法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๓๕[๑]

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๓๑

เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการเสนอร่างกฎหมายของส่วนราชการต่าง ๆ ต่อคณะรัฐมนตรี

ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะลดขั้นตอนการพิจารณาของทางราชการให้เกิดความสะดวก

รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อ คณะรัฐมนตรี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในส่วนที่ ๒ ว่าด้วยการเสนอร่างกฎหมาย และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ส่วนที่ ๒

การเสนอให้มีกฎหมายขึ้นใหม่หรือเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ภายใต้บังคับส่วนที่ ๑ ว่าด้วยการเสนอเรื่องทั่วไป ในการเสนอขอให้มีกฎหมายขึ้นใหม่หรือเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา

ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำและจัดส่งบันทึกวิเคราะห์สรุปและเอกสารประกอบการพิจารณาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖ ทวิ

ข้อ ๑๖ ทวิ

บันทึกวิเคราะห์สรุปตามข้อ ๑๖ ต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอขอให้มีกฎหมายขึ้นใหม่หรือเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

โดยให้ชี้แจงด้วยว่าเรื่องที่เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณานั้น

ส่วนราชการเจ้าของเรื่องได้พิจารณาแล้วเห็นว่า

(ก)

เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายหรือมีกฎหมายรองรับโดยไม่อาจใช้มาตรการทางบริหาร

เช่น มติคณะรัฐมนตรี แทนได้

(ข) เป็นกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังครอบคลุมไปไม่ถึงมิใช่เป็นกรณีที่เกิดจากการไม่บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ

(ค)

เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องมีกฎหมายขึ้นใหม่เพื่อรองรับโดยไม่อาจหรือไม่สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้ครอบคลุมไปถึงเรื่องดังกล่าว

(๒) ความเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายโดยส่วนราชการต่าง ๆ

ที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายอื่นโดยให้ระบุด้วยว่า ได้มีการหารือส่วนราชการต่าง ๆ

นั้นแล้วหรือไม่ และการใช้กฎหมายที่เสนอมานี้จะส่งเสริม ขัดแย้ง

หรือซ้ำซ้อนกับการใช้กฎหมายของส่วนราชการอื่นหรือไม่ พร้อมด้วยเหตุผล

และหากไม่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายโดยส่วนราชการอื่นก็ให้ระบุยืนยันไว้ด้วย

(๓) การขอข้อมูลหรือความเห็นจากส่วนราชการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

หากไม่มีการขอข้อมูลหรือความเห็น ก็ให้ระบุเหตุผลไว้ด้วย

(๔) กฎหมายที่เสนอนั้นกำหนดให้มีการขออนุญาตเพื่อทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่และมีความจำเป็นเพียงใด

จะใช้วิธีการกำกับดูแลในภายหลังแทนวิธีการขออนุญาตก่อนกระทำได้หรือไม่

กฎหมายดังกล่าวสร้างขั้นตอนหรือมีช่องทางสร้างขั้นตอนขึ้นใหม่หรือไม่และขั้นตอนนั้นมีความจำเป็นเพียงใด

จะลดลงอีกได้หรือไม่

(๕) ประเด็นปัญหาและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ต้องการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาวินิจฉัย

ในกรณีที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีหลายประเด็นให้แยกเป็นข้อ

(๖) หลักการในประเด็นสำคัญ ๆ

ที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องเห็นว่าควรจะมีอยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าวโดยแยกเป็นข้อ ๆ

มาตรา ข้อ ๑๖ ตรี

ข้อ ๑๖ ตรี เอกสารประกอบการพิจารณาตามข้อ

๑๖ ที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจะต้องจัดทำ ได้แก่เอกสารดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นเรื่องที่จะต้องออกเป็นพระราชบัญญัติหรือพระราชกำหนด

(ก) ถ้าเป็นการยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ

ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำร่างกฎหมายที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

และสรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นข้อ ๆ พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็น

(ข)

ถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำสรุปหลักการในประเด็นสำคัญที่เห็นว่าควรจะมีอยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าวโดยแยกเป็นข้อ

ๆ และจะต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่จะใช้เป็นแนวทางในการยกร่างกฎหมายในเรื่องนั้นได้

พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็นโดยไม่ต้องจัดทำร่างกฎหมายเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

เว้นแต่ในกรณีที่เป็นร่างพระราชกำหนดที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตรา

ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องดำเนินการเช่นเดียวกับใน (๑) (ก)

(๒) ในกรณีที่เป็นเรื่องที่จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา

กฎกระทรวงหรืออนุบัญญัติอื่น

(ก) ถ้าเป็นการยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ

ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำร่างกฎหมายและเอกสารเช่นเดียวกันใน (๑) (ก)

(ข) ถ้าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำร่างกฎหมายและเอกสารเช่นเดียวกับใน

(๑) (ก) และจัดทำบัญชีเปรียบเทียบบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันกับร่างกฎหมายที่แก้ไขใหม่โดยระบุถึงความแตกต่างของสาระสำคัญ

พร้อมทั้งเหตุผลที่ขอแก้ไขโดยสรุปตามแบบบัญชีหมายเลข ๔ ท้ายระเบียบนี้ด้วย

(๓) ในกรณีที่ต้องมีเอกสารแนบท้าย (เช่น แผนที่ แผนผัง

บัญชีรายชื่อ) ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องรับรองความถูกต้องของเอกสารแนบท้ายดังกล่าว

และมีคำรับรองของส่วนราชการเจ้าของเรื่องและส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องว่าได้มีการหารือและตรวจสอบร่วมกันแล้ว

(๔) ในกรณีที่เป็นการเสนอปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมหรือภาษีอากรต่าง

ๆ ให้ ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดทำตารางเปรียบเทียบอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับอัตราที่เสนอใหม่ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการที่จะให้มีกฎหมายขึ้นใหม่หรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาดำเนินการ

ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งร่างกฎหมายหรือสรุปหลักการในประเด็นสำคัญที่ควรมีในร่างกฎหมายและเอกสารประกอบที่ส่วนราชการเจ้าของเรื่องได้จัดทำไว้และได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามข้อ

๑๖ ตรี (๑) (ก) หรือ (๒) หรือตามข้อ ๑๖ ตรี (๑) (ข) แล้ว

ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาหรือจัดทำเป็นร่างกฎหมาย แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๗ ทวิ

ข้อ ๑๗ ทวิ

ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องที่ส่งให้ดำเนินการนั้นยังมีข้อเท็จจริงและรายละเอียดไม่เพียงพอต่อการดำเนินการต่อไป

เนื่องจากส่วนราชการเจ้าของเรื่องยังมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๖ ทวิ หรือข้อ ๑๖ ตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจส่งเรื่องดังกล่าวคืนไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่าจำเป็นต้องมีข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดใดเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๗ ตรี

ข้อ ๑๗ ตรี

ร่างกฎหมายที่กรรมการร่างกฎหมายหรือสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาได้ดำเนินการจัดทำและหรือตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว

ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดำเนินการดังนี้

(๑) จัดทำรายละเอียดชี้แจงข้อสาระสำคัญแห่งร่างกฎหมายนั้นโดยให้สรุปสาระสำคัญเป็นข้อ

ๆ ระบุมาตราหรือข้อ พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจนข้อสังเกตเกี่ยวกับผลดีผลเสีย

(ถ้ามี) ในการที่จะต้องมีหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายนั้น ๆ ด้วย

(๒) ในกรณีที่เป็นร่างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันจัดทำบัญชีเปรียบเทียบบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและร่างกฎหมายที่แก้ไขใหม่พร้อมทั้งเหตุผลโดยสรุป

(๓) จัดส่งร่างกฎหมายที่ได้ดำเนินการเสร็จแล้วพร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาตาม

(๑) และ (๒)

ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในกรณีร่างกฎหมายกำหนดให้ต้องมีแผนที่ แผนผัง หรือเอกสารแนบท้าย หรือร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์

แม้ไม่มีบทบัญญัติให้มีแผนที่หรือแผนผังแนบท้าย

ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องจัดส่งเอกสารดังกล่าวที่ผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตามจำนวนที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกำหนด”

ประกาศ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕

อานันท์ ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

วาทินี/วีราภรณ์/อมรรัตน์/ตรวจ

๒๔ มกราคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๕๑/หน้า ๗/๑๗ เมษายน ๒๕๓๕

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8683ae483ea7488a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com