法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด

แต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา

เพื่อให้การดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็ก

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔ (๔) และมาตรา ๔๗

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดและอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา

พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก

“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า

ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่พนักงานสอบสวนได้รับตัวเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่อายุไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญาตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

และมาตรา ๗๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไว้ทำการสอบสวน

ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนที่จะมอบตัวเด็กให้อยู่ในความปกครองดูแลของบิดา

มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลหรือองค์กรซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย

หรือมอบตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เด็กไม่มีบิดา มารดา ผู้ปกครอง

หรือบุคคลหรือองค์กรซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย

เพื่อดำเนินการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

ต้องดำเนินการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดนั้น ๆ

แล้วแต่กรณี รับตัวเด็กจากพนักงานสอบสวนตามข้อ ๕

เพื่อดำเนินการให้เด็กได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพต่อไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนตามข้อ

๕ หรือได้รับตัวเด็กจากพนักงานสอบสวนตามข้อ ๖

สืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็ก

รวมทั้งให้สืบเสาะถึงสาเหตุแห่งการกระทำผิด ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเป็นอยู่

การเลี้ยงดู อุปนิสัย ความประพฤติของเด็ก และกำหนดแนวทางในการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กนั้นด้วย

ในการซักถามเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรา ๓๐ (๒)

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยเคร่งครัด

หากพบว่าเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์

ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระหว่างการดำเนินการสืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริง

หากปรากฏว่าเด็กมีบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณามอบตัวเด็กให้แก่บิดา มารดา ผู้ปกครอง

หรือบุคคลซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วยรับไปดูแล ทั้งนี้

พนักงานเจ้าหน้าที่อาจวางข้อกำหนดตามข้อ ๙ วรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

แต่หากเกรงว่าเด็กอาจไม่ปลอดภัย หรืออาจไปกระทำผิดอีก ให้ดำเนินการขออนุมัติไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด

แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณามอบตัวเด็กไว้กับบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสม

และยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล หรือสถานแรกรับ ในกรณีที่จำเป็นต้องส่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์

สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือองค์กรเอกชนที่เหมาะสม

ให้ร้องขอให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่ง

เพื่อส่งเด็กไปยังสถานที่เหล่านั้น

กรณีที่เด็กไม่มีบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

ให้ส่งมอบตัวเด็กไว้กับบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมและยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล

หากไม่มีผู้ใดเหมาะสมและยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเด็กไปอยู่สถานแรกรับ

สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู

หรือองค์กรเอกชนที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณากำหนดแนวทางคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก

โดยให้เด็กมีโอกาสอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดา มารดา ผู้ปกครอง

บุคคลซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วยเป็นอันดับแรก

หรือบุคคลอื่นใดที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล ทั้งนี้ สามารถวางข้อกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

ประพฤติเสียหาย หรือเสี่ยงต่อการกระทำผิดดังนี้

(๑)

ระมัดระวังมิให้เด็กเข้าไปในสถานที่หรือท้องที่อันจะจูงใจให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

(๒) ระมัดระวังมิให้เด็กออกนอกสถานที่อยู่อาศัยในเวลากลางคืน

เว้นแต่จำเป็นหรือไปกับบิดามารดา ผู้ที่เด็กอาศัยอยู่

หรือผู้ที่รับเด็กไปปกครองดูแล

(๓) ระมัดระวังมิให้เด็กคบหาสมาคมกับบุคคล

หรือคณะบุคคลที่จะชักนำไปในทางเสื่อมเสีย

(๔)

ระมัดระวังมิให้เด็กกระทำการใดอันอาจเป็นเหตุให้เด็กประพฤติเสียหาย

(๕) จัดให้เด็กได้รับการศึกษาตามสมควรแก่อายุ สติปัญญา

และความสนใจของเด็ก

(๖) จัดให้เด็กกระทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง ด้านคุณธรรม จริยธรรม

และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

(๗) จัดให้เด็กและหรือครอบครัวเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขสาเหตุในการกระทำผิดของเด็ก

(๘) จัดให้เด็กและหรือครอบครัวทำกิจกรรมอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกับ (๕)

(๖) (๗)

หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรจัดให้มีผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก

ก็ให้เสนอผลการสืบเสาะและพินิจพร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด

แล้วแต่กรณี

โดยระบุชื่อผู้ที่จะขอให้แต่งตั้งเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพและระยะเวลาในการคุ้มครองสวัสดิภาพ

ตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖

ในกรณีที่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าบุคคลที่รับมอบตัวเด็กไปไม่สามารถปกครองดูแลเด็กตามข้อกำหนดได้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้คำแนะนำตามที่เห็นสมควร

หากบุคคลดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ

หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี เพื่อเรียกผู้ที่รับมอบตัวเด็กไปมาทำทัณฑ์บนว่าจะปฏิบัติตามข้อกำหนด

หากพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าการคุ้มครองสวัสดิภาพด้วยวิธีการข้างต้น

ไม่ได้ผลแต่เห็นสมควรให้คุ้มครองสวัสดิภาพโดยการส่งตัวเด็กเข้าสถานคุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอผลการสืบเสาะและพินิจ

พร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี

เพื่อพิจารณาสั่งตามความเหมาะสม

ก่อนยุติการคุ้มครองสวัสดิภาพ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินความเหมาะสมอีกครั้ง เพื่อแน่ใจว่าเด็กสามารถอยู่ได้อย่างปกติสุข

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการกำหนดแนวทางในการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก

พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง โดยให้มีการกำหนดแผนแก้ไขฟื้นฟูเด็ก

วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพการยุติการคุ้มครองสวัสดิภาพ รวมทั้งการเยียวยาผู้เสียหาย

โดยเชิญผู้เข้าร่วมประชุมตามความเหมาะสมและจำเป็น เช่น

(๑) บิดามารดา ผู้ปกครอง

บุคคลซึ่งรับตัวเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย

(๒) ครูหรือผู้เคยให้การศึกษาแก่เด็ก

(๓) ญาติซึ่งเด็กและบุคคลตาม (๑) ให้การยอมรับนับถือ

(๔) ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก

(๕) ผู้เสียหายหรือผู้แทน

(๖) บุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าสมควรเชิญเข้าร่วมประชุม เช่น

ผู้นำชุมชน ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการชุมชน เป็นต้น

(๗) ผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น นักจิตวิทยา

นักสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จิตแพทย์และพนักงานอัยการ เป็นต้น

การดำเนินการตามระเบียบข้อนี้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ปลัดกระทรวงรักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาหรือข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕

สันติ พร้อมพัฒน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ประธานกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ

โชติกานต์/ผู้จัดทำ

๑๘ มกราคม ๒๕๕๖

เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ

๑๘ มกราคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๙๔ ง/หน้า ๔/๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ว่าด้วยวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ต้องหาว่ากระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องรับโทษทางอาญา พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_83b556a34d24744a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com