法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 (Update ณ วันที่ 14/11/2522)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่

๔ (พ.ศ. ๒๕๑๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยา

พ.ศ.

๒๕๑๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๑

มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๘ มาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐

และมาตรา ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตผลิตยาแผนโบราณ

ขายยาแผนโบราณ หรือนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอตามแบบ

ย.บ. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยหลักฐานครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในแบบ ย.บ. ๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ใบอนุญาตตามข้อ ๑ ให้ทำตามแบบ ย.บ. ๓

ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ

ผู้รับอนุญาตขายยาแผนโบราณ

หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

จัดทำป้ายด้วยวัตถุถาวรขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า ๒๐ x ๗๐

เซนติเมตร และมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยสูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร ว่า “สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ”

หรือ “สถานที่ขายยาแผนโบราณ”

หรือ “สถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร”

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามประเภทของใบอนุญาตตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำบัญชีการผลิตและขายยาที่ผลิตแต่ละอย่างทุกครั้งที่ผลิตหรือขาย

โดยแสดงเลขที่หรืออักษรของครั้งที่ผลิต ชื่อและปริมาณยา

ตลอดจนวันเดือนปีที่ผลิตหรือขาย

(๒)

ถ้าจะผลิตยาแผนโบราณอย่างใหม่นอกจากที่ได้รับอนุญาตไว้

หรือจะผลิตยาเป็นตัวอย่างเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยา ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๒

ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๓)

ถ้าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการของยาแผนโบราณอย่างใดที่ได้รับอนุญาตไว้แล้ว

ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำบัญชีการนำหรือสั่งยาแผนโบราณและบัญชีการขายยาแผนโบราณแต่ละอย่างทุกครั้งที่นำหรือสั่งเข้าในราชอาณาจักรหรือขาย

โดยแสดงเลขที่หรืออักษรของครั้งที่ผลิต แหล่งผลิต ชื่อผู้ผลิต ชื่อและปริมาณยา

ตลอดจนวันเดือนปีที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร หรือขาย

(๒)

ถ้าจะนำหรือสั่งยาแผนโบราณอย่างใหม่เข้ามาในราชอาณาจักรนอกจากที่ได้รับอนุญาตไว้

หรือจะนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นตัวอย่างเพื่อขอขึ้นทะเบียนตำรับยา

ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

(๓) ถ้าจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการของยาแผนโบราณอย่างใดที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้แล้ว

ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณควบคุมการปฏิบัติตามข้อ

๔ (๒) หรือ (๓) และควบคุมบัญชีตามข้อ ๔ (๑) ให้เป็นไปโดยถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรควบคุมการปฏิบัติตามข้อ

๕ (๒) หรือ (๓) และควบคุมบัญชีตามข้อ ๕ (๑) ให้เป็นไปโดยถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตยาแผนโบราณ

การขายยาแผนโบราณ หรือการนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

จัดทำป้ายชื่อผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณด้วยวัตถุถาวรขนาดกว้างและยาวไม่น้อยกว่า

๑๐ x ๓๕ เซนติเมตร

และมีข้อความแสดงชื่อและสาขาของการประกอบโรคศิลปะ เป็นอักษรไทยขนาดสูงไม่น้อยกว่า

๒ เซนติเมตร และให้ติดป้ายชื่อนั้นในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ

สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ สถานที่ขายยาแผนโบราณ

หรือสถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ

ผู้รับอนุญาตขายยาแผนโบราณ หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุในอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๑ ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๒]

การอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ ใบอนุญาตขายยาแผนโบราณ

หรือใบอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบอนุญาตนั้น หรือจะออกใบอนุญาตตามแบบ ย.บ. ๓ ให้ใหม่ก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ

ผู้รับอนุญาตขายยาแผนโบราณ

หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรผู้ใดประสงค์จะขอใบแทนใบอนุญาต

ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๔ ท้ายกฎกระทรวงนี้ พร้อมด้วยรูปถ่ายขนาด ๓ x

๔ เซนติเมตร สองรูป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนโบราณ

ผู้รับอนุญาตขายยาแผนโบราณ

หรือผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรผู้ใดประสงค์จะย้ายสถานที่ผลิตยาแผนโบราณ

สถานที่ขายยาแผนโบราณ หรือสถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร

จากสถานที่ซึ่งระบุไว้ในใบอนุญาต ให้ยื่นคำขอตามแบบ ย.บ. ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้

พร้อมด้วยใบอนุญาตดังกล่าวตามประเภทใบอนุญาตของตน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การยื่นคำขอตามกฎกระทรวงนี้

ในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้ยื่น ณ กองควบคุมอาหารและยา

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในจังหวัดอื่น ให้ยื่น ณ ที่ทำการอนามัยจังหวัด

แห่งท้องที่ที่สถานที่ผลิตยาแผนโบราณหรือสถานที่ขายยาแผนโบราณ

หรือสถานที่นำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งอยู่

หรือที่ผู้รับอนุญาตมีภูมิลำเนาอยู่

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๓]

(ยกเลิก)

ให้ไว้

ณ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐

พระบำราศนราดูร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

คำขออนุญาตผลิตยาแผนโบราณ ขายยาแผนโบราณ

หรือนำหรือสั่งยาแผนโบราณเข้ามาในราชอาณาจักร (แบบ ย.บ. ๑)

๒.

ยาแผนโบราณแต่ละตำรับที่ขออนุญา (แบบ ย.บ. ๒)

๓.

แบบ ย.บ. ๓

๔.

คำขอใบแทนใบอนุญาต (แบบ ย.บ. ๔)

๕.

คำขอย้ายสถานที่ (แบบ ย.บ. ๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๕

มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๒ มาตรา ๖๘ มาตรา

๖๙ มาตรา ๗๐ และมาตรา ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ จึงออกกฎกระทรวง

ปริยานุช/พิมพ์

๒๓

กรกฎาคม ๒๕๕๑

นันท์นภัสร์/ตรวจ

สิงหาคม ๒๕๕๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๔/ตอนที่ ๑๒๓/ฉบับพิเศษหน้า ๒๔/๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๐

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

แกัไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวงฉบับที่ ๑๐ ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐

[๓] ข้อ ๑๔ ยกเลิกโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓

ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.๒๕๑๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2510) ออกตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 (Update ณ วันที่ 14/11/2522) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8445e528f17ffe90

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com