ข้อ ๓ ให้กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
และนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป
รวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ
เพื่อประโยชน์ในการเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นดังนี้
๓.๑
ข้าราชการดังกล่าวจะต้องดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการตามที่ได้รับแต่งตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑ ปี และ
๓.๒
ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป
หรือได้รับเงินเดือนไม่ตํ่ากว่าขั้นต่ำของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ
และให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปเป็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการได้กึ่งหนึ่งดังนี้
๓.๒.๑
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๒ และผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๓ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒
ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน
เมื่อนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังกล่าวมานับรวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการที่กำหนดตาม
๑. แล้ว หากมีระยะเวลาของการดำรงตำแหน่งรวมกันไม่น้อยกว่า ๗ ปี
รวมทั้งต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ
ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการได้
๓.๒.๒
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๔ ของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒
ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน
เมื่อนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังกล่าวมานับรวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการที่กำหนดตาม
๑. แล้ว หากมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมกันไม่น้อยกว่า ๕ ปี
รวมทั้งต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ
ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการได้
๓.๒.๓
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๕ ขึ้นไปของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงาน
เมื่อนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งดังกล่าวมานับรวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการที่กำหนดตาม
๑. แล้ว หากมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งรวมกันไม่น้อยกว่า ๓ ปี
รวมทั้งต้องได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ
ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่เข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการได้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒
ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้า ๙/๑๗ กันยายน ๒๕๕๒