法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ[๑]

โดยที่ประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยเรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ที่ใช้บังคับในปัจจุบันมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน โดยปรับเปลี่ยนรหัสประเภทกิจการกองทุนเงินทดแทน ตามการจัดประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรม (ประเทศไทย) และเพื่อให้การกำหนดรหัสกิจการและจัดการเงินสมทบมีความละเอียดครอบคลุมทันสถานการณ์และเป็นประโยชน์ต่อนายจ้างในการจ่ายเงินสมทบ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗ กระทรวงแรงงาน จึงออกประกาศกำหนดอัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ลงวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗

(๒) ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

(๓) ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

(๔) ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ ๔ ) ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี

“เงินสมทบ” หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนเงินทดแทนเพื่อใช้เป็นเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง

“ปี” หมายความว่า ปีปฏิทิน

“แบบลงทะเบียน” หมายความว่า แบบลงทะเบียนจ่ายเงินสมทบและแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจ้าง ตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. ๒๕๓๗

อัตราเงินสมทบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบตามอัตราเงินสมทบ ซึ่งกำหนดไว้ในตารางที่ ๑ ท้ายประกาศนี้

การกำหนดรหัสประเภทกิจการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บเงินสมทบ ให้สำนักงานกำหนดรหัสประเภทกิจการของนายจ้างตามตารางที่ ๑ ท้ายประกาศนี้ โดยพิจารณาจากประเภทกิจการที่นายจ้างดำเนินการและให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบตามอัตราเงินสมทบของรหัสประเภทกิจการนั้น

ในกรณีที่ไม่อาจกำหนดรหัสประเภทกิจการของนายจ้างอย่างหนึ่งอย่างใดได้ให้กำหนดรหัสประเภทกิจการที่มีความเสี่ยงภัยใกล้เคียงอย่างยิ่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้สำนักงานกำหนดรหัสประเภทกิจการของนายจ้างรายหนึ่งเพียงรหัสเดียว โดยพิจารณาจากกิจการหลักของนายจ้างผู้นั้น เว้นแต่นายจ้างประกอบกิจการหลายอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

ถ้าไม่สามารถกำหนดรหัสประเภทกิจการตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดรหัสประเภทกิจการซึ่งเป็นบริการหรือผลผลิตสุดท้าย เว้นแต่ไม่สามารถแยกได้ว่าประเภทกิจการใดเป็นบริการหรือผลผลิตสุดท้าย ให้กำหนดรหัสประเภทกิจการซึ่งมีลูกจ้างมากที่สุด ถ้าไม่สามารถแยกได้ว่าประเภทกิจการใดมีลูกจ้างมากที่สุด ให้กำหนดรหัสประเภทกิจการที่มีอัตราเงินสมทบสูงสุด

ในกรณีที่นายจ้างประกอบกิจการผลิตหรือประกอบและจำหน่าย ให้สำนักงานกำหนดรหัสประเภทกิจการซึ่งเป็นกิจการผลิตหรือประกอบ แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการได้ว่าจ้างด้วยวิธีเหมาค่าแรง โดยมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดรับช่วงไปควบคุมดูแลการทำงานและรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างอีกทอดหนึ่งก็ดี หรือมอบให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาลูกจ้างมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางานก็ดี โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ ให้สำนักงานกำหนดรหัสประเภทกิจการตามประเภทกิจการของผู้ประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่นายจ้างมีการควบรวมกิจการกับนายจ้างรายอื่น ให้สำนักงานกำหนดรหัสประเภทกิจการตามประเภทกิจการของนายจ้างที่มีการควบรวมกิจการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ถ้าปรากฏว่ารหัสประเภทกิจการที่กำหนดไว้ไม่ถูกต้องกับข้อเท็จจริงให้สำนักงานวินิจฉัย และเปลี่ยนแปลงรหัสประเภทกิจการ และอัตราเงินสมทบของนายจ้างให้ถูกต้องกับข้อเท็จจริงและเมื่อได้เปลี่ยนแปลงเป็นการถูกต้องแล้วให้แจ้งนายจ้างทราบ เพื่อให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มหรือจ่ายเงินคืนแก่นายจ้าง

การเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นผลให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มหรือสำนักงานต้องจ่ายเงินคืนให้แก่นายจ้าง ให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันต้นแห่งปีที่มีการเปลี่ยนแปลง

วิธีเรียกเก็บเงินสมทบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเป็นรายปี

เงินสมทบให้คำนวณจากค่าจ้างที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างทั้งปี สำหรับเศษของเงินสมทบที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าสิบสตางค์ขึ้นไปให้นับเป็นหนึ่งบาท ถ้าน้อยกว่านั้นให้ปัดทิ้ง ในกรณีที่นายจ้างประกอบกิจการหลายประเภท และมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบทุกประเภทกิจการ ให้คำนวณเงินสมทบแยกตามประเภทกิจการนั้น ๆ

ลูกจ้างคนใดได้รับค่าจ้างเกินกว่าสองแสนสี่หมื่นบาทต่อปี ค่าจ้างที่นำมาคำนวณเงินสมทบสำหรับลูกจ้างผู้นั้น ให้คำนวณเพียงสองแสนสี่หมื่นบาท

กรณีที่ลูกจ้างตามวรรคสองทำงานไม่ถึงหนึ่งปี การคำนวณเงินสมทบให้ลดลงตามส่วน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นายจ้างรายใดมีหน้าที่ยื่นแบบลงทะเบียน แต่ไม่ยื่นหรือยื่นแล้วแต่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือปฏิเสธที่จะให้ข้อเท็จจริงในการคำนวณเงินสมทบให้สำนักงานบันทึกรายละเอียดลงในแบบลงทะเบียนแล้วประเมินเงินสมทบที่นายจ้างผู้นั้นต้องจ่ายโดยพิจารณาจากหลักฐานที่เกี่ยวข้องหากไม่มีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก็ให้ประเมินเงินสมทบตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นายจ้างรายใดได้ยื่นแบบลงทะเบียนและจ่ายเงินสมทบครั้งแรกต่อสำนักงานแล้วในปีต่อไปให้จ่ายเงินสมทบซึ่งคำนวณโดยประมาณตลอดทั้งปีภายในเดือนมกราคมของทุกปี

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงประเภทกิจการ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อความในแบบลงทะเบียนจ่ายเงินสมทบซึ่งได้ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ให้นายจ้างแจ้งเป็นหนังสือให้สำนักงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ให้นายจ้างแจ้งจำนวนเงินค่าจ้างทั้งหมดของปีที่ล่วงมาแล้วที่ได้จ่ายจริงให้กับลูกจ้างตามแบบที่สำนักงานกำหนดโดยให้แจ้งนับแต่วันที่ต้องจ่ายเงินสมทบจนถึงวันสิ้นปีนั้น และให้สำนักงานคำนวณเงินสมทบที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง ผลต่างระหว่างเงินสมทบที่นายจ้างได้จ่ายให้แก่สำนักงานไว้แล้ว และที่คำนวณใหม่จะเป็นเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่ายเพิ่มหรือสำนักงานจะต้องจ่ายคืนให้แก่นายจ้าง แล้วแต่กรณี

การแจ้งจำนวนเงินค่าจ้างตามวรรคหนึ่ง หากเป็นกรณีที่นายจ้างเลิกกิจการให้นายจ้างแจ้งจำนวนเงินค่าจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกกิจการโดยให้แจ้งจำนวนเงินค่าจ้างจนถึงวันเลิกกิจการหรือวันสิ้นปีที่มีการจ่ายค่าจ้าง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่นายจ้างต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่ม หรือสำนักงานต้องจ่ายเงินคืนให้แก่นายจ้างตามข้อ ๘ และข้อ ๑๒ ให้นายจ้างหรือสำนักงานดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบผลว่านายจ้างจะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่ม หรือสำนักงานต้องจ่ายเงินคืน แล้วแต่กรณี

กรณีนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มตามจำนวนที่คำนวณได้ตามข้อ ๑๒ วรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ นายจ้างรายใดซึ่งมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินสมทบตั้งแต่วันต้นแห่งปีและยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ อาจยื่นคำขอต่อสำนักงานตามแบบที่สำนักงานกำหนด เพื่อขออนุญาตผ่อนชำระเงินสมทบเป็นงวดก็ได้

นายจ้างซึ่งได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบเป็นงวด หากไม่ปฏิบัติตามความในข้อ ๑๕ หรือข้อ ๑๖ สำนักงานอาจยกเลิกการอนุญาตดังกล่าวนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ นายจ้างซึ่งได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบเป็นงวด ให้ฝากเงินไว้กับสำนักงานเป็นจำนวนร้อยละยี่สิบห้าของเงินสมทบ ซึ่งคำนวณโดยประมาณตลอดทั้งปี เพื่อเป็นการประกันการจ่ายเงินสมทบ ทั้งนี้ ภายในเดือนมกราคม

เงินฝากตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานเก็บรักษาไว้ตลอดระยะเวลาที่นายจ้างได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบ และให้สำนักงานคืนเงินฝากให้นายจ้าง เมื่อนายจ้างไม่ขอผ่อนชำระเงินสมทบ หรือสำนักงานยกเลิกการอนุญาตให้ผ่อนชำระหรือนายจ้างไม่มีหน้าที่จ่ายเงินสมทบต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ่ายเงินสมทบของนายจ้าง ซึ่งได้รับอนุญาตให้ผ่อนชำระเงินสมทบเป็นงวดให้แบ่งจ่ายเป็นสี่งวดตามปี และต้องจ่ายภายในเดือนถัดจากวันสิ้นงวดของแต่ละงวด พร้อมทั้งแจ้งจำนวนเงินค่าจ้างทั้งสิ้นของแต่ละงวดตามแบบที่สำนักงานกำหนด

การลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ นายจ้างซึ่งต้องจ่ายเงินสมทบตามตารางที่ ๑ มาแล้วสี่ปีติดต่อกัน ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบในปีถัดไป ลดหรือเพิ่มอัตราเงินสมทบตามอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้างตามตารางที่ ๒ ท้ายประกาศนี้

การคำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสียตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียโดยเฉลี่ยของนายจ้างแต่ละรายย้อนหลังไปสามปีติดต่อกัน และนำผลที่คำนวณได้ไปใช้ในปีถัดไปจากปีที่คำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสีย

อัตราส่วนการสูญเสียนั้น ให้นำเงินทดแทนซึ่งต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างแต่ละคนคำนวณเป็นร้อยละของเงินสมทบที่นายจ้างผู้นั้นต้องจ่ายในระยะเวลาเดียวกัน

ในกรณีที่นายจ้างประกอบกิจการหลายประเภทและมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบทุกประเภทกิจการการคำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสีย ให้คำนวณแยกตามประเภทกิจการนั้น ๆ

สำหรับนายจ้างที่มีการควบรวมกิจการกับนายจ้างรายอื่นตามข้อ ๗ การคำนวณอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้างให้คำนวณจากกิจการเดิมก่อนที่จะควบรวมกิจการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สำหรับนายจ้างที่ได้จ่ายเงินสมทบตามประกาศกระทรวงแรงงานว่าด้วยเรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้นำจำนวนเงินทดแทนที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างแต่ละคนและการจ่ายเงินสมทบตามประกาศกระทรวงแรงงานดังกล่าวมาคำนวณหาอัตราส่วนการสูญเสียตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๗ ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ตารางที่ ๑ อัตราเงินสมทบ

๒. ตารางท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ ตารางที่ ๒ การลด – เพิ่ม อัตราเงินสมทบ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง/หน้า ๙/๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_82f7a3bdf4550c6c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com