法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ และมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ผู้อุทธรณ์” หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการและได้ยื่นอุทธรณ์ตามระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาหรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือบุคคลใดที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การนับระยะเวลาใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ สำหรับเวลาเริ่มต้น ให้นับวันถัดจากวันแรกแห่งเวลานั้นเป็นวันเริ่มนับระยะเวลา ส่วนเวลาสิ้นสุด ถ้าวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มเปิดทำการใหม่เป็นวันสุดท้ายแห่งระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญาเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการ

การยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องระบุ

(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์

(๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

(๓) คำวินิจฉัยคณะอนุกรรมการอันเป็นเหตุให้อุทธรณ์

(๔) ข้อโต้แย้งว่าไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยคณะอนุกรรมการอย่างชัดเจน

(๕) ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิงประกอบ

(๖) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ผู้เขียนหรือพิมพ์อุทธรณ์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับอุทธรณ์

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นพร้อมอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่อาจยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมอุทธรณ์ได้ ผู้อุทธรณ์อาจยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันยื่นอุทธรณ์ โดยแจ้งถึงเหตุผลประกอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ให้ถือวันดังกล่าวเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ส่งหนังสืออุทธรณ์ทางไปรษณีย์ ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางออกใบรับฝากเป็นหลักฐานการฝากส่ง หรือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซองหนังสือเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว กรณีผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองหรือส่งอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับอุทธรณ์ หรือมีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐานและตรวจอุทธรณ์ในเบื้องต้น

ถ้าเห็นว่าอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์ ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้อุทธรณ์แก้ไขให้สมบูรณ์ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้อุทธรณ์ไม่แก้ไขอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้บันทึกรายละเอียดไว้และเสนอคณะกรรมการพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ อุทธรณ์ที่ได้รับไว้แล้ว ให้สำนักงานบันทึกการรับอุทธรณ์ไว้ในทะเบียนการรับอุทธรณ์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วแต่กรณี และให้สำนักงานมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุทธรณ์ และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามสำนวนอุทธรณ์ หากพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าพยานหลักฐานที่จะพิจารณายังไม่เพียงพอ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม โดยมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐาน หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณาอุทธรณ์ หรือลงพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว ให้วิเคราะห์และจัดทำรายงานพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อเลขานุการโดยเร็ว

เมื่อเลขานุการได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ทำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป

ในกรณีที่มีเหตุอันควร เลขานุการอาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้

การพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการพิจารณาอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการพิจารณาจากคำวินิจฉัยคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่สืบเสาะและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรืออาจให้เลขานุการจัดทำความเห็นแก้อุทธรณ์ หรือแสวงหาข้อเท็จจริงหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ขอแถลงการณ์ด้วยวาจา ให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการที่จะอนุญาตให้มีการแถลงการณ์ด้วยวาจาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ ชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลในการขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการจะมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ หรือให้ส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือข้อมูลหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นมาเพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้

กรณีผู้อุทธรณ์เป็นผู้ต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากผู้อุทธรณ์ไม่ให้ความร่วมมือโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ได้ทิ้งอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนอุทธรณ์เมื่อใดก็ได้ แต่ต้องก่อนที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และเมื่อถอนอุทธรณ์แล้ว ให้การพิจารณาอุทธรณ์นั้นเป็นอันระงับและให้คณะกรรมการจำหน่ายอุทธรณ์นั้นเสีย

การถอนอุทธรณ์ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการ ณ สำนักงาน หรือส่งหนังสือขอถอนอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การอุทธรณ์ในเรื่องใดหรือประเด็นใดที่ได้มีการทิ้งอุทธรณ์หรือถอนอุทธรณ์แล้วห้ามมิให้อุทธรณ์ซ้ำในเรื่องนั้นหรือประเด็นนั้นอีก

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการ เห็นว่าข้อเท็จจริงรวมทั้งพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอต่อการพิจารณาให้คณะกรรมการพิจารณามีคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(๑) วัน เดือน ปี ที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์

(๒) ข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ประกอบการวินิจฉัยอุทธรณ์

(๓) ข้อกฎหมายหรือเหตุผลในการวินิจฉัยอุทธรณ์

(๔) ผลการวินิจฉัยอุทธรณ์

(๕) ลายมือชื่อของประธานกรรมการหรือผู้ที่ประธานกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ให้เลขานุการแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น ให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการ ให้มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์

การอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ

การยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือและอย่างน้อยต้องระบุ

(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์

(๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

(๓) คำวินิจฉัยคณะกรรมการอันเป็นเหตุให้อุทธรณ์

(๔) ข้อโต้แย้งว่าไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยคณะกรรมการอย่างชัดเจน

(๕) ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิงประกอบ

(๖) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ผู้เขียนหรือพิมพ์อุทธรณ์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับอุทธรณ์

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นพร้อมอุทธรณ์

ทั้งนี้ ผู้อุทธรณ์อาจยื่นอุทธรณ์โดยใช้แบบตามที่ศาลกำหนดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ หรือศาลจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตหรือสำนักงาน

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองต่อเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานให้ถือวันดังกล่าวเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ส่งหนังสืออุทธรณ์ทางไปรษณีย์มายังสำนักงาน ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางออกใบรับฝากเป็นหลักฐานการฝากส่ง หรือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับที่ซองหนังสือเป็นวันที่ยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว กรณีผู้อุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองหรือส่งอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับอุทธรณ์ หรือมีหนังสือแจ้งผู้อุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และตรวจอุทธรณ์ในเบื้องต้นพร้อมทั้งให้บันทึกการรับอุทธรณ์ไว้ในทะเบียนการรับอุทธรณ์หรือในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วแต่กรณี

การส่งอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สำนักงานจัดส่งอุทธรณ์พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลอุทธรณ์โดยเร็ว

การรับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อได้รับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้เจ้าหน้าที่หรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในระบบคอมพิวเตอร์ และรายงานผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คณะกรรมการทราบหรือพิจารณา แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ต้องดำเนินการตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้คณะกรรมการพิจารณาดำเนินการตามคำพิพากษาต่อไป

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้สำนักงานรวบรวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รายงานผลและสถิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการทุกเดือน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙

กรรณิการ์ แสงทอง

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม

ในตำแหน่งประธานกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย

และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา

วริญา/ปริยานุช/จัดทำ

๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๘๖ ง/หน้า ๘/๙ ธันวาคม ๒๕๕๙

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_84cf0eb4a42ea76f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com