ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 1 /2556
เรื่อง การกําหนดอัตราในการนําส่งเงินเพิ่มเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้
ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศ กําหนดอัตราเงินนําส่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการในการส่งเงินนําส่งและการนําส่งเงินเพิ่มเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 3/2555 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 กําหนดให้สถาบันการเงินที่ไม่นําเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือนําภายในระยะเวลาที่กําหนดต้องเสียเงินเพิ่มตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศฉบับนี้เพื่อกําหนดอัตรา ในการนําส่งเงินเพิ่มเข้าบัญชีสะสมดังกล่าว ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบ
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2555 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และข้อ 4.6 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 3/2555 เรื่อง การกําหนดอัตรานําส่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการในการส่งเงินนําส่งและการนําส่งเงินเพิ่มเข้าบัญชีสะสมเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2555
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
อื่นๆ - 4. เนื้อหา
4.1 ในประกาศนี้ "สถาบันการเงิน" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน หรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 4.2 สถาบันการเงินใดไม่นําส่งเงินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือนําส่งไม่ครบภายในระยะเวลาที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 3/2555 เรื่อง การกําหนดอัตราเงินนําส่ง หลักเกณฑ์และวิธีการในการส่งเงินนําส่งและการนําส่งเงินไม่เข้าบัญชีสะสมเพื่อการชําระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจพบ และแจ้งให้สถาบันการเงินนั้นนําส่งเงินให้ครบถ้วน สถาบันการเงินต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของจํานวนเงินที่ไม่นําส่ง หรือนําส่งไม่ครบ โดยให้คํานวณตั้งแต่วันถัดจากวันที่ครบกําหนดจนถึงวันที่นําส่งครบถ้วน
อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2556
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย