ข้อ ๑๑ เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับมอบจาก
ส.ป.ก. ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ตาย เลิกสถาบันเกษตรกร หรือสละสิทธิ
เว้นแต่จะมีการตกทอดทางมรดก ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
(๒) โอนสิทธิการทำประโยชน์ การเช่า เช่าซื้อ
หรือการจัดให้โดยมีค่าชดเชยไปยังบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.
๒๕๑๘
(๓)
ขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร
ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังต่อไปนี้
ก. สัญชาติไทย
ข. มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้ว
ก่อนดำเนินการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน
(๔) ไม่ปฏิบัติตามความในข้อ ๗ และไม่ปฏิบัติตามคำเตือนในข้อ
๘
การสิ้นสิทธิตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดรายงานให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
จังหวัดทราบ และการสิ้นสิทธิย่อมมีผลในทันทีที่เหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น
สำหรับกรณีตาม (๓) และ(๔)
ให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติให้เกษตรสิ้นสิทธิและ
ให้มีผลเมือคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยยืนตามมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด
ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีหนังสือแจ้งคำสั่งการสินสิทธิให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษ๖รกรทราบ
ภายในสิบห้าวันนับแต่คณะกรรมการการปฏิรูปที่ดินจังหวัดมีมติ
พร้อมทั้งแจ้งระยะเวลาที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนดให้เกษตรหรือสถาบันเกษตรพร้อมบริวารออกจากที่ดิน
หากเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรไม่ยอมออกจากที่ดิน
ให้ปฏิรูปที่ดินจังหวัดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในกรณีไม่สามารถแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้เกษตรหรือสถาบันเกษตรทราบได้
ให้ปิดคำสั่งนั้นไว้ ณ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด
ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
และที่เปิดเผยได้ง่ายในหมู่บ้านแห่งท้องที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ แห่งละหนึ่งฉบับ