานตรวจสอบได้เมื่อได้รับการร้องขอ

(1) บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 5 และข้อ 6 ของผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่จัดตั้งตามกฎหมายอื่นและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกําหนดตามมาตรา 111 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(2) ที่ปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ตามข้อ 5(4)

(3) บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 7(1) (2) (3) (5) (6) และ (7)

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ให้ผู้ประกอบธุรกิจประกาศรายชื่อบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามข้อ 8(1) (2) (3) และ (4) ไว้ในที่เปิดเผย ณ ที่ทําการทุกแห่งของผู้ประกอบธุรกิจ และให้เปิดเผยชื่อดังกล่าวไว้ในเว็บไซต์ของผู้ประกอบธุรกิจด้วย ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนดังกล่าว ผู้ประกอบธุรกิจต้องปรับปรุงข้อมูลภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสํานักงาน เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติงาน ไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ ทั้งนี้ ภายในเจ็ดวันทําการนับแต่วันที่รู้หรือมีเหตุอันควรรู้ถึงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

(1) การไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

(2) การมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 ตามข้อ 29 หรือกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 30 แต่ไม่รวมถึงการมีลักษณะต้องห้ามอันเนื่องจากการดําเนินการของสํานักงาน

หน้าที่ของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23( บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

(2) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพและปฏิบัติต่อผู้ลงทุนทุกรายอย่างเป็นธรรม ด้วยความเอาใจใส่ ระมัดระวัง รอบคอบ โดยคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ

(3) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน

(4) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพที่กําหนดโดยสํานักงาน สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตลาดทุนที่สํานักงานยอมรับ

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 ในกรณีที่บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 23ให้สํานักงานพิจารณาและดําเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้สําหรับการมีลักษณะต้องห้ามในกลุ่มที่ 3 ตามหมวด 7

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ในกรณีที่บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นตัวแทนของสมาชิกในการซื้อขายด้วยระบบการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน หากบุคคลดังกล่าวฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากําหนด และการกระทําดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องเดียวกันในหมวดนี้ และตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ดําเนินการลงโทษกับบุคคลดังกล่าวตามกฎเกณฑ์ของตนแล้ว สํานักงานจะไม่ดําเนินการตามที่กําหนดในข้อ 24 กับบุคคลนั้นอีกก็ได้ หากเห็นว่าบุคคลดังกล่าวได้รับโทษอย่างเหมาะสมแล้ว

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลงโทษด้วยการปรับเป็นเงิน

“สมาชิก” ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 ให้นําความในข้อ 25 มาใช้บังคับกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่เป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในเรื่องเดียวกันในหมวดนี้ และสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยได้ดําเนินการลงโทษกับบุคคลดังกล่าวตามกฎเกณฑ์ของตนแล้ว โดยอนุโลม

ลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 ในหมวดนี้

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(1) ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(2) ธุรกิจหลักทรัพย์

(3) ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(4) ธุรกิจประกันภัย

(5) ธุรกิจสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

การมีลักษณะต้องห้าม

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28 บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) มีความบกพร่องในด้านความสามารถตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับดูแลตลาดทุน หรือมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามที่กําหนดไว้ในข้อ 29 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1

(2) มีประวัติการถูกลงโทษหรือถูกดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สินตามที่กําหนดไว้ในข้อ 30 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2

(3) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัทหรือผู้ถือหุ้นโดยรวม หรือตลาดเงินหรือตลาดทุนโดยรวม ในเรื่องที่มีนัยสําคัญตามที่กําหนดไว้ในข้อ 31 เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

มาตรา ข้อ 29

ข้อ 29 ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1

(1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือเป็นบุคคลล้มละลาย

(2) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

(3) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสํานักงานหรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สํานักงานกล่าวโทษ หรือศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ และพ้นโทษจําคุกหรือพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่ถึงสามปี

(ก) ความผิดตามมาตรา 289 ประกอบกับมาตรา 90 (เฉพาะที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน) หรือมาตรา 306 ถึงมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(ข) ความผิดตามมาตรา 92 ถึงมาตรา 100 มาตรา 125 ประกอบกับมาตรา 16(เฉพาะที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน) หรือมาตรา 145 ถึงมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546

(ค) ความผิดตามมาตรา 85 ถึงมาตรา 90 หรือมาตรา 77 ประกอบกับมาตรา 54แห่งพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550

(4) เป็นบุคคลที่สํานักงานปฏิเสธหรือถอนการแสดงรายชื่อของบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์เนื่องจากเป็นผู้ที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจให้เป็นกรรมการและผู้บริหารตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารบริษัท

มาตรา ข้อ 30

ข้อ 30 ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2

(1) เป็นบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ และพ้นโทษจําคุกหรือพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่ถึงสามปี

(2) เป็นบุคคลที่ศาลมีคําสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน และยังไม่พ้นสามปีนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

(3) เป็นบุคคลที่ไม่สามารถดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ ที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน หรือบุคลากรที่มีหน้าที่ให้คําแนะนําเกี่ยวกับการบริการทางการเงิน จัดการหรือรับเงินทุนของลูกค้า เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเกี่ยวกับการกํากับดูแลสถาบันการเงินไม่ว่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ และอยู่ระหว่างเวลาที่ยังไม่สามารถกลับมาดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อีก ทั้งนี้ เฉพาะลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) การทุจริตต่อหน้าที่ หรือทุจริต หลอกลวง หรือฉ้อโกงเกี่ยวกับทรัพย์สิน

(ข) การบริหารงานที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามคําสั่งของหน่วยงานกํากับดูแล หรือบริหารงานหรือจัดการงานที่ไม่เหมาะสม

(ค) การกระทําที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการกระทําที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบ

(4)(( เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกดําเนินการอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือกรรมการของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

(ก) ถูกคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งกําหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง หรือศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่ง ห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ หรือผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในมูลเหตุเนื่องจากการกระทําความผิดตามมาตรา 297/1 หรือมาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือความผิดตามมาตรา 74 หรือมาตรา 96 แห่งพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว

(ข) ถูกสํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ หรือมีลักษณะที่ทําให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุด หรือถูกดําเนินการอื่นในทํานองเดียวกัน ในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง ฉ้อโกง ทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือขาดความระมัดระวังขาดความซื่อสัตย์สุจริต หรือขาดจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่เยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 หรือพระราชกําหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 และประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว

มาตรา ข้อ 31

ข้อ 31 ให้กรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

(1) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมประพฤติผิดต่อหน้าที่หรือการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม ขาดความรับผิดชอบและความรอบคอบ เอาเปรียบผู้ลงทุน หรือขาดจรรยาบรรณหรือมาตรฐานในการปฏิบัติงานเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งกําหนดโดยสํานักงาน สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนที่สํานักงานยอมรับ หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(2) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้นิติบุคคลหรือกิจการที่ตนมีอํานาจในการจัดการ หรือผู้ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบดูแล (ถ้ามี) กระทําการใดหรืองดเว้นกระทําการใดอันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 หรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอํานาจแห่งกฎหมายดังกล่าว อันอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจทรัสต์โดยรวม หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ การดําเนินธุรกิจ หรือลูกค้าของธุรกิจนั้น

(3) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนอย่างมีนัยสําคัญ หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วม หรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น เช่น การแสวงหาหรือเบียดบังผลประโยชน์ใดโดยมิชอบเพื่อตนเอง บริษัทหลักทรัพย์หรือบุคคลอื่น โดยอาศัยตําแหน่งหน้าที่ที่ตนดํารงอยู่ หรือการทุจริตการสอบ เป็นต้น

ผลของการมีลักษณะต้องห้าม

มาตรา ข้อ 32

ข้อ 32 ในกรณีที่ผู้มีลักษณะต้องห้ามตามส่วนที่ 1 เป็นผู้ยื่นคําขอรับความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศนี้ ให้สํานักงานใช้เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ 33

ข้อ 33( สําหรับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่ดํารงตําแหน่งตามข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 8 หรือข้อ 9 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน หากปรากฏว่ามีลักษณะต้องห้ามตามส่วนที่ 1ให้สํานักงานดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 ตามข้อ 29 หรือลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2ตามข้อ 30(1) หรือ (2) ให้สํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

(2) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตามข้อ 30(3) หรือ (4) ให้สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามแต่เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามนั้น

(3) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31 สํานักงานอาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 สําหรับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่ดํารงตําแหน่งตามข้อ 5 ข้อ 6 หรือข้อ 7 ซึ่งไม่จําเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน หากปรากฏว่ามีลักษณะต้องห้ามตามส่วนที่ 1ให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการห้ามบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามระยะเวลาดังต่อไปนี้

(1) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 1 ตามข้อ 29 ตั้งแต่เมื่อศาลมีคําสั่งหรือคําพิพากษาถึงที่สุดในเรื่องที่กําหนด หรือเมื่อสํานักงานได้มีหนังสือกล่าวโทษบุคคลนั้นต่อพนักงานสอบสวน หรือมีหนังสือแจ้งการมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ แล้วแต่กรณี จนกว่าบุคคลนั้นจะพ้นจากการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว

(2) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 2 ตั้งแต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงที่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 30 ต่อสํานักงาน และสํานักงานได้มีหนังสือแจ้งบุคคลที่ถูกพิจารณาและผู้ประกอบธุรกิจที่บุคคลนั้นดํารงตําแหน่งอยู่ให้ทราบถึงการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว จนกว่าบุคคลนั้นจะพ้นจากการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าว

(3) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31 ตั้งแต่วันที่ระบุไว้ในหนังสือของสํานักงานซึ่งแจ้งบุคคลที่ถูกพิจารณาและผู้ประกอบธุรกิจที่บุคคลนั้นดํารงตําแหน่งอยู่ให้ทราบถึงการมีลักษณะต้องห้ามที่กําหนดตามข้อ 31 แล้ว จนกว่าจะพ้นเงื่อนไขหรือระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

มาตรา ข้อ 35

ข้อ 35 ในการใช้ดุลยพินิจปฏิเสธการให้ความเห็นชอบตามข้อ 32 พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ 33(2) และ (3) หรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 34(3) แล้วแต่กรณีให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้แทนหรือประกอบการดําเนินการดังกล่าวได้

(1) กําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวในคราวต่อไป โดยระยะเวลาที่กําหนดต้องไม่เกินสิบปี สําหรับการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามในแต่ละกรณี

(2) กําหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบ ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนในตําแหน่งเดิมต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นคําขอความเห็นชอบ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่กําหนดต้องไม่เกินกว่าอายุการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่

(3) ในกรณีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31มีลักษณะไม่ร้ายแรง หรือเกิดขึ้นมาแล้วเกินกว่าสิบปีนับถึงวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงาน สํานักงานอาจไม่ยกกรณีดังกล่าวขึ้นพิจารณาเป็นเหตุในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบ การพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ หรืออาจลดระดับการดําเนินการเป็นการเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก็ได้

การพิจารณาลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3

มาตรา ข้อ 36

ข้อ 36 ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31 หรือการพิจารณาดําเนินการตามข้อ 35 ให้สํานักงานนําปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา

(1) บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา

(2) การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว

(3) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัทหรือผู้ถือหุ้นโดยรวมตลาดเงินหรือตลาดทุนโดยรวม หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่พิจารณา

(4) การแก้ไขหรือการดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท หรือผู้ถือหุ้นโดยรวม ตลาดเงินหรือตลาดทุนโดยรวม หรือแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทํานองเดียวกันนั้นซ้ําอีก

(5) พฤติกรรมอื่นของผู้ถูกพิจารณาที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน

(6) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน หรือกรรมการของศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือสํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 ให้สํานักงานด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุนแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทําหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน รวมทั้งเสนอความเห็นต่อสํานักงานเกี่ยวกับการพิจารณาเหตุของการห้ามการปฏิบัติหน้าที่ พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31 หรือพิจารณาให้ความเห็นต่อสํานักงานในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความในหมวดนี้ หรือพิจารณาวางแนวทางและให้ความเห็นต่อสํานักงานในการดําเนินการ

ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดเงินหรือตลาดทุนจํานวนไม่เกินห้าคนซึ่งไม่เป็นเลขาธิการหรือพนักงานของสํานักงาน โดยจํานวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนของผู้ลงทุนจํานวนหนึ่งคน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจํานวนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งจากรายชื่อบุคคลที่สมาคมเป็นผู้เสนออีกสองคน

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และให้สํานักงานแต่งตั้งพนักงานของสํานักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

กรรมการรายใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาในลักษณะที่อาจมีผลกระทบต่อการให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง ให้ผู้นั้นแจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ 37/1

ข้อ 37/1(( การห้ามการปฏิบัติหน้าที่ พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน หรือการดําเนินการใดตามประกาศนี้ เป็นดุลยพินิจของสํานักงานโดยมีปัจจัยที่ระบุไว้ในข้อ 36 ประกอบความเห็นของคณะกรรมการตามข้อ 37 เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ 38

ข้อ 38 เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจสั่งการของสํานักงานตามหมวดนี้มีความชัดเจนและผ่านกระบวนการทบทวนตามสมควร ในการแจ้งเหตุในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน หรือการห้ามการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ 3 ตามข้อ 31 สํานักงานจะกระทําได้ต่อเมื่อได้ดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(2) เสนอข้อเท็จจริงรวมทั้งคําชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และหากคณะกรรมการประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม ให้สํานักงานจัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น

ในการปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

มาตรา ข้อ 39

ข้อ 39 สํานักงานอาจไม่ดําเนินการตามข้อ 38 วรรคหนึ่งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) กรณีดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอื่นที่ทําให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจง และเคยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นในรูปองค์คณะที่มีผู้มีความรู้ประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นองค์คณะด้วยหรือโดยองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องมาอย่างเพียงพอแล้ว หรือ

(2) คณะกรรมการได้กําหนดแนวทางพิจารณาดําเนินการสําหรับกรณีที่มีข้อเท็จจริงทํานองเดียวกันกับกรณีที่พิจารณานี้ไว้ชัดเจนเพียงพอแล้ว

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 40

ข้อ 40 ในหมวดนี้

“ประกาศที่ถูกยกเลิก” หมายความว่า ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนหรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งถูกยกเลิกโดยประกาศดังต่อไปนี้

(1) ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทลธ.14/2557 เรื่อง การยกเลิกประกาศที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ผู้จัดการ และบุคลากรอื่นของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญา

ซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

(2) ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ สน. 12/2557 เรื่อง การยกเลิกประกาศที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และผู้จัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ลงวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บททั่วไป

มาตรา ข้อ 41

ข้อ 41 ให้บรรดาประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออก วางแนวปฏิบัติ หรือที่ใช้บังคับอยู่โดยอาศัยอํานาจในบทเฉพาะกาล ตามประกาศที่ถูกยกเลิกตามข้อ 40 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะมีประกาศ คําสั่ง และหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ 42

ข้อ 42 ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศที่ถูกยกเลิกตามข้อ 40ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ 43

ข้อ 43 ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงถึงบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงถึงบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ 44

ข้อ 44 ในกรณีที่คณะกรรมการตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่ ทธ/น/ข. 37/2553 เรื่อง ลักษณะต้องห้ามของบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553 รับพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการสั่งการกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาต่อไปได้ โดยใช้ข้อกําหนดตามประกาศนี้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา

การดําเนินการเกี่ยวกับการขอรับความเห็นชอบ

และการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ 45

ข้อ 45 คําขอรับความเห็นชอบที่ได้ยื่นไว้ต่อสํานักงานตามประกาศที่ถูกยกเลิกตามข้อ 40 หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับประกาศที่ถูกยกเลิกดังกล่าว หากได้มีการยื่นคําขอและเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วนตามแบบและวิธีการแล้วก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้การให้ความเห็นชอบเป็นไปตามประกาศที่ถูกยกเลิกตามข้อ 40 และประกาศที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ 46

ข้อ 46( ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนเพื่อดํารงตําแหน่งกรรมการหรือผู้จัดการซึ่งได้ยื่นคําขอก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ให้นําข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ/น/ข. 58/2552 เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 หรือประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ/น/ข. 87/2552 เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ มาใช้บังคับกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 47

ข้อ 47 ภายใต้เงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 48 และข้อ 49 ให้บุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศที่ถูกยกเลิกตามข้อ 40 เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนที่ได้รับความเห็นชอบตามประกาศนี้ แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าวันที่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนตามที่สํานักงานเคยให้ความเห็นชอบไว้เป็นวันที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศนี้

54 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทลธ. 8/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน (ฉบับประมวล) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_81ed72667232a2e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com