ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณากำหนดแนวทางคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
โดยให้เด็กมีโอกาสอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดา มารดา ผู้ปกครอง
บุคคลซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วยเป็นอันดับแรก
หรือบุคคลอื่นใดที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล ทั้งนี้ สามารถวางข้อกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
ประพฤติเสียหาย หรือเสี่ยงต่อการกระทำผิดดังนี้
(๑)
ระมัดระวังมิให้เด็กเข้าไปในสถานที่หรือท้องที่อันจะจูงใจให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
(๒) ระมัดระวังมิให้เด็กออกนอกสถานที่อยู่อาศัยในเวลากลางคืน
เว้นแต่จำเป็นหรือไปกับบิดามารดา ผู้ที่เด็กอาศัยอยู่
หรือผู้ที่รับเด็กไปปกครองดูแล
(๓) ระมัดระวังมิให้เด็กคบหาสมาคมกับบุคคล
หรือคณะบุคคลที่จะชักนำไปในทางเสื่อมเสีย
(๔)
ระมัดระวังมิให้เด็กกระทำการใดอันอาจเป็นเหตุให้เด็กประพฤติเสียหาย
(๕) จัดให้เด็กได้รับการศึกษาตามสมควรแก่อายุ สติปัญญา
และความสนใจของเด็ก
(๖) จัดให้เด็กกระทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง ด้านคุณธรรม จริยธรรม
และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
(๗) จัดให้เด็กและหรือครอบครัวเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขสาเหตุในการกระทำผิดของเด็ก
(๘) จัดให้เด็กและหรือครอบครัวทำกิจกรรมอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกับ (๕)
(๖) (๗)
หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจัดให้มีผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
ก็ให้เสนอผลการสืบเสาะและพินิจพร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
แล้วแต่กรณี
โดยระบุชื่อผู้ที่จะขอให้แต่งตั้งเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพและระยะเวลาในการคุ้มครองสวัสดิภาพ
ตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
ในกรณีที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าบุคคลที่รับมอบตัวเด็กไปไม่สามารถปกครองดูแลเด็กตามข้อกำหนดได้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้คำแนะนำตามที่เห็นสมควร
หากบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ
หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อเรียกผู้ที่รับมอบตัวเด็กไปมาทำทัณฑ์บนว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนด
หากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าการคุ้มครองสวัสดิภาพด้วยวิธีการข้างต้น
ไม่ได้ผลแต่เห็นสมควรให้คุ้มครองสวัสดิภาพโดยการส่งตัวเด็กเข้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอผลการสืบเสาะและพินิจ
พร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี
เพื่อพิจารณาสั่งตามความเหมาะสม
ก่อนยุติการคุ้มครองสวัสดิภาพ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินความเหมาะสมอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเด็กสามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข