法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. 2564

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
185
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสํานักงานศาลปกครอง

ว่าด้วยการดําเนินการบังคับให้เป็นไปตามคําบังคับของศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๖๔

โดยที่มาตรา ๗๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้สํานักงานศาลปกครองมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการบังคับให้เป็นไปตามคําบังคับของศาลปกครอง และมาตรา ๗๕/๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๙ บัญญัติให้

ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีอํานาจออกระเบียบกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อปฏิบัติการในการนําบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง และบทบัญญัติว่าด้วยค่าฤชาธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีท้ายประมวลกฎหมายดังกล่าว มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับการบังคับคดีปกครอง เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้และหลักกฎหมายทั่วไปว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองและเพื่อบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลปกครอง ประกอบกับที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดได้ออกระเบียบดังกล่าวตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๘ กําหนดให้เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองมีอํานาจออกประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับทางธุรการเกี่ยวกับการดําเนินการบังคับให้เป็นไปตามคําบังคับ

ของศาลปกครอง

อาศัยอํานาจตามความในข้อ ๑๒๘ แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสํานักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดําเนินการบังคับให้เป็นไปตามคําบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ศาล” หมายความว่า ศาลปกครอง หรือตุลาการศาลปกครอง

“ศาลปกครอง” หมายความว่า ศาลปกครองชั้นต้น หรือศาลปกครองสูงสุด

“ตุลาการเจ้าของสํานวน” หมายความว่า ตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นตุลาการเจ้าของสํานวน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง หรือผู้ที่เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองมอบหมาย

“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักบังคับคดีปกครอง หรือผู้อํานวยการสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค

“เจ้าพนักงานบังคับคดี” หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่มีคุณสมบัติตามประกาศ ก.ศป. เรื่อง คุณสมบัติของข้าราชการฝ่ายศาลปกครองที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้มีอํานาจหน้าที่ปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองและระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่กรณีในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง และให้หมายความรวมถึงเอกชนหรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานบังคับคดี

ให้ปฏิบัติการแทนภายใต้การกํากับดูแลของเจ้าพนักงานบังคับคดีด้วย

“สํานักงานศาล” หมายความว่า สํานักงานศาลปกครองสูงสุด สํานักงานศาลปกครองกลางหรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักบังคับคดีปกครอง หรือหน่วยบังคับคดีปกครองของสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค และให้หมายความรวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบังคับคดีด้วย

“พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานบังคับคดี” หมายความว่า พนักงานคดีปกครองในสังกัดสํานักบังคับคดีปกครอง หรือสํานักงานศาลปกครองในภูมิภาค ที่ปฏิบัติงานบังคับคดี

“เจ้าหนี้ตามคําพิพากษา” หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดีหรือบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ได้รับชําระหนี้หรือบุคคลซึ่งได้รับโอนหรือรับช่วงสิทธิตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง และให้หมายความรวมถึงคู่กรณีฝ่ายที่ชนะคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๕) หรือ (๖) ด้วย

“ลูกหนี้ตามคําพิพากษา” หมายความว่า คู่กรณีหรือบุคคลที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ชําระหนี้ และให้หมายความรวมถึงคู่กรณีหรือบุคคลที่ต้องปฏิบัติตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง

“พระราชบัญญัติ” หมายความว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“ระเบียบ” หมายความว่า ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการสํานักงานศาลปกครองรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ กับให้มีอํานาจออกคําสั่ง หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการบังคับคดีเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

อื่นๆ ลักษณะ ๑

บททั่วไป

หมวด หมวด ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สํานักงานและเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติระเบียบ ระเบียบนี้ และคําสั่งศาล

ในกรณีที่พระราชบัญญัติหรือระเบียบตามวรรคหนึ่งมิได้บัญญัติหรือกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการบังคับคดีเรื่องใดไว้ ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งโดยอนุโลม

ส่วน ส่วนที่ ๑

การแจ้งสิทธิและหน้าที่ในการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การบังคับคดีปกครองในคดีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้เงิน กระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่มิใช่ให้ขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นกรณีที่จะต้องบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลโดยไม่ต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้สํานักงานดําเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล

การบังคับคดีปกครองในคดีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครอง กระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่มิใช่ให้ขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นกรณีที่จะต้องบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลโดยไม่ต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเช่นเดียวกัน แต่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาจะต้องร้องขอต่อศาลให้มีการบังคับคดี หากมีกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการอย่างใดก็ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการให้เป็นไปตามคําสั่งของศาล

การบังคับคดีปกครองในคดีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครองหรือเป็นหน่วยงานทางปกครองที่ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ทรัพย์สินอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีชําระหนี้ หรือให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครองส่งมอบทรัพย์สิน หรือกระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่เป็นการขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาต้องร้องขอให้มีการบังคับคดีโดยขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือทรัพย์สินที่ต้องส่งมอบ หรือให้ขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ให้สํานักงาน

หรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการเพื่อให้ทราบว่า ลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้ชําระหนี้ หรือส่งมอบทรัพย์สิน หรือออกไปจากอสังหาริมทรัพย์แล้วหรือไม่ และแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาทราบถึงสิทธิและหน้าที่ในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล ตามข้อ ๗ และข้อ ๘

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อสํานักงานได้รับแจ้งจากสํานักงานศาลในคดีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครองหรือเป็นหน่วยงานทางปกครองที่ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ทรัพย์สินอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีชําระหนี้ หรือให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครอง หรือให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่เป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐส่งมอบทรัพย์สินหรือกระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่เป็นการขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ให้สํานักงานลงทะเบียนนัดถึงวันที่ครบกําหนดระยะเวลาตามคําบังคับ และสอบถามผลการดําเนินการตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลไปยังลูกหนี้ตามคําพิพากษา

หากลูกหนี้ตามคําพิพากษาไม่แจ้งผลการดําเนินการตามคําบังคับภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด หรือแจ้งว่ายังมิได้ปฏิบัติตามคําบังคับ ให้สํานักงานมีหนังสือแจ้งสิทธิไปยังเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาว่า หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาประสงค์จะให้มีการบังคับคดีตามคําพิพากษา ให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําขอต่อศาลเพื่อขอให้ออกหมายบังคับคดี และขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามกฎหมายภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งในชั้นที่สุด

เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดี ให้สํานักงานแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาทราบ เพื่อขอให้ออกหมายบังคับคดีและขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําขอต่อศาลเพื่อขอให้ออกหมายบังคับคดีและศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว แต่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายังมิได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งเตือนแก่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาว่า เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาต้องยื่นคําขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งในชั้นที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีลูกหนี้ตามคําพิพากษาแจ้งผลการดําเนินการตามคําบังคับของศาลว่า ได้ชําระหนี้หรือส่งมอบทรัพย์สินหรือออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ตามคําพิพากษาแล้ว ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาทราบ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่โต้แย้งหรือคัดค้านภายในเวลาที่กําหนด สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีจะดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วน ส่วนที่ ๒

การบังคับคดีนอกเขตศาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการบังคับคดีตามคําบังคับหรือคําสั่งของศาลในคดีที่ไม่ต้องออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๒๕ หากมีกรณีที่จะต้องบังคับคดีนอกเขตศาลให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อพิจารณามีคําสั่งตั้งให้ศาลอื่นบังคับคดีแทน เมื่อศาลมีคําสั่งแล้วให้สํานักงานแจ้งคําสั่งนั้นพร้อมส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยังสํานักงานของศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนเพื่อเสนอศาลให้มีคําสั่งให้สํานักงานนั้นดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ให้สํานักงานของศาลที่บังคับคดีแทนรายงานผลการบังคับคดีให้ศาลที่บังคับคดีแทนทราบและแจ้งให้สํานักงานของศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีทราบเพื่อรายงานศาลต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ถ้าการบังคับคดีต้องทําโดยทางเจ้าพนักงานบังคับคดีและศาลได้ออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาประสงค์บังคับคดีนอกเขตศาล ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการในแต่ละกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําแถลงต่อศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนพร้อมด้วยสําเนาหมายบังคับคดีหรือสําเนาคําสั่งกําหนดวิธีการบังคับคดี เมื่อศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนมีคําสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีต่อไป

(๒) กรณีเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานให้ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนทราบพร้อมด้วยสําเนาหมายบังคับคดีหรือสําเนาคําสั่งกําหนดวิธีการบังคับคดี เพื่อขอให้ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนมีคําสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดําเนินการบังคับคดีต่อไป

(๓) กรณีเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนพร้อมด้วยสําเนาหมายบังคับคดีหรือสําเนาคําสั่งกําหนดวิธีการบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนเพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดําเนินการบังคับคดีต่อไป

เมื่อศาลที่จะมีการบังคับคดีแทนมีคําสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ดําเนินการบังคับคดีแทนแล้วให้สํานักงานเสนอศาลเพื่อมีหนังสือแจ้งให้ศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีที่มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้อง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลเพื่อส่งทรัพย์สินที่ได้จากการยึดหรืออายัดหรือเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้น แล้วแต่กรณีไปยังศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีเพื่อดําเนินการไปตามกฎหมาย

ส่วน ส่วนที่ ๓

การแจ้งคําบังคับ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คดีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดซึ่งต้องมีการบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือคดีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งให้บังคับคดีตามคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ให้สํานักงานศาลจัดทําหมายแจ้งคําบังคับเสนอศาลเพื่อลงนาม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อศาลลงนามในหมายแจ้งคําบังคับแล้ว ให้สํานักงานศาลส่งหมายแจ้งคําบังคับไปยังลูกหนี้ตามคําพิพากษาโดยเร็ว และส่งสําเนาหมายแจ้งคําบังคับไปยังสํานักงานเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการดําเนินการให้เป็นไปตามคําบังคับของศาล

ส่วน ส่วนที่ ๔

การงดการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อศาลมีคําสั่งให้งดการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๑ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) และ (๔) ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลกําหนด

ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีต่อไป เมื่อได้รับคําสั่งจากศาลโดยศาลเป็นผู้ออกคําสั่งนั้นเอง หรือโดยเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเป็นผู้ยื่นคําขอให้ศาลออกคําสั่ง เนื่องจากระยะเวลาที่ให้งดการบังคับคดีนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว หรือมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ศาลได้กําหนดไว้หรือไม่มีความจําเป็นที่จะต้องงดการบังคับคดีอีกต่อไปแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในระหว่างการบังคับคดีตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาล หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาแจ้งเป็นหนังสือต่อสํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนตกลงงดการบังคับคดีไว้ชั่วระยะเวลาที่กําหนดไว้หรือภายในเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกหนี้ตามคําพิพากษาและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ภายในระยะเวลาที่กําหนดหรือภายในเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง

ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลงทะเบียนนัดตามระยะเวลาหรือตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนด

ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีต่อไป เมื่อระยะเวลาที่ให้งดการบังคับคดีได้ล่วงพ้นไปแล้ว หรือมิได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้กําหนดไว้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสั่งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาที่ขอบังคับคดีวางเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีตามหลักเกณฑ์ที่ประธานศาลปกครองสูงสุดประกาศกําหนด เมื่อจํานวนเงินที่วางนั้นไม่เพียงพอ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินเพิ่มได้

หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่วางเงินตามวรรคหนึ่งภายในเวลาที่กําหนด หรือได้ยื่นคําร้องคัดค้านคําสั่งให้วางเงินต่อศาล ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคําสั่งและเมื่อศาลมีคําสั่งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินแล้ว หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่วางเงินดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีต่อไปจนกว่าเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาจะวางเงินตามคําสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีหรือคําสั่งศาล

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีต่อไป เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้วางเงินค่าใช้จ่ายตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนดหรือตามคําสั่งศาล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้วางเงินชําระหนี้ตามคําพิพากษาไว้ต่อศาล สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยชอบ และสํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามารับเงินที่วางดังกล่าวแล้ว แต่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่มารับเงินภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้มีคําสั่งให้งดการบังคับคดี

เมื่อศาลได้มีคําสั่งให้งดการบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลงทะเบียนนัดรอเจ้าหนี้ตามคําพิพากษามาขอรับเงินภายในระยะเวลาห้าปี หากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่มารับเงินภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการส่งเงินดังกล่าวให้เป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อได้มีการงดการบังคับคดีตามข้อ ๑๔ ถึงข้อ ๑๗ แล้ว ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการงดการบังคับคดีให้คู่กรณีและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยไม่ชักช้า และรายงานให้ศาลทราบ

ส่วน ส่วนที่ ๕

การถอนการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้มีคําสั่งถอนการบังคับคดีในกรณีต่อไปนี้

(๑) ในระหว่างการบังคับคดีตามคําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่อนุญาตให้บังคับคดีตามคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ปรากฏว่าคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นได้ถูกศาลปกครองสูงสุดพิพากษากลับหรือยก หรือหมายบังคับคดีได้ถูกเพิกถอน

ถ้าคําพิพากษาในระหว่างบังคับคดีนั้นได้ถูกกลับแต่เพียงบางส่วน ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดครบถ้วนเว้นแต่ศาลจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

(๒) เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเพิกเฉยไม่ดําเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนด

(๓) ลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้ปฏิบัติตามคําพิพากษาครบถ้วน พร้อมทั้งได้ชําระค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี (ถ้ามี)

(๔) สํานักงานได้ดําเนินการบังคับตามคําบังคับของศาลถูกต้องครบถ้วนแล้ว หรือไม่มีกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคําบังคับของศาลอีกต่อไป

(๕) เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าตนขอสละสิทธิในการบังคับคดี

(๖) เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า ตนไม่ประสงค์จะบังคับคดีกับทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดหรืออายัดไว้ ขอถอนการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายังมีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่ไม่ได้ถอนการบังคับคดีหรือทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคําพิพากษาจนกว่าจะครบถ้วนตามคําพิพากษาหรือพ้นระยะเวลาการบังคับคดี

(๗) เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสํานักงานว่า ตนไม่ประสงค์ให้มีการบังคับคดีกับการบังคับคดีที่สํานักงานได้ดําเนินการไว้ ในกรณีเช่นนี้ เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายังมีสิทธิขอให้สํานักงานดําเนินการบังคับคดีในส่วนที่ตนไม่ได้ขอถอนการบังคับคดี หรือที่ยังไม่ได้มีการบังคับคดีต่อไปจนกว่าจะครบถ้วนตามคําพิพากษา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อศาลมีคําสั่งให้ถอนการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๓ และได้แจ้งให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการถอนการบังคับคดีให้คู่กรณีและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียทราบโดยไม่ชักช้า และรายงานผลการแจ้งการถอนการบังคับคดีดังกล่าวให้ศาลทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อศาลมีคําสั่งให้ถอนการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๓ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ในกรณีที่มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องไว้แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีจากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาผู้ขอยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องให้ครบถ้วนหากไม่ชําระหรือชําระไม่ครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้ออกหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของผู้นั้น โดยให้สํานักงานศาลปกครองเป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาและเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินการบังคับคดีจนแล้วเสร็จตามระเบียบข้อ ๑๗๖

กรณีตามวรรคหนึ่ง หากหน่วยงานทางปกครองเป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาผู้ขอยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องที่ค้างชําระค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้ออกคําสั่งให้สํานักงานดําเนินการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๔๐

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า ตนขอสละสิทธิในการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๓ วรรคหนึ่ง (๕) หรือขอถอนการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๓ วรรคหนึ่ง (๖) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกเก็บค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีจากเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาให้ครบถ้วนเสียก่อน จึงเสนอศาลเพื่อมีคําสั่งให้ถอนการบังคับคดี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่เจ้าหนี้

ตามคําพิพากษาชําระค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีครบถ้วน

เมื่อศาลมีคําสั่งให้ถอนการบังคับคดีตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคําสั่งถอนการบังคับคดีของศาลไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบโดยไม่ชักช้า ตลอดจนส่งมอบหรือส่งคืนทรัพย์ที่ยึด และเอกสารต่าง ๆ (ถ้ามี) ให้แก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ส่วน ส่วนที่ ๖

การเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีที่ผิดระเบียบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในระหว่างการบังคับคดีไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง หากสํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่า หมายบังคับคดี หรือคําสั่งศาลในชั้นบังคับคดีบกพร่อง ผิดพลาดหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดี หรือคําสั่งดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วน หรือมีคําสั่งอย่างใดตามที่ศาลเห็นสมควร

ในกรณีที่สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่า ตนได้ดําเนินการบังคับคดีบกพร่องผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย ให้รายงานต่อศาลขอให้สั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีทั้งปวงหรือวิธีการบังคับคดีใด ๆ โดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขความบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมายนั้น

กรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากสํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าการดําเนินการบังคับคดีต่อไปจะเกิดความยุ่งยากหรือเสียหายและมีเหตุอันควรที่จะงดการบังคับคดีอาจขอให้ศาลพิจารณาเพื่อมีคําสั่งงดการบังคับคดีตามระเบียบ ข้อ ๑๓๑ วรรคหนึ่ง (๔) ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคําสั่งก็ได้ และหากศาลมีคําสั่งเป็นประการใด ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการไปตามนั้น

กรณีศาลมีคําสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขหมายบังคับคดี หรือมีคําสั่งเป็นอย่างใดตามวรรคหนึ่งหรือกรณีมีคําสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขกระบวนวิธีการบังคับคดีตามวรรคสอง ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการไปตามนั้น และเรียกให้ผู้ฟ้องคดีชําระค่าฤชาธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี (ถ้ามี) และรายงานให้ศาลทราบ

หมวด หมวด ๒

การไต่สวนและมีคําสั่งกําหนดวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อศาลได้ไต่สวนและมีคําสั่งกําหนดวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕ และแจ้งให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบแล้วให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคําสั่งศาลให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องทราบ และติดตามตรวจสอบว่าผู้ที่ต้องปฏิบัติตามคําสั่งศาลได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ หากมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําสั่งศาล ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้ไต่สวนหรือมีคําสั่งกําหนดวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําสั่งหรือมีคําสั่งใด ๆ

เพื่อให้มีการปฏิบัติตามคําสั่งศาล แต่หากเป็นกรณีที่ผู้ที่ต้องปฏิบัติตามคําสั่งศาลไม่ปฏิบัติตามคําสั่งศาลภายในเวลาที่ศาลกําหนดให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร ให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลขอให้ไต่สวนเพื่อมีคําสั่งปรับตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

หมวด หมวด ๓

การบังคับตามคําบังคับของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งให้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ให้สํานักงานศาลปกครองสูงสุดแจ้งคําสั่งศาลให้คู่กรณีทราบพร้อมกับส่งสําเนาคําสั่งดังกล่าว สําเนาคําพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น และสําเนาคําขอให้มีการปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองชั้นต้นโดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุดไปยังสํานักงานศาลของศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีเพื่อดําเนินการต่อไป

ในกรณีที่ศาลกําหนดคําบังคับห้ามการกระทําทั้งหมดหรือบางส่วนของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติ มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) หรือให้หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลกําหนดตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๒) หรือให้หน่วยงานทางปกครองใช้เงิน หรือกระทําการหรืองดเว้นกระทําการตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๓) หรือสั่งให้ถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๔) ให้สํานักงานศาลของศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาลแล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ในกรณีที่ศาลกําหนดคําบังคับให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครองหรือเป็นหน่วยงานทางปกครองที่ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ทรัพย์สินอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีชําระหนี้หรือให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่มิใช่หน่วยงานทางปกครองส่งมอบทรัพย์สิน หรือกระทําการหรืองดเว้นกระทําการที่เป็นการขับไล่หรือรื้อถอนทรัพย์สินออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ หรือสั่งให้บุคคลกระทําหรือละเว้นกระทําอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้สํานักงานศาลของศาลที่มีอํานาจในการบังคับคดีส่งสําเนาคําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองชั้นต้น โดยไม่ต้องรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุดพร้อมสําเนาคําพิพากษาศาลปกครองชั้นต้น ไปให้สํานักงานหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการเพื่อให้ทราบว่าลูกหนี้ตามคําพิพากษาได้ชําระหนี้ หรือส่งมอบทรัพย์สิน หรือออกไปจากอสังหาริมทรัพย์แล้วหรือไม่ และแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาทราบถึงสิทธิและหน้าที่ในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลต่อไป

อื่นๆ ลักษณะ ๒

การบังคับตามคําสั่งศาล

หมวด หมวด ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ศาลมีคําบังคับตามพระราชบัญญัติ มาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) เฉพาะที่ให้หน่วยงานทางปกครองใช้เงินหรือให้ส่งมอบทรัพย์สินหรือให้กระทําการหรืองดเว้นกระทําการและ (๔) ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๒๕ เพื่อให้เป็นไปตามคําบังคับของศาล โดยไม่ต้องรอให้คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียใด ๆ ร้องขอ

หมวด หมวด ๒

การบังคับกรณีคําบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑)

ส่วน ส่วนที่ ๑

คําบังคับให้เพิกถอนกฎ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ กรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้เพิกถอนกฎ ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานจัดทําประกาศเพิกถอนกฎเสนอตุลาการเจ้าของสํานวนเพื่อลงนามแล้วเสนอเลขาธิการเพื่อจัดส่งประกาศดังกล่าวไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยเร็วเพื่อ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้สํานักงานลงทะเบียนนัดและติดตามผลการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อทราบ

ส่วน ส่วนที่ ๒

คําบังคับให้เพิกถอนคําสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ กรณีที่ศาลมีคําบังคับให้เพิกถอนคําสั่ง ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ส่วน ส่วนที่ ๓

คําบังคับห้ามการกระทํา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ กรณีที่ศาลมีคําบังคับห้ามการกระทําของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานติดตามและตรวจสอบว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ

หากปรากฏว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้สํานักงานรายงานต่อศาลเพื่อขอให้ศาลดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕

หากปรากฏว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

หมวด หมวด ๓

การบังคับกรณีคําบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๒)

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรณีที่ศาลมีคําบังคับให้หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามหน้าที่ภายในเวลาที่ศาลกําหนด ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานติดตามและตรวจสอบว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นได้ปฏิบัติตามคําบังคับถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้สํานักงานรายงานต่อศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

หมวด หมวด ๔

การบังคับกรณีคําบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๓)

ส่วน ส่วนที่ ๑

คําบังคับให้หน่วยงานทางปกครองใช้เงิน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๑ กรณีที่ศาลมีคําบังคับให้หน่วยงานทางปกครองใช้เงิน ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานติดตามและตรวจสอบว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นได้ปฏิบัติตามคําบังคับถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้สํานักงานรายงานต่อศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

ส่วน ส่วนที่ ๒

คําบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการหรืองดเว้นกระทําการ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่ศาลมีคําบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทําการหรืองดเว้นกระทําการ ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาล แล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานติดตามและตรวจสอบว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นได้ปฏิบัติตามคําบังคับถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้สํานักงานรายงานต่อศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

หมวด หมวด ๕

การบังคับกรณีคําบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๔)

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ศาลมีคําบังคับให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐถือปฏิบัติต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายแจ้งคําสั่งศาลแล้วส่งไปยังสํานักงานเพื่อให้ดําเนินการบังคับตามอํานาจหน้าที่ต่อไป

ให้สํานักงานติดตามและตรวจสอบว่า หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องนั้นได้ปฏิบัติตามคําบังคับถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือไม่ แล้วรายงานให้ศาลทราบ

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคําบังคับของศาล ให้สํานักงานรายงานต่อศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบ ข้อ ๑๓๕

หากปรากฏว่า หัวหน้าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้สํานักงานรายงานศาลเพื่อดําเนินการตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร

หมวด หมวด ๖

การดําเนินการตามข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําพิพากษา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กรณีที่ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งโดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดําเนินการให้เป็นไปตามคําพิพากษา ให้สํานักงานติดตามว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการปฏิบัติตามข้อสังเกตดังกล่าวหรือไม่ แล้วรายงานต่อศาล

อื่นๆ ลักษณะ ๓

การบังคับคดีตามหมายบังคับคดี

หมวด หมวด ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว ให้สํานักงานศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้นส่งหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดําเนินการโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาหรือผู้นําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการบังคับคดีอาจมอบอํานาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นดําเนินการแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปทําการบังคับคดี ให้ผู้นําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการบังคับคดีหรือผู้รับมอบอํานาจทําคําขอเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าประสงค์จะบังคับคดีเรื่องใด ทรัพย์สิ่งใด ของผู้ใด ที่ใด

ในการบังคับคดีตามวรรคหนึ่ง ให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนดตามประกาศของประธานศาลปกครองสูงสุด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคําพิพากษา และเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นควรยึดหรืออายัดให้ แต่มีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทําให้ไม่อาจยึดหรืออายัดได้ทันที เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นเองหรือเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาร้องขอให้มีคําสั่งห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจําหน่ายซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณามีคําสั่งต่อไป

กรณีมีคําสั่งห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจําหน่ายซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องไว้เป็นการชั่วคราว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคําสั่งห้ามดังกล่าวให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นทราบ และหากทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคําสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบ และบันทึกคําสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ในทะเบียน

ในกรณีมีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจมีคําสั่งยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งห้ามดังกล่าว หรือกรณีเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงหรือไม่มีความจําเป็นต้องบังคับคดีต่อไป หรือเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาเพิกเฉยไม่ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งยกเลิกคําสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องโดยอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคําพิพากษา แต่ปรากฏว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือปรากฏตามหลักฐานอย่างอื่นว่าเป็นของบุคคลอื่น หากเจ้าพนักงานบังคับคดีสงสัยว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่เป็นของลูกหนี้ตามคําพิพากษาและไม่ยอมทําการยึดหรืออายัด ถ้าเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายืนยันให้ยึดหรืออายัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการ ดังนี้

(๑) ทําการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายืนยัน หรือ

(๒) มีคําสั่งให้งดยึดทรัพย์สินหรืองดอายัดสิทธิเรียกร้องนั้น โดยมีคําสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จําหน่าย ทําลาย ทําให้เสื่อมค่าหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นและแจ้งคําสั่งห้ามดังกล่าวให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาและบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคําสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วย

กรณีเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งให้งดยึดทรัพย์สินหรืองดอายัดสิทธิเรียกร้องตามวรรคหนึ่ง (๒) เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาอาจยื่นคําร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งดังกล่าว เพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทําการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นก็ได้

ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามิได้ยื่นคําร้องตามวรรคสอง หรือกรณีที่ศาลมีคําสั่งยกคําร้องดังกล่าว หรือกรณีที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้องในวรรคสอง แต่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่ดําเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่ง คําสั่งห้ามตามวรรคหนึ่ง (๒) ดังกล่าวเป็นอันยกเลิกไป และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งยกเลิกคําสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลตามวรรคหนึ่ง (๒) ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่น หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งห้ามตามข้อ ๓๙ วรรคหนึ่ง (๒) ร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้เพิกถอนคําสั่งห้ามดังกล่าวโดยวางเงินหรือหาประกันมาให้แทนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีพอใจในเงินหรือประกัน ก็ให้เพิกถอนคําสั่งห้ามดังกล่าวและรับเงินหรือประกันนั้นไว้

ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่เพิกถอนคําสั่งห้ามตามวรรคหนึ่ง ผู้ร้องนั้นจะยื่นคําร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบคําสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อขอให้เพิกถอนคําสั่งห้ามโดยวางเงินหรือหาประกันมาให้ก็ได้

ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําร้องต่อศาลตามข้อ ๓๙ วรรคสอง ถ้าไม่อาจยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นได้แต่ได้มีการวางเงินหรือประกันไว้แทนทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้น เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอให้ศาลดําเนินการบังคับคดีแก่เงินหรือประกันที่รับไว้หรือแก่ผู้ประกัน และศาลมีคําสั่งอนุญาตและแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการ ก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการไปตามนั้น

ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามิได้ยื่นคําร้องหรือศาลมีคําสั่งยกคําร้อง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินหรือประกันที่รับไว้แก่ผู้วางเงินหรือประกันนั้นหรือยกเลิกการประกัน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีตามวัน เวลาที่ผู้นําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการบังคับคดีร้องขอหรือตามที่นัดหมายกับผู้นําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการบังคับคดีและให้นําหมายบังคับคดี ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เครื่องมือและอุปกรณ์สําหรับทําการบังคับคดีไปด้วย ทั้งนี้ จะมีพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดีในวันทําการงานปกติในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ถ้ายังไม่แล้วเสร็จประกอบกับมีความจําเป็นและสมควรอาจกระทําต่อไปในภายหลังพระอาทิตย์ตกก็ได้

ในกรณีที่มีความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการบังคับคดีนอกวันทําการงานปกติหรือในเวลาหลังพระอาทิตย์ตก เมื่อศาลอนุญาต ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการตามคําสั่งศาลตามวันเวลาดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในการดําเนินการบังคับคดีแก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแสดงหมายบังคับคดีให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์สินที่จะถูกบังคับคดีทราบถ้าบุคคลดังกล่าวไม่อยู่หรือไม่อาจแสดงหมายบังคับคดีแก่บุคคลดังกล่าวได้ด้วยเหตุใด ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดสําเนาหมายบังคับคดีไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ดําเนินการบังคับคดีนั้น

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการไปตามความจําเป็นและสมควรแห่งพฤติการณ์เพื่อดําเนินการบังคับคดีจนได้ ในกรณีที่มีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีผู้ขัดขวาง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจช่วยเหลือได้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษา ณ สถานที่ที่ลูกหนี้ตามคําพิพากษาครอบครองหรือครอบครองร่วมกับผู้อื่น หากมีเหตุอันควรเชื่อว่า มีทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือมีบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคําพิพากษาอยู่ในสถานที่ดังกล่าว เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจค้นสถานที่ดังกล่าว และตรวจสอบหรือยึดทรัพย์สินหรือยึดบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคําพิพากษามาเพื่อตรวจสอบได้ และอาจกระทําการใด ๆ ตามที่จําเป็น เพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว

รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษา หรือตรวจสอบ หรือยึดบัญชี เอกสาร จดหมาย หรือวัตถุอื่นใดอันเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของลูกหนี้ตามคําพิพากษาซึ่งอยู่ในสถานที่ที่บุคคลอื่นครอบครองอยู่ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลออกหมายค้นสถานที่นั้น

เมื่อศาลเห็นสมควรออกหมายค้น ให้สํานักงานศาลเสนอศาลลงนามในหมายค้น แล้วส่งไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อแจ้งให้เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามาดําเนินการต่อไป

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการตามหมายบังคับคดีและหมายค้นดังกล่าว โดยตรวจสอบและยึดทรัพย์สินหรือสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวภายในขอบเขตและเงื่อนไขตามที่ศาลกําหนด

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในการดําเนินการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี หากมีผู้ขัดขวางหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีผู้ขัดขวาง เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจช่วยเหลือหรือให้อยู่ร่วมในการดําเนินการ และอาจแจ้งความให้ตํารวจบันทึกการดําเนินการไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดําเนินการบังคับคดีในคราวใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอรายงานการบังคับคดีต่อผู้อํานวยการภายในวันนั้น หรืออย่างช้าภายในวันทําการถัดไปหากมีเหตุจําเป็นไม่อาจเสนอภายในกําหนดเวลาดังกล่าวได้ ให้รายงานถึงเหตุจําเป็นนั้นด้วย

เมื่อผู้อํานวยการมีคําสั่งในรายงานการบังคับคดีอย่างใดแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการให้เป็นไปตามคําสั่งโดยเร็ว กรณีที่ต้องรอฟังผลการดําเนินการ ให้ส่งสํานวนให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายลงบัญชีนัดไว้เพื่อติดตามผลด้วย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การบังคับคดีในกรณีดังต่อไปนี้ ให้สํานักงานรายงานเลขาธิการทราบ

(๑) การยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องที่มีราคาประเมินหรือมูลค่าตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป

(๒) การยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องหรือการบังคับคดีโดยการขับไล่หรือรื้อถอนซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน

185 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานศาลปกครอง ว่าด้วยการดำเนินการบังคับให้เป็นไปตามคำบังคับของศาลปกครอง พ.ศ. 2564 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_85821b93f867f1fb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com