ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ตามมติเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ ประกอบมาตรา ๒๐
(๔) และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๑.
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย
โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) จากธนาคารออมสิน วงเงินกู้รวม ๔,๕๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สี่พันห้าร้อยยี่สิบล้านบาทถ้วน) โดยแบ่งเป็น ๔ โครงการดังนี้
- โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
(สายสีแดง)
ช่วงบางซื่อ - รังสิต จำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อยล้านบาทถ้วน)
โครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา - คลองสิบเก้า
- แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง (Chord Line) จำนวน
๓ แห่ง จำนวน ๓๘๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามร้อยแปดสิบแปดล้านบาทถ้วน)
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ - ขอนแก่น จำนวน ๒,๒๗๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองพันสองร้อยเจ็ดสิบสองล้านบาทถ้วน)
- งานปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ จำนวน ๑๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยหกสิบล้านบาทถ้วน)
๒. อายุเงินกู้
๒ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ ครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งจำนวน
ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
๓.
อัตราดอกเบี้ย
วงเงินที่ ๑ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สองพันล้านบาทถ้วน) เท่ากับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ ๑.๗๓๘ (หนึ่งจุดเจ็ดสามแปด)
ต่อปี
- วงเงินที่ ๒ จำนวน ๒,๕๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองพันห้าร้อยยี่สิบล้านบาทถ้วน) เท่ากับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ
๑.๗๘๘ (หนึ่งจุดเจ็ดแปดแปด) ต่อปี
๔.
การเบิกเงินกู้
กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ จนถึงวันที่ ๒๘
ธันวาคม ๒๕๖๐ โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเบิกเงินกู้เป็นงวดเรียงลำดับจากวงเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดก่อนและเมื่อเบิกเงินกู้ครบจำนวนของวงเงินดังกล่าวแล้ว
จึงจะเริ่มเบิกรับเงินกู้ในวงเงินกู้ลำดับถัดไป
๕. การชำระดอกเบี้ย
ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด คือ วันที่ ๒๘ ธันวาคม และ
๒๘ มิถุนายน ของทุกปี โดยจะชำระดอกเบี้ยงวดแรก ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ในวันที่
๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ พร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่นับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ดังกล่าวเข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ ยกเว้นการชำระหนี้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้
ทั้งนี้
ในการคำนวณดอกเบี้ยให้ถือว่าหนึ่งปีมี ๓๖๕ (สามร้อยหกสิบห้า) วัน
นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๖.
การชำระต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระหนี้คืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ได้
โดยจะทยอยคืนต้นเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงิน
(ผู้ให้กู้) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒
วันทำการโดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของหนี้เงินต้นที่ค้างชำระ
พร้อมกับการชำระเงินต้นก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้คราวใดตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนชำระคืนในวันทำการถัดไป
๗.
ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พชร อนันตศิลป์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
วริญา/ปริยานุช/จัดทำ
๑๗ มกราคม ๒๕๖๐
นุสรา/ตรวจ
๑๐ มีนาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๕ ง/หน้า ๑๘/๑๓ มกราคม ๒๕๖๐