法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่าย ผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่าย

ผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิและมาตรา ๑๓ จัตวา

แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรทั้งในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม

และผู้ฝากเงินหรือผู้ให้กู้ยืมโดยมีขอบเขตการทำธุรกรรม และข้อกำหนดดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม

ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้ภายในขอบเขตดังต่อไปนี้

(๑) กรณีธุรกรรมที่ทำกับลูกค้าประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบยกเว้นธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศให้ทำเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น

(๒) กรณีธุรกรรมที่ทำกับธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ

ให้ทำเป็นสกุลเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศก็ได้

(๓) กรณีธุรกรรมที่ทำกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ให้ทำเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรตามข้อ ๑ (๑) และ (๒) ต้องมีจำนวนเงินขั้นต่ำ

๑๐ ล้านบาทหรือเทียบเท่าอายุไม่ต่ำกว่า ๓ เดือน และจะต้องมีการชำระคืนเงินต้นเต็มจำนวนให้แก่ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้

อย่างไรก็ดี

ในกรณีที่ลูกค้าต้องการถอนเงินฝากหรือเรียกคืนเงินให้กู้ยืมก่อนครบกำหนดสัญญา

ธนาคารพาณิชย์อาจคิดค่าปรับจากผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้ได้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญา

โดยธนาคารพาณิชย์ต้องมีการชี้แจงให้ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้รับทราบเงื่อนไขดังกล่าวอย่างชัดเจนก่อนตกลงทำสัญญา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรนั้น

ตัวแปรที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงสำหรับการคำนวณและจ่ายผลตอบแทนได้แก่

ดัชนีราคาหลักทรัพย์ในประเทศ กลุ่มของหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

และอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงภายในประเทศ เท่านั้น

เว้นแต่กรณีการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรระหว่างธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศด้วยกันและการทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่ผู้รับฝากเงินเป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตัวแปรที่นำมาใช้อ้างอิงอาจเป็นดัชนีราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศ

กลุ่มหุ้นในต่างประเทศอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในต่างประเทศ

และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรในฐานะที่เป็นผู้รับฝากเงินหรือผู้กู้ยืม

กับลูกค้าประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบเท่านั้น

และจะต้องมีการชี้แจงให้ผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้เข้าใจเกี่ยวกับลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนพร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าผู้ฝากเงินหรือเจ้าหนี้มีความเข้าใจความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจงวิธีการคำนวณและวิธีการจ่ายชำระผลตอบแทนให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การทำธุรกรรมดังกล่าวหากมีการออกบัตรเงินฝากหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้

จะต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ

ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในกลุ่มลูกค้าประเภทสถาบันตามที่ระบุไว้ในเอกสารแนบ

ธนาคารพาณิชย์อาจไม่กำหนดเงื่อนไขการห้ามเปลี่ยนมือดังกล่าวก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ธนาคารพาณิชย์สามารถทำการป้องกันความเสี่ยงสำหรับธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรได้

ทั้งกับคู่ค้าภายในประเทศและภายนอกประเทศ

แต่จะทำการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศซึ่งมีผลทำให้เกิดการปล่อยสภาพคล่องที่เป็นเงินบาทให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไม่ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ธนาคารพาณิชย์ที่จะทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

ต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมสอดคล้องกับการทำธุรกรรม

ดังนี้

(๑) คณะกรรมการธนาคาร หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) จะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

โดยคณะกรรมการย่อยและผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าวจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมที่กล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลทำธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายที่ได้รับความเห็นชอบอย่างใกล้ชิด

และให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทำธุรกรรมดังกล่าว

(๒) ธนาคารพาณิชย์จะต้องกำหนดนโยบาย กลยุทธ์

ขั้นตอนการปฏิบัติในการประกอบธุรกรรม การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

และการควบคุมภายในไว้อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร

โดยนโยบายดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการธนาคาร

หรือคณะผู้บริหารที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง (ในกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) หรือคณะกรรมการย่อยที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในการประกอบธุรกรรมดังกล่าว

(๓) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระ

(Risk management unit) เพื่อทำหน้าที่ประเมิน

ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแล การบริหารความเสี่ยงโดยรวมของธนาคารพาณิชย์นั้น

และมีการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการธนาคารผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ

หน่วยงานบริหารความเสี่ยงดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

โดยจะต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่อย่างสม่ำเสมอ

(๔) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีบุคลากรเพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

โดยบุคลากรดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอ

(๕) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีมาตรการในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงโดยรวมที่มีประสิทธิภาพ

สามารถสะท้อนและรองรับความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกรรม ทั้งนี้

ให้เน้นประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest rate risk) ความเสี่ยงด้านราคาตราสารทุน (Equity price risk) ความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดจากการประกอบธุรกรรม

Options ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity risk) และความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit risk) โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องมีระบบที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงโดยรวมและความเสี่ยงแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

ถูกต้อง และแม่นยำและมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงดังกล่าวไปใช้ในการควบคุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติมีการกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark

to Market) ที่เหมาะสม

ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง

ณ ทุกสิ้นวันทำการ มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Limits) ให้มีความเหมาะสมกับระบบการบริหารความเสี่ยงโดยรวม

ลักษณะการดำเนินงานและฐานะเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์นั้น

มีการทดสอบประสิทธิภาพความถูกต้องและแม่นยำของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

เช่น มีการทดสอบ Back Test และมีการทดสอบ Stress Test ของแบบจำลอง Value

at Risk อย่างสม่ำเสมอ

(๖) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมั่นใจว่ามีระบบควบคุมภายในที่สามารถรองรับการทำธุรกรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงพอ เหมาะสม มีระเบียบ

และวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร

มีการกำหนดโครงสร้างการควบคุมและมีการแบ่งแยกหน้าที่อย่างเหมาะสม มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในและการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ

รวมทั้งมีการจัดทำระบบข้อมูลเพื่อรายงานความเสี่ยงและการจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานใหญ่

(ในกรณีของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ) โดยหน่วยงานดังกล่าวอาจตั้งอยู่ในสำนักงานภูมิภาคก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรโดยทั่วไปจะประกอบด้วย

๒ ส่วนหลัก คือ ส่วนที่เป็นเงินรับฝากหรือเงินกู้ยืม

และส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงิน ให้ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมดังกล่าวต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์ทางการเงินและธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง[๑] (Hedging Instruments) (ถ้ามี) ทุกสิ้นเดือน

และนำผลขาดทุนสุทธิจากการประเมินมูลค่าดังกล่าวมาทดลองหักออกจากตัวเลขเงินกองทุนของเดือนที่รายงานล่าสุด

หากปรากฏว่ามีผลทำให้เงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์ต้องดำรงตามกฎหมาย

ให้ธนาคารพาณิชย์ระงับการทำธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติมและเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเก็บหลักฐานในการทำธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เอง

เพื่อให้ผู้ตรวจการธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ

หรือจัดส่งสำเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร

จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลธุรกรรมนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด

และให้ถือเสมือนว่าธุรกรรมเงินกู้ยืมดังกล่าวเป็นธุรกรรมเงินฝากประเภทหนึ่งซึ่งต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปรต้องบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและวิธีปฏิบัติของสากล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมดังกล่าวเป็นเงินฝากในแบบรายงานทุกรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ไม่ว่าการทำธุรกรรมดังกล่าวจะเป็นในรูปแบบของการรับฝากเงินหรือการกู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การทำธุรกรรมดังกล่าวของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกำกับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่

อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ในข้อ

๘ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ –

๑๓

ของประกาศฉบับนี้ด้วย

ข้อ[๒] ๑๕

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖

หม่อมราชวงศ์

ปรีดิยาธร เทวกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

พชร สุขสุเมฆ

อรดา เชาวน์วโรดม

หทัยชนก ทรัพยัย

ผู้จัดทำ

๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖

[๑]ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง

(Hedging)

[๒]

รก. ๒๕๔๖/พ๔๖ง/๕/๑๗ เมษายน ๒๕๔๖

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีการจ่าย ผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8536a768e570b6a2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com