法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11 /2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 11 /2561

เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ

ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อน และคาดเดายาก รวมทั้งแนวโน้มการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการให้บริการทางการเงินและการให้ความสําคัญกับการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคํานึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ได้อย่างครอบคลุม ประกอบกับสาธารณชนมีความคาดหวังจากสถาบันการเงินมากขึ้น ผู้ซึ่งทําหน้าที่กําหนดทิศทางและติดตามดูแลการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงิน จึงต้องมีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่รอบด้านมากขึ้น เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญต่าง ๆ ตลอดจนต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในด้านจริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน โดยสาระสําคัญของการปรับปรุงในครั้งนี้ คือ ให้สถาบันการเงินขอความเห็นชอบผู้บริหารในตําแหน่งสูงสุดของสถาบันการเงินทุก 4 ปี เพื่อให้มีการทบทวนคุณสมบัติและความเหมาะสมของบุคคลในตําแหน่งดั่งกล่าวอย่างสม่ําเสมอและให้ผู้ที่สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบให้ดํารงตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ชี้แจงลักษณะหรือพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งในอดีตและในปัจจุบันที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อคุณสมบัติและความเหมาะสมในการเป็นกรรมการ ผู้จัดการผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน เช่น ประวัติการถูกสอบสวนโดยอดีตนายจ้างหรือนายจ้างปัจจุบันในประเด็นเกี่ยวกับการทําผิดกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับภายในองค์กรที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริต ประวัติความผิดที่ร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง รวมทั้งรับผิดชอบต่อความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลประกอบการพิจารณาที่ให้ไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่จะยื่นขอความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินต้องมีความระมัดระวังในการสรรหา คัดเลือกผู้จะมาดํารงตําแหน่งดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งดังกล่าวที่สถาบันการเงิน

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 24 (4) ถึงมาตรา 24 (6) มาตรา 24 (7) ข มาตรา 24 (8) ถึงมาตรา 24 (10) มาตรา 25 และมาตรา 81 (2) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามความในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 13/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2554

อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่งยกเว้นตําแหน่งกรรมการของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่มีสาขาในประเทศไทยไม่อยู่ภายใต้บังคับของประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 คําจํากัดความ

ในประกาศฉบับนี้

5.1.1 "ผู้มีอํานาจในการจัดการ" หมายความว่า

(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ กรรมการที่เป็นผู้บริหารของสถาบันการเงินหรือบริษัท แล้วแต่กรณี หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) บุคคลซึ่งสถาบันการเงินหรือบริษัททําสัญญาให้มีอํานาจในการบริหารงานทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ

(3) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการจัดการของสถาบันการเงินหรือบริษัท ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบายหรือการดําเนินงานของสถาบันการเงินหรือบริษัท

5.1.2 "กรรมการ" หมายความว่า ผู้ที่ดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของสถาบันการเงิน

5.1.3 "กรรมการที่เป็นผู้บริหาร" หมายความว่า

(1) กรรมการที่ทําหน้าที่บริหารงานในตําแหน่งผู้จัดการ รองผู้จัดการผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) กรรมการที่ทําหน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการหรือมีส่วนร่วมในการบริหารงานใด ๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee)

(3) กรรมการที่มีอํานาจลงนามผูกพัน เว้นแต่เป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้วเป็นรายกรณี และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น

5.1.4 "ที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน" หมายความว่า บุคคลที่เป็นที่ปรึกษาของสถาบันการเงินหรือบุคคลที่อาจทําหน้าที่เปรียบเสมือนกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ช่วยผู้จัดการ แต่เพียงใช้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น รวมไปถึงบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว แต่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่รวมถึงบุคคลที่รับจ้างทํางนให้แก่สถาบันการเงิน โดยมีลักษณะของงานที่ใช้ความรู้ความสามารถพิเศษด้านเทคนิค หรือใช้ความชํานาญเฉพาะด้าน เช่น ที่ปรึกษางานบัญชีที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ปรึกษาด้านภาษี ที่ปรึกษาด้านภาษา ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารองค์กร ที่ปรึกษาด้านประกันภัย ที่ปรึกษาด้านแบบจําลองเชิงปริมาณขั้นสูง เป็นต้น

5.1.5 "กลุ่มธุรกิจทางการเงิน" หมายความว่า กลุ่มธุรกิจทางการเงิน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน

5.2 คุณสมบัติของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินต้องมีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสม (Fit and Proper) โดยต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (เอกสารแนบ 1) และลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ดังต่อไปนี้

5.2.1 ด้านความซื่อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง (Honesty, Integrity and Reputation)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นความซื่อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง ดังต่อไปนี้

(1) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สั่งถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน หรือบริษัทหลักทรัพย์ใดมาก่อน เว้นแต่จะพ้นระยะเวลาที่กําหนดห้ามดํารงตําแหน่งดังกล่าวแล้ว หรือได้รับการยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

(2) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่กํากับและควบคุมสถาบันการเงิน กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของสถาบันการเงินและหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่น ๆ เว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด

(3) เคยถูกหน่วยงานอื่นของรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ (2) กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริตทางการเงินเว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด

(4) มีหรือเคยมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจหรือการดําเนินกิจการใด ๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นหรือประชาชน

(5) มีหรือเคยมีประวัติส่วนตัวหรือพฤติกรรมที่เป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมหรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(6) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริตหรือฉ้อฉล หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการเลือกปฏิบัติหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดอันอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)

(7) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการละเลยการตรวจสอบดูแลหรือการปฏิบัติงานที่พึงกระทําตามสมควรเยี่ยงกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ซึ่งทําให้สถาบันการเงินฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ คู่มือการปฏิบัติงานภายในตลอดจนมติของคณะกรรมการ หรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาสินเชื่อการตัดสินใจลงทุน หรือดําเนินการอื่นใด อันเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจสถาบันการเงินหรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ หรือการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินอย่างมีนัยสําคัญ หรือเกิดความเสียหายต่อลูกค้าของธุรกิจสถาบันการเงิน เช่น ทําให้การดํารงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด หรือทําให้ไม่สามารถดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามที่กฎหมายกําหนด เป็นต้น

5.2.2 ด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ (Competence, Capability and Experiences)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จําเป็นและเหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบในระดับที่ผู้ประกอบวิชาชีพการเงินการธนาคารพึงมี และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต นอกเหนือจากตําแหน่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 24 (8) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ให้รวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

(2) เป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ครบ 1 ปี ในตําแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการขึ้นไปหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นของส่วนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด หรือในตําแหน่งผู้อํานวยการอาวุโสหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสายงานที่มีอํานาจในการตัดสินใจกําหนดนโยบายกํากับดูแลหรือการกํากับตรวจสอบสถาบันการเงิน

(3) มีหรือเคยมีการทํางานที่แสดงถึงการขาดมาตรฐานทางบัญชีมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง หรือมาตรฐานทางวิชาชีพอื่น ๆ ในการดําเนินธุรกิจ ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกําหนดมาตรฐานอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การอําพรางฐานะทางการเงินหรือผลการดําเนินงานที่แท้จริง การจงใจหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นอันเป็นสาระสําคัญ การถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เป็นต้น

5.2.3 ด้านสถานะทางการเงิน (Financial Soundness)

กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นด้านสถานะทางการเงิน กล่าวคือ บุคคลดังกล่าวจะต้องไม่มีปัญหาในการชําระเงินต้น หรือดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ให้สินเชื่อ หรือเข้าข่ายจัดชั้นเป็นลูกหนี้ชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน ชั้นสงสัย ชั้นสงสัยจะสูญ หรือสูญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5.3 การขอความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

สถาบันการเงินต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งบุคคลใหม่หรือแต่งตั้งบุคคลเดิมให้ดํารงตําแหน่งต่อไป โดยมีขั้นตอนดังนี้

5.3.1 สถาบันการเงินต้องตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 รวมทั้งเป็นผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ตามที่กําหนดในข้อ 5.2 ของประกาศฉบับนี้

5.3.2 ให้สถาบันการเงินมีหนังสือขอความเห็นชอบพร้อมเอกสารประกอบตามเอกสารแนบ 2 ส่งให้ฝ่ายกํากับธุรกิจสถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ หากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วง หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 15 วันทําการนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขอความเห็นชอบและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วนให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนั้นแล้ว

5.3.3 ให้สถาบันการเงินขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลที่จะดํารงตําแหน่งผู้บริหารในตําแหน่งสูงสุดของสถาบันการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยทุกครั้งที่จะมีการต่อวาระหรือต่ออายุสัญญาเพื่อให้ดํารงตําแหน่งต่อไป หรือทุก 4 ปี นับแต่วันที่บุคคลดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน

อนึ่ง หากสถาบันการเงินไม่แน่ใจเกี่ยวกับตําแหน่งที่ต้องขอความเห็นชอบก่อนการแต่งตั้ง ก็สามารถหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีได้ ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องไม่เปิดเผยรายชื่อของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดํารงตําแหน่งต่อสาธารณชนก่อนได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

5.4 ปัจจัยประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการหรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน .ศ. 2551 รวมทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่กําหนดเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลักตามประกาศฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม กรณีที่บุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (4) ถึงมาตรา 24 (6) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ซึ่งให้อํานาจธนาคารแห่งประเทศไทยในการพิจารณายกเว้นได้ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5.2.1 (1) ถึง ข้อ 5.2.1 (7) ข้อ 5.22 (3) และข้อ 5.2.3 ของประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจนําปัจจัยอื่นมาประกอบการพิจารณาตามเหตุผลและความจําเป็นในแต่ละกรณี โดยปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณามีดังต่อไปนี้

5.4.1 การขาดคุณสมบัตินั้น มิได้ร้ายแรง หรือมิได้ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินถึงขั้นไม่สมควรได้รับความเห็นชอบ

5.4.2 ระยะเวลาที่ล่วงเลยมานับจากการมีลักษณะต้องห้ามนั้นต้องไม่น้อยกว่า 10 ปี

5.4.3 การขาดคุณสมบัตินั้น มิได้มีผลกระทบต่อหน้าที่และความรับผิดชอบตามตําแหน่งที่ขอความเห็นชอบ

5.4.4 ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล หรือนัยสําคัญของหลักฐานหรือเหตุการณ์ตลอดจนผลการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีอํานาจตามกฎหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

5.4.5 ไม่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดีของสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) หรือไม่ขัดต่อกฎหมายอื่น

5.5 ข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินตามมาตรา 24 (7) (ข) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 (7) (ข) ดังนี้

5.5.1 เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้น และเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินเดียวกันกับสถาบันการเงินสามารถเป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินนั้นได้

5.5.2 โดยที่มีกรณีเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งที่สถาบันการเงินมีความจําเป็นจะต้องส่งกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินของตนเข้าไปกํากับดูแลบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จึงสมควรอนุญาต ให้สถาบันการเงินสามารถส่งกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ ไปเป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินนั้นและเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินได้ หรืออีกนัยหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงิน ที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากสถาบันการเงินสามารถเป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินนั้นได้ เพราะเหตุแห่งความจําเป็นที่จะต้องควบคุมดูแลลูกหนี้ดังกล่าวมาข้างตันนั้น

ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินในเรื่อง การมีบทบาทในองค์กรอื่นของกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษาของสถาบันการเงินด้วย

5.6 การเพิกถอนการให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าบุคคลซึ่งได้รับความเห็นชอบไปแล้ว มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 ( 1) ถึงมาตรา 24 (9) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติมใน 3 ด้านหลัก ตามที่กําหนดในข้อ 5.2 ของประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาเพิกถอนการให้ความเห็นชอบการดํารงตําแหน่งของบุคคลดังกล่าวเมื่อใดก็ได้

5.7 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน

ในกรณีที่กรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงินลาออก เสียชีวิต หรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในตําแหน่งงานระดับเดียวกัน สถาบันการเงินต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ฝ่ายกํากับธุรกิจสถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล

บุคคลที่ได้รับความเห็นชอบให้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารในตําแหน่งสูงสุดของสถาบันการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ โดยไม่มีการกําหนดวาระการดํารงตําแหน่งหรือมีระยะเวลาการดํารงตําแหน่งคงเหลือเกินกว่า 4 ปี ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารในตําแหน่งสูงสุดของสถาบันการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามข้อ 5.3.3 ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2565

อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2561

(นายวิรไท สันติประภพ)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11 /2561 เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการ ผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือที่ปรึกษาของสถาบันการเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_85b1e90db54d856b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com