ข้อ ๘
ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร
ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับการทำธุรกรรม
ดังนี้
(๑) คณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง
(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมที่กล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี
และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด
และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว
(๒) ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์
ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร
หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) หรือคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว
(๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ
(Risk management unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน
ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแล การบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น
และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
หน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้
โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอ
(๔) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร
โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ
(๕) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงโดยรวมที่มีประสิทธิภาพ
สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม ทั้งนี้
ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest rate risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน (Equity price risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม
Options ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit risk) โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงโดยรวมและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน
ถูกต้อง และแม่นยำและมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติมีการกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark
to Market) ที่เหมาะสม
ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง
ณ ทุกสิ้นวันทำการ มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits) ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม
ลักษณะการดำเนินงานและฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น
มีการทดสอบประสิทธิภาพความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
เช่น มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง Value
at Risk อย่างสม่ำเสมอ
(๖) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพียงพอ เหมาะสม มีระเบียบ
และวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร
มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างเหมาะสม มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในและการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ
รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่
(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้