ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็น
สถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ห้ามมิให้ธนาคารพาณิชย์ซื้อหรือมีไว้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์
เว้นแต่เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ
หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์นั้น โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
เนื่องจากการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ถือเป็นการใช้เงินทุนที่ไม่ต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของการประกอบธุรกิจการ
ธนาคารพาณิชย์
อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงซึ่งมีผลกระทบต่อฐานะของธนาคารพาณิชย์อีกด้วย
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยผ่อนผันเวลาจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่เลิกใช้ประโยชน์ดังกล่าว
ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ อย่างไรก็ดี
ปรากฏว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ตามกำหนดและได้ขอผ่อนผันการจำหน่ายตามเหตุผลความจำเป็นดังนั้น
เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ที่ไม่สามารถจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่เลิกใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ตามกำหนด
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรออกประกาศฉบับนี้
เพื่อเป็นการปรับปรุงแนวทางการผ่อนผันการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ ตรี และมาตรา ๑๗
แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๒ (๔) (ก)
แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
๔.
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘
๔.๒
ประกาศนี้ใช้บังคับกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเดิมใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ
หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
แต่ปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว เนื่องจากการย้าย
ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสำนักงานสาขา
หรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สำหรับพนักงานและลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์
๔.๓ กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ย้าย
ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสำนักงานสาขา
หรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สำหรับพนักงานและลูกจ้าง ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗
ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยผ่อนผันเวลาการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวให้ถึงสิ้นปี
๒๕๔๙ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องกันเงินสำรองร้อยละ ๕๐
ของมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองภายในสิ้นปี ๒๕๔๙ นั้น
หากธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถจำหน่ายได้ตามกำหนดเวลา ธนาคารแห่งประเทศไทย
ผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไปอีก ๒ ปี
เฉพาะรายที่สามารถกันเงินสำรองสำหรับอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นในอัตราร้อยละ ๗๕
และร้อยละ ๑๐๐ ของมูลค่ายุติธรรม ภายในปี ๒๕๕๐ และ ปี ๒๕๕๑ ตามลำดับ แต่ทั้งนี้
การกันสำรองดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีสุทธิคงเหลือของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง
๔.๔ กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ย้าย
ระงับหรือยกเลิกการเปิด หรือปิดสำนักงานสาขา
หรือเลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สำหรับพนักงานและลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗
เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องจำหน่ายหรือยกเลิกการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ถือครองไว้ภายใน
๑ ปี นับแต่วันที่ย้ายไปเปิดดำเนินการ ณ สำนักงานสาขาแห่งใหม่
หรือสำนักงานสาขาถาวร วันที่แจ้งยกเลิกการเปิดสาขา
หรือวันที่ครบกำหนดระยะเวลาการเปิดสาขาตามที่ได้รับอนุญาต
วันที่ปิดดำเนินการสำนักงานสาขา
หรือวันที่เลิกใช้ประโยชน์ในสถานที่สำหรับพนักงานหรือลูกจ้าง แล้วแต่กรณี
เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ๑ ปีข้างต้น
หากธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถจำ หน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้
ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวต่อไปอีก
๔ ปี เฉพาะรายที่สามารถกันเงินสำรองสำหรับอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นในอัตราร้อยละ
๒๕ ร้อยละ ๕๐ ร้อยละ ๗๕ และร้อยละ ๑๐๐ ของมูลค่ายุติธรรม ภายในปีที่ ๑ ปีที่ ๒
ปีที่ ๓ และปีที่ ๔ ตามลำดับ แต่ทั้งนี้ การกันสำรองดังกล่าวต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีสุทธิคงเหลือของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครอง
๔.๕
เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตามข้อ ๔.๓ และข้อ ๔.๔ แล้ว หากธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้หมด
ธนาคารแห่งประเทศไทย จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับหรือดำเนินการอื่นใดตามกฎหมายต่อไป
๔.๖
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าวข้างต้น
รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือการยกเลิกการเช่า และข้อมูลการกันเงินสำรอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบได้เมื่อร้องขอ
๕.[๑]
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม
๒๕๕๐ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ธาริษา
วัฒนเกส
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
โสรศ/ผู้จัดทำ
๑๙
มกราคม ๒๕๕๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๒ ง/หน้า ๒๒/๘
มกราคม ๒๕๕๐