ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 17 / 2558
เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ โดยกําหนดให้มีการประเมินความเหมาะสมของลูกค้าและเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้าในการทําธุรกรรมตามลักษณะความซับซ้อนของประเภทธุรกรรมอนุพันธ์และตามประเภทของลูกค้า เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันและมีแนวทางการดําเนินการที่สอดคล้องกันในเรื่องการดูแลลูกค้าที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์กับธนาคาร อันจะป้องกันไม่ให้ธนาคารพาณิชย์มีความเสี่ยงต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียง (Reputational risk) จากการทําธุรกรรมที่ไม่เหมาะสมกับลูกค้าหรือธุรกรรมที่ลูกค้าไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง อันอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อธนาคารพาณิชย์
ปัจจุบันตลาดอนุพันธ์ของไทยมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านของปริมาณการทําธุรกรรมและความหลากหลายของธุรกรรมใหม่ที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ลงทุนหรือผู้เล่นในตลาดมีความคุ้นเคย รวมถึงมีความรู้และความเข้าใจในธุรกรรมอนุพันธ์มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ประเภทนิติบุคคลซึ่งมีบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการบริหารความเสี่ยงในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของตลาด รวมถึงระดับความรู้ ความชํานาญและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของลูกค้ามากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้การนําเสนอธุรกรรมอนุพันธ์ของธนาคารพาณิชย์มีประสิทธิภาพ (Efficiency) และดูแลให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการอย่างเป็นธรรมต่อลูกค้า (Fairness) โดยธนาคารพาณิชย์อาจไม่ประเมินความเหมาะสมของลูกค้าประเภทผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ประเภทนิติบุคคลได้ หากลูกค้าดังกล่าวได้ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรโดยบุคคลผู้มีอํานาจในการขอไม่รับการประเมินความเหมาะสมในการเข้าทําธุรกรรมอนุพันธ์ต่อธนาคารพาณิชย์ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้แล้ว (Opt out) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าถึงธุรกรรมอนุพันธ์ของลูกค้า
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดกรอบและหลักเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ตามประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ยกเลิก/แก้ไข
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 79/2551 เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"ธุรกรรมอนุพันธ์" หมายความว่า ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit derivatives) และธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured products)
"ลูกค้า" หมายความว่า ผู้ที่ประสงค์จะทําธุรกรรมอนุพันธ์กับธนาคารพาณิชย์หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์กับธนาคารพาณิชย์
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
"คณะกรรมการธนาคาร" หมายความว่า คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ หรือคณะผู้บริหารที่มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
"ผู้ลงทุนสถาบัน" และ "ผู้ลงทุนรายใหญ่" หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ ตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
"ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" หมายความว่า ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ตามคําจํากัดความที่กําหนดไว้ในมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทตามหนังสือเวียนว่าด้วยขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท
"ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายความว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามคําจํากัดความที่กําหนดข้างต้น
5.2 หลักการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดกรอบและหลักเกณฑ์ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ โดยครอบคลุมทั้งในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้เสนอซื้อผู้เสนอขาย หรือผู้ให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์แก่ลูกค้า ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องให้บริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีจรรยาบรรณ และใช้ความระมัดระวังอย่างผู้มีวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการประเมินระดับความรู้ความชํานาญ และระดับความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่เหมาะสมของลูกค้าก่อนนําเสนอธุรกรรม นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องแสดงข้อมูลที่ถูกต้องแก่ลูกค้า ซึ่งรวมถึงข้อมูลการคิดค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต้องเป็นไปอย่างยุติธรรม สุจริต ไม่บิดเบือนและมีรายละเอียดเพียงพอที่ลูกค้าจะสามารถทําความเข้าใจได้ รวมถึงต้องมีกระบวนการในการดูแลลูกค้าและระบบการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม และธนาคารพาณิชย์ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจในธุรกรรมอนุพันธ์เป็นอย่างดีด้วย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ําตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ ซึ่งสรุปโครงสร้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ได้ตามแผนภาพในเอกสารแนบท้ายประกาศ
5.3 ข้อกําหนดทั่วไปเกี่ยวกับการเสนอและให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์กับลูกค้า
5.3.1 คณะกรรมการธนาคารและผู้บริหารระดับสูงต้องให้ความสําคัญกับการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ โดยคณะกรรมการธนาคารต้องกําหนดนโยบายการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์และต้องดูแลให้ผู้บริหารระดับสูงกําหนดขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลลูกค้าของธนาคารพาณิชย์เป็นลายลักษณ์อักษรให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะกรรมการธนาคารได้อนุมัติไว้ โดยขั้นตอนดังกล่าวต้องครอบคลุมทั้งการประเมินความเหมาะสมของลูกค้า การเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้า การรับข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า ระบบการควบคุมภายใน และความพร้อมของบุคลากร ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การดูแลลูกค้าอย่างถูกต้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้
5.3.2 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีทรัพยากรที่สามารถรองรับการเสนอบริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงในธุรกรรมอนุพันธ์และสามารถใช้เทคโนโลยีทางการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องใช้ความรู้ความสามารถของทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อประโยชน์ของลูกค้าอย่างเต็มที่
5.3.3 ธนาคารพาณิชย์ต้องรักษาความลับของลูกค้า โดยไม่เปิดเผยข้อมูลของลูกค้าให้กับบุคคลอื่น ยกเว้นเป็นการเปิดเผยข้อมูลตามกรณีต่อไปนี้
(1) การเปิดเผยข้อมูลให้หน่วยงานผู้กํากับดูแลหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายบัญญัติไว้
(2) การเปิดเผยข้อมูลตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม หรือ
(3) การเปิดเผยข้อมูลที่ลูกค้าให้ความยินยอมที่จะให้ธนาคารพาณิชย์เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น
5.3.4 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีระบบงานและกระบวนการเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องการทําธุรกรรมอนุพันธ์กับลูกค้า
5.3.5 ธนาคารพาณิชย์ต้องถือปฏิบัติตามแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกํากับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสถาบันการเงิน (Compliance)
5.3.6 ธนาคารพาณิชย์ต้องมีแนวทางป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการเสื่อมเสียชื่อเสียง (Reputational risk) อันอาจเกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ และมาตรการที่จะแก้ไขปัญหา
5.3.7 การทําธุรกรรมอนุพันธ์ของสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาดังกล่าวทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ตามประกาศฉบับนี้
5.4 การประเมินความเหมาะสมของลูกค้า (Client suitability assessment)
5.4.1 หลักการ
ก่อนที่ธนาคารพาณิชย์จะเสนอหรือให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ให้กับลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเพื่อให้ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า (Know your client - KYC) และนําข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ประกอบการประเมินความเหมาะสมของลูกค้า ซึ่งจะทําให้ธนาคารพาณิชย์สามารถเสนอธุรกรรมอนุพันธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรมของลูกค้า และเหมาะสมกับระดับความรู้ความชํานาญรวมถึงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของลูกค้า
5.4.2 นอกเหนือจากการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-money laundering and combating the financing of terrorism: AML/CFT) แล้วในการทําธุรกรรมอนุพันธ์กับลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ต้องประเมินความเหมาะสมของลูกค้าเพิ่มเติมโดยมีมาตร์ฐานขั้นต่ําดังนี้
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1.1) ลักษณะและสถานะของการประกอบธุรกิจ ตําแหน่งหรืออาชีพของลูกค้า
(1.2) วัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ของลูกค้า เช่น เพื่อป้องกันความเสี่ยงเพื่อการลงทุน หรือ เพื่อลดต้นทุน
(1.3) ระดับความเสี่ยงที่ลูกค้าต้องการในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ และระดับความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้
(1.4) ฐานะการดําเนินงานและฐานะการเงินของลูกค้า โดยธนาคารพาณิชย์ต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการประเมินความสามารถในการรองรับความเสี่ยงของลูกค้า
(1.5) การลงทุนของลูกค้าทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมอนุพันธ์ของลูกค้า ซึ่งนอกเหนือจากการประเมินประสบการณ์การลงทุนของลูกค้าแล้ว ธนาคารพาณิชย์ควรมีการประเมินความสามารถของลูกค้าในการทําความเข้าใจในธุรกรรมอนุพันธ์และธุรกรรมอนุพันธ์ที่ธนาคารพาณิชย์จะนําเสนอแก่ลูกค้า เช่น การใช้แบบสอบถามทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกค้าเป็นนิติบุคคลให้พิจารณาจากผู้มีอํานาจในการตัดสินใจทําธุรกรรม ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นระดับผู้รับผิดชอบสูงสุดในด้านการเงินของนิติบุคคลนั้น หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มีอํานาจลงนามในการทําธุรกรรม
(1.6) ข้อมูลอื่น ๆ ที่ควรทราบ เช่น ภาระการค้ําประกัน
(2) ธนาคารพาณิชย์ต้องมีการวิเคราะห์ความเหมาะสมของลูกค้า (Client suitability analysis) ดังนี้
(2.1) ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกระบวนการวิเคราะห์ความเหมาะสมของลูกค้าในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ โดยจะต้องนําข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าตามข้อ 5.4.2 (1) มาวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนเพื่อเลือกสรรธุรกรรมอนุพันธ์ที่จะนําเสนอหรือให้บริการได้อย่างเหมาะสมกับข้อมูลของลูกค้า (Client's profile) เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้ามีความรู้ความชํานาญเพียงพอที่จะเข้าใจลักษณะของธุรกรรมอนุพันธ์และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยลูกค้าต้องเป็นผู้ตัดสินใจเลือกทําธุรกรรมอนุพันธ์เอง
(2.2) ธนาคารพาณิชย์ต้องบันทึกข้อมูลการวิเคราะห์ความเหมาะสมของลูกค้า ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ที่เสนอหรือให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมด้วยเหตุผลประกอบการทําธุรกรรมดังกล่าว โดยต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถเสนอบริการหรือธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีความเหมาะสมกับลูกค้าได้ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบทันที
(2.3) กรณีที่ลูกค้าให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่เพียงพอสําหรับการวิเคราะห์ความเหมาะสมของลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ควรติดตามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอในการวิเคราะห์ หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าการนําเสนอบริการหรือธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ธนาคารพาณิชย์ได้ประเมินบนพื้นฐานข้อมูลของลูกค้าที่ให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งเป็นข้อจํากัดในการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ
(2.4) ธนาคารพาณิชย์ต้องมีหลักฐานแสดงถึงการทบทวนความเหมาะสมของลูกค้าอย่างสม่ําเสมอเป็นประจําทุกปีหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของลูกค้าที่อาจกระทบกับการประเมินความเหมาะสมของลูกค้า เว้นแต่ในกรณีภายหลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทําการประเมินความเหมาะสมของลูกค้าในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ครั้งแรกแล้วและต่อมาลูกค้ารายเดิมยังคงมีความประสงค์จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีลักษณะและความเสี่ยงเช่นเดิม โดยข้อมูลของลูกค้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ธนาคารพาณิชย์อาจไม่ประเมินความเหมาะสมของลูกค้าตามข้อ 5.4.2 ได้
5.4.3 ในกรณีการทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ธนาคารพาณิชย์อาจใช้ดุลยพินิจในการกําหนดการประเมินความเหมาะสมของลูกค้าได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ําในข้อ 5.4.2 แต่จะต้องสอดคล้องกับหลักการตามข้อ 5.4.1
(1) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐานประเภท Forwards Futures และ Swaps ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงคําจํากัดความของธุรกรรมดังกล่าวตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด(Market derivatives) หรือ
(2) ลูกค้าที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานทางการ ดังต่อไปนี้
(2.1) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
(2.2) บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และกองทุนภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เช่น กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนรวม
(2.3) บริษัทประกันภัยภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(2.4) นิติบุคคลต่างประเทศภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานทางการในต่างประเทศ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินประเภทอื่น และกองทุนรวม
5.4.4 ธนาคารพาณิชย์อาจไม่ประเมินความเหมาะสมของลูกค้าประเภทผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ประเภทนิติบุคคลได้ หากลูกค้าดังกล่าวได้ลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผู้มีอํานาจของลูกค้าประเภทผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ประเภทนิติบุคคลในการขอไม่รับการประเมินความเหมาะสมในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ตามข้อ 5.4ต่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์แล้ว (Opt out) ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเก็บเอกสารแสดงเจตนาของลูกค้าดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.5 การเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้า (Disclosure)
5.5.1 หลักการ
ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ที่ถูกต้องครบถ้วน และเพียงพอแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูลตามหลักการ ดังนี้
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทําข้อมูลในรูปแบบที่อธิบายลักษณะธุรกรรมอนุพันธ์และการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ประโยชน์ ความเสี่ยง ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และสภาวะตลาดในปัจจุบัน รวมทั้งต้องกล่าวถึงข้อมูลสําคัญในส่วนต่าง ๆ ของสัญญาหรือเอกสารข้อมูลอื่นที่ลูกค้าต้องศึกษาโดยละเอียดด้วย
(2) ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงต่อความเป็นจริง และเป็นปัจจุบัน รวมถึงไม่บิดเบือนเพื่อจูงใจให้ลูกค้าทําธุรกรรมอนุพันธ์กับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งข้อมูลที่นําเสนอต้องแสดงความชัดเจนทั้งในด้านที่ลูกค้าได้ประโยชน์และด้านที่ลูกค้าเสียประโยชน์ โดยไม่เน้นเฉพาะจุดที่ลูกค้าได้รับประโยชน์แต่มีความไม่ชัดเจนในส่วนที่ลูกค้าอาจเสียประโยชน์ในสภาวะที่ตลาดไม่เอื้ออํานวย
(3) ธนาคารพาณิชย์ต้องมีรูปแบบการนําเสนอข้อมูลที่ตรงประเด็นไม่ซับซ้อน ใช้ภาษาที่ง่าย ไม่กํากวม ซึ่งลูกค้าสามารถทําความเข้าใจได้ โดยไม่ทําให้ลูกค้าเข้าใจผิดในสาระสําคัญของธุรกรรมอนุพันธ์ และหากจําเป็นต้องใช้คําศัพท์เฉพาะ (Jargon หรือ Technical term) ควรมีการอธิบายความหมายให้ลูกค้าทราบอย่างชัดเจน
(4) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้ลูกค้าได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องและทันต่อเวลา ทั้งก่อนและระหว่างการทําธุรกรรมจนกว่าธุรกรรมอนุพันธ์นั้นจะครบกําหนด โดยไม่เลือกปฏิบัติ
(5) ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ความช่วยเหลือลูกค้าในการทําความเข้าใจในลักษณะของธุรกรรมอนุพันธ์ที่ธนาคารพาณิชย์เสนอหรือให้บริการ โดยต้องเปิดโอกาสให้ลูกค้าสอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ และต้องอํานวยความสะดวกในเรื่องข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างละเอียดก่อนที่จะมีการตกลงทําธุรกรรมอนุพันธ์ รวมทั้งจะต้องแนะนําให้ลูกค้าศึกษารายละเอียดข้อมูลที่สําคัญที่ธนาคารพาณิชย์ได้จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจนอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าได้ดําเนินการเปิดเผยข้อมูลตามที่ประกาศฉบับนี้กําหนดแล้ว
5.5.2 ในการเสนอหรือให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์กับลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้า โดยมีมาตรฐานขั้นต่ําดังนี้
(1) ข้อมูลขั้นต่ําที่ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผย
(1.1) ข้อมูลทั่วไป
(1.1.1) ข้อมูลทั่วไปของธนาคารพาณิชย์ เช่น ชื่อที่อยู่สถานที่ตั้งของสํานักงาน หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ ช่วงเวลาที่ลูกค้าสามารถติดต่อได้สะดวก และช่องทางหรือวิธีการส่งข้อร้องเรียน
(1.1.2) ประเภทของบริการ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ที่ธนาคารพาณิชย์ให้บริการ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ลูกค้าในการพิจารณาทําธุรกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการหรือวัตถุประสงค์ของลูกค้าเอง ซึ่งอาจแบ่งแยกบริการหรือผลิตภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ลักษณะของการทําธุรกรรม หรือประเภทตัวแปรอ้างอิงตามความเหมาะสม โดยไม่จําเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดรายธุรกรรม
(1.2) ข้อมูลธุรกรรมอนุพันธ์
ธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ที่นําเสนอหรือให้บริการแก่ลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร เน้นถึงความเสี่ยงและขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในการทําธุรกรรม โดยธนาคารพาณิชย์ต้องเปิดเผยให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1.2.1) ประเภท ลักษณะ และโครงสร้างของธุรกรรมอนุพันธ์สินทรัพย์ทางการเงินหรือตัวแปรที่ใช้อ้างอิง รวมถึงเหตุผลในการนําเสนอธุรกรรมอนุพันธ์นั้นและความเหมาะสมกับข้อมูลของลูกค้า (Client's profile) กรณีที่เป็นธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนธนาคารพาณิชย์อาจพิจารณาใช้องค์ประกอบย่อยของธุรกรรมอนุพันธ์ในการอธิบาย เพื่อความชัดเจนและง่ายแก่การทําความเข้าใจ และต้องอธิบายองค์ประกอบย่อยของธุรกรรมอนุพันธ์เมื่อลูกค้ามีการร้องขอ
(1.2.2) ประโยชน์หรือผลตอบแทน กําไรหรือขาดทุน ที่ลูกค้าจะได้รับจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ รายละเอียดวิธีการคํานวณกําไร ขาดทุน หรือผลตอบแทนดังกล่าว
(1.2.3) ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ปัจจัยต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง ทั้งในส่วนที่ลูกค้าต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงนั้น หรือในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้รับความเสี่ยงมาจากลูกค้า ซึ่งอาจรวมถึงกรณีที่มีการหักกลบความเสี่ยงที่เกิดจากองค์ประกอบย่อยของธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อน โดยจะต้องแสดงการวิเคราะห์ความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในสภาวะที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ระยะเวลาที่ลูกค้าต้องรับภาระความเสี่ยงในความเสียหายที่เกิดจากธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ๆ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งต้องครอบคลุมถึงกรณีสถานการณ์วิกฤต (Stress scenarios) และกรณีสถานการณ์ที่ลูกค้าอาจได้รับความเสียหายสูงสุดด้วยตลอดจนสภาพคล่องของธุรกรรมอนุพันธ์ที่นําเสนอหรือให้บริการ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องให้ความร่วมมือกับลูกค้าในกรณีที่ลูกค้ามีข้อซักถาม โดยลูกค้าต้องได้รับคําอธิบายอย่างชัดเจนตรงต่อความเป็นจริงด้วยความรวดเร็วก่อนการตัดสินใจทําธุรกรรมของลูกค้า
(1.2.4) ข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สภาวะตลาด และปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมอนุพันธ์
(1.2.5) ราคา จํานวนเงิน หลักทรัพย์ หรือหลักประกันที่ใช้ในการทําธุรกรรม ทั้งที่ลูกค้าต้องชําระหรือส่งมอบ และที่ลูกค้าจะได้รับชําระหรือรับมอบ รวมถึงค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบโดยละเอียดถึงกําหนดเวลาที่ลูกค้าจะต้องจ่ายชําระหรือได้รับชําระ
(1.2.6) ธนาคารพาณิชย์ต้องแยกข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เป็นความเห็นของธนาคารพาณิชย์ออกจากกันอย่างชัดเจน และในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีการให้หรือแสดงข้อมูลแก่ลูกค้าเกี่ยวกับการคาดการณ์ผลตอบแทนของการทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่ลูกค้าอาจได้รับในอนาคต หรือข้อมูลผลตอบแทนของธุรกรรมอนุพันธ์ในอดีต หรือข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่ทําให้ลูกค้าเข้าใจผิดว่าข้อมูลที่ธนาคารพาณิชย์ให้หรือแสดงนั้นเป็นผลตอบแทนของการทําธุรกรรมนุพันธ์ที่ลูกค้าจะได้รับในอนาคต
(1.2.7) ข้อมูลอื่น ๆ ที่สําคัญต่อการตัดสินใจของลูกค้า เช่น
- ระยะเวลา ขั้นตอนหรือกระบวนการในการทําธุรกรรมอนุพันธ์โดยละเอียด รวมถึงเอกสารหรือหลักฐานที่ลูกค้าต้องใช้ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์
- ภาระผูกพันและสิทธิระหว่างลูกค้ากับธนาคารพาณิชย์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ผลของการใช้สิทธิและไม่ใช้สิทธิทั้งของลูกค้าและธนาคารพาณิชย์ รวมถึงระยะเวลาและอายุการใช้สิทธิ หรือระยะเวลาและอายุของภาระผูกพันที่เกิดขึ้น
- ข้อมูล เอกสาร หลักฐาน และรายงานต่าง ๆ ที่ลูกค้าจะได้รับ รวมทั้งกําหนดเวลาและความถี่ที่จะได้รับ
- การถอนตัวจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์หรือการยกเลิกสัญญา รวมทั้งผลที่เกิดขึ้นจากการถอนตัวหรือการยกเลิกสัญญา
- คําเตือนและข้อจํากัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์
(2) รูปแบบการเปิดเผยข้อมูล
(2.1) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทําเอกสารสรุปข้อมูลสําคัญ (Quick guide) ซึ่งเป็นเอกสารแสดงถึงข้อมูลที่สําคัญและจําเป็น เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเอกสารดังกล่าวต้องมีลักษณะที่แสดงข้อมูลที่สําคัญตรงประเด็น อ่านง่ายและระบุแหล่งข้อมูลในแต่ละเรื่องในเอกสารข้อมูลทั้งหมดที่ลูกค้าจะศึกษาเพิ่มเติมได้
(2.2) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทําเอกสารข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมอนุพันธ์และข้อมูลอื่นที่ลูกค้าควรทราบ
5.5.3 ในกรณีการทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ธนาคารพาณิชย์อาจใช้ดุลยพินิจในการกําหนดการเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้าได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ําในข้อ 5.5.2 แต่จะต้องสอดคล้องกับหลักการตามข้อ 5.5.1
(1) ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาดขั้นพื้นฐานประเภท Forwards Futures และ Swaps ทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงคําจํากัดความของธุรกรรมดังกล่าวตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านตลาด (Market derivatives) หรือ
(2) ลูกค้าเป็นธนาคารพาณิชย์นอกจากนี้ หากธนาคารพาณิชย์ได้ทําการเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้าในการทําธุรกรรมครั้งแรกแล้ว และต่อมาลูกค้ารายเดิมยังคงมีความประสงค์จะทําธุรกรรมที่มีลักษณะและความเสี่ยงเช่นเดิม ธนาคารพาณิชย์สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเก็บเอกสารดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.6 การรับข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า
5.6.1 หลักการ
ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกระบวนการเพื่อรับข้อร้องเรียนจากลูกค้า รวมถึงกระบวนการแก้ไขและติดตามผลในการดําเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับลูกค้าในการร้องเรียนเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมอนุพันธ์กับธนาคารพาณิชย์ โดยกระบวนการดังกล่าวต้องมีความชัดเจน รวดเร็ว และยุติธรรม
5.6.2 กระบวนการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของลูกค้า
(1) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีหน่วยงานรับข้อร้องเรียนที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่เสนอหรือให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์เพื่อทําหน้าที่รับข้อร้องเรียนจากลูกค้า ตรวจสอบ สืบหาข้อเท็จจริง จัดการ แจ้งผล ติดตามผล และรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงหรือคณะกรรมการธนาคารตามขั้นตอนการปฏิบัติงานของธนาคารพาณิชย์ โดยหน่วยงานดังกล่าวจะต้องสามารถรองรับการติดต่อจากลูกค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และควรมีการบันทึกข้อร้องเรียนที่ได้รับจากลูกค้า
(2) เมื่อหน่วยงานตามข้อ 5.6.2 (1) ได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าให้ดําเนินการสืบหาข้อเท็จจริงและหาหลักฐานที่เพียงพอ เพื่อสรุปผลและหาแนวทางแก้ไข โดยจะต้องบันทึกกระบวนการดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและมีข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(2.1) สรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อร้องเรียน
(2.2) ผลการสัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบการทําธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวทั้งในด้านของธนาคารและลูกค้า รวมถึงหลักฐานเกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ที่ถูกร้องเรียนและการปฏิบัติตามขั้นตอนในการทําธุรกรรม
(2.3) การประเมินผลการพิจารณาและข้อเสนอแนะ
(2.4) การดําเนินการจัดการข้อร้องเรียน ซึ่งอาจต้องมีการเสนอผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาแนวทางจัดการ ตามลําดับขั้นของความรุนแรงตามที่กําหนดไว้ในขั้นตอนการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์
(3) ธนาคารพาณิชย์ต้องกําหนดระยะเวลาในการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียน รวมทั้งมีการแจ้งผลการติดตามหรือการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวให้ลูกค้าทราบ โดยระยะเวลาและการติดตามผลนั้นต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่เป็นการถ่วงเวลาเพื่อรอให้ภาวะตลาดเปลี่ยนไปในแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธนาคารพาณิชย์
(4) ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีการรายงานข้อร้องเรียนและผลการดําเนินการจัดการข้อร้องเรียนให้ผู้บริหารระดับสูงหรือคณะกรรมการธนาคารตามขั้นตอนการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์เป็นระยะ ( เพื่อพิจารณาปัญหาและข้อบกพร่องในการดําเนินงานและพิจารณาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคต
5.6.3 การดําเนินการเมื่อมีความเสียหายกับลูกค้า
(1) เมื่อเกิดความเสียหายต่อผลตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ในการทําธุรกรรมของลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถชี้แจงเหตุการณ์ ข้อเท็จจริง และเหตุผลต่อลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
(2) ในกรณีที่ลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์และเรียกร้องต่อธนาคารพาณิชย์ว่าไม่ได้รับการชี้แจงที่ถูกต้องก่อนการทําธุรกรรม ธนาคารพาณิชย์ต้องมีเอกสารและหลักฐานอย่างชัดเจนว่ากระบวนการเปิดเผยข้อมูลในการเสนอหรือให้บริการผลิตภัณฑ์ได้เป็นไปอย่างถูกต้อง และธนาคารพาณิชย์ได้กระทําการอย่างเต็มความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการชี้แจงให้เกิดความเข้าใจแก่ลูกค้าในลักษณะและความเสี่ยงของธุรกรรมอนุพันธ์แล้ว
(3) ในกรณีที่ลูกค้าได้รับความเสียหายอันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องหรือไม่รัดกุมเพียงพอของธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารพาณิชย์มีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ต้องพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและอาจพิจารณาแนวทางในการชดเชยความเสียหายแก่ลูกค้าตามความเหมาะสม
5.7 ระบบการควบคุมภายใน (Internal control)
5.7.1 หลักการ
ธนาคารพาณิชย์ต้องมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าธนาคารพาณิชย์และบุคลากรของธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติที่เกี่ยวกับการดูแลลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การดูแลลูกค้าอย่างถูกต้องตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
5.7.2 แผนงานและมาตรฐานการดําเนินงาน
ธนาคารพาณิชย์ต้องกําหนดแผนงานและมาตรฐานการดําเนินงานในเรื่องระบบการควบคุมภายในดังนี้
(1) กําหนดโครงสร้างการบังคับบัญชาให้มีการควบคุมภายในและตรวจสอบการดําเนินงานได้อย่างเหมาะสมและเป็นอิสระ
(2) กําหนดขั้นตอนปฏิบัติในการควบคุมภายในและตรวจสอบ ซึ่งรวมถึงการควบคุมและตรวจสอบการถือปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลลูกค้าของบุคลากรด้วย ทั้งนี้ การดําเนินการควบคุมและตรวจสอบดังกล่าวต้องมีขั้นตอนที่กําหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การสุ่มตรวจสอบการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์เป็นประจํา
(3) กําหนดบทลงโทษบุคลากรผู้รับผิดชอบ กรณีเกิดความผิดพลาด หรือกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติเกี่ยวกับการดูแลลูกค้าตามที่ธนาคารพาณิชย์กําหนด
(4) กําหนดการรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารและคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้บริหารระดับสูง เกี่ยวกับการดําเนินการตามนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติในการดูแลลูกค้า รวมถึงการดําเนินการในข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.7.3 การเก็บเอกสารและหลักฐาน
ธนาคารพาณิชย์ต้องมีกระบวนการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องการวิเคราะห์ความเหมาะสมของลูกค้า การเปิดเผยข้อมูลต่อลูกค้า การเสนอธุรกรรมอนุพันธ์ การทําธุรกรรมอนุพันธ์ รวมถึงการรับข้อร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้า โดยข้อมูลดังกล่าวต้องอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งานเมื่อมีการตรวจสอบทั้งจากภายในและภายนอกธนาคาร
5.8 ความพร้อมของบุคลากร
5.8.1 หลักการ
เพื่อให้การเสนอหรือให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์แก่ลูกค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีในธุรกรรมอนุพันธ์ที่เสนอหรือให้บริการแก่ลูกค้า มีความเชี่ยวชาญในธุรกรรมอนุพันธ์ ธุรกรรมทางการเงินที่ทันสมัยและสามารถใช้เทคโนโลยีทางการเงินได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมีจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน
5.8.2 กระบวนการในการสรรหาและการฝึกอบรมบุคลากร
เพื่อให้บุคลากรที่ทําหน้าที่เสนอหรือให้บริการธุรกรรมอนุพันธ์แก่ลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์และผลิตภัณฑ์ทางการเงินดังกล่าวอย่างดี สามารถถ่ายทอดความรู้ อธิบายลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องชัดเจน และถือปฏิบัติตามขั้นตอนที่ธนาคารพาณิชย์กําหนด โดยมีการกําหนดโครงสร้างและจัดแบ่งจํานวนบุคลากรภายใต้การบังคับบัญชาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสามารถควบคุมดูแลการปฏิบัติงานได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ธนาคารพาณิชย์จึงต้องมี
(1) กระบวนการในการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความชํานาญที่เหมาะสมกับงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านธุรกรรมอนุพันธ์ รวมทั้งมีความซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณที่ดี
(2) การฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรอย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมทางการเงินและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสามารถนําเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ลูกค้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกําหนดแผนการพัฒนาบุคลากร โดยสถาบันการเงินอาจพิจารณากําหนดเป็นกฎระเบียบภายใน เช่น กําหนดให้บุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมไม่ต่ํากว่า 15 ชั่วโมงต่อปี ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน้าที่ความรับผิดชอบ
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2558
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย