法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 12)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

(ฉบับที่ ๑๒)[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๖ และ ๒๐ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๓ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๓ ทวิ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เจ้าพนักงาน ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๙

(๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๘) ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐

(๓) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๙) ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ (๔) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ (๓) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดในแต่ละกรณี เมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ แล้ว

(๑) เพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศดังนี้

(ก) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งกิจการในต่างประเทศ หรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลในต่างประเทศและมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการที่ต่างประเทศดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งกิจการในต่างประเทศหรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลในต่างประเทศ โดยกิจการที่ต่างประเทศมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการของผู้ลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมด เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๒๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการในต่างประเทศตาม (ก) หรือ (ข) กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินล่าสุดเป็นบวก และไม่อยู่ในกลุ่มนิติบุคคลจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้ กิจการที่ต่างประเทศจะต้องไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ และสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

(๒) เพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศดังนี้

(ก) การส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่เป็นสำนักงานสาขา หรือตัวแทนที่อยู่นอกประเทศของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้เป็นหุ้นส่วนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของห้างนั้น บริษัทจำกัดในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้ถือหุ้นรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น และกิจการในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้มีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข) การส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่เป็นห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศ บริษัทจำกัดในต่างประเทศ และกิจการในต่างประเทศ ที่เป็นหุ้นส่วน ถือหุ้น หรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการของผู้ให้กู้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมด เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๒๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้ กิจการในเครือที่ต่างประเทศจะต้องไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศและสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

(๓) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔) เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕) เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๖) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๗) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์ในวงเงินไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

(๘) เพื่อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เพิ่มข้อความต่อไปนี้เป็น (๒๖) และ (๒๗) ในข้อ ๑๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“(๒๖) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยมีภาระผูกพัน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต และหนังสือรับรองยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ซื้อเพื่อฝากโดยมีภาระผูกพันรวมทุกสกุลและทุกบัญชี

(๒๗) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยไม่มีภาระผูกพัน ต้องเรียกหนังสือรับรองยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ซื้อเพื่อฝากโดยไม่มีภาระผูกพันรวมทุกสกุลและทุกบัญชี”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศเป็นจำนวนเกินกว่าวงเงินที่กำหนดตามข้อ ๑๔ (๑) และ (๒) รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือกิจการที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้แหล่งที่มาของเงินทุน และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้

(ข) งบการเงินล่าสุดของผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว

(ค) หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น (เฉพาะกรณีการส่งเงินไปลงทุน)

(ง) หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างผู้ลงทุนหรือให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้ และ

(จ) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๔ (๓) ถึง (๘) หรือเพื่อฝากตามข้อ ๒๓ แต่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

(ข) หลักฐานสำหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๓) การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ ๑๓ ทวิ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๔) การโอนเงินกรณีการทำสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงกับคู่สัญญาในต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของสัญญา

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของสัญญาและธุรกรรมที่รองรับการทำสัญญา และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๕) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีอื่นนอกจากข้อ ๑๕ และข้อ ๑๘ (๑) ถึง (๔) ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗และใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๓ บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ หรือเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๒) ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารแสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาตภายใน ๑๒ เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศนั้น และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศภายในกำหนดเวลาดังกล่าว โดยภาระผูกพันที่กล่าวให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ และยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ ทั้งนี้ เงินฝากเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นวันรวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องมียอดคงเหลือไม่เกินจำนวนที่กำหนดดังนี้

(ก) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ไม่เกิน ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกิน ๑๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(ข) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกิน ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(๓) ในกรณีที่ผู้ฝากไม่สามารถยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศจากบุคคลดังกล่าวได้ โดยต้องจัดให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะ และยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าว ณ สิ้นวัน รวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนดดังนี้

(ก) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกิน ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(ข) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(๔) ให้ผู้ฝากแต่ละรายฝากเงินสดได้ไม่เกินวันละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน (๒) (ก) (๓) (ก) และ (๔)”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๙ (๕) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“(๕) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือเพื่อชำระตาม (๑) หรือ (๒) ซึ่งธุรกิจในเครือมีภาระต้องชำระให้แก่บุคคลดังกล่าวภายใน ๑๒ เดือน นับแต่วันที่ฝากเข้าบัญชี”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๒ (๒) ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“(๒) เมื่อปรากฏว่าผู้ถอนขอแลกเปลี่ยนและฝากเงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต

ทั้งนี้ การฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๒๓”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น (๔) ในข้อ ๔๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“(๔) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๓”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เพิ่มความดังต่อไปนี้เป็น ข้อ ๔๗/๑ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“๔๗/๑ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดส่งประกาศหลักเกณฑ์การรับซื้อหรือรับฝากเงินตราต่างประเทศหรือดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ที่นิติบุคคลรับอนุญาตประกาศกำหนดให้ผู้รับเงินตราต่างประเทศทราบเป็นการทั่วไปตามข้อ ๙ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ให้แก่เจ้าพนักงานภายใน ๗ วัน นับจากวันประกาศกำหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ดังกล่าวทุกครั้ง”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

นิตยา พิบูลย์รัตนกิจ

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

วัชศักดิ์/จัดทำ

๑๑ กันยายน ๒๕๕๐

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๐๙ ง/หน้า ๒๖/๕ กันยายน ๒๕๕๐

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 12) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8523e29ee0cd2648

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com