ข้อกำหนด
ออกตามความในมาตรา
๙ แห่งพระราชกำหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘
(ฉบับที่
๑๑)[๑]
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่
๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นคราวที่
๓ จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น
โดยที่รัฐบาลเห็นว่า การยังคงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในคราวนี้แตกต่างจากคราวที่ผ่านมา
คือ มิได้มุ่งที่จะห้ามการเปิดใช้สถานที่หรือการจำกัดกิจกรรมใด ๆ อันอาจกระทบต่อวิถีชีวิตปกติในส่วนของประชาชนเพราะการควบคุมสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยได้ผลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากแต่เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจำเป็นต้องสนธิกำลังทุกฝ่ายนอกเหนือจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ
พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อให้สามารถบูรณาการความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ในการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรคต่อไปได้อีกระยะหนึ่งในช่วงเวลาซึ่งสถานการณ์การระบาดของโรคในต่างประเทศยังไม่เป็นที่น่าวางใจ
ประกอบกับในเดือนกรกฎาคมนี้จะมีการเปิดสถานศึกษา การเปิดใช้ท่าอากาศยาน การเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร
การเปิดสถานบริการ สถานบันเทิง สถานที่แข่งกีฬา
แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่อื่น ๆ หลายแห่งที่มีความเสี่ยงสูงและยังเหลืออยู่ ทั้งยังมีวันหยุดราชการต่อเนื่องกันหลายวันอันอาจมีการเดินทางและการทำกิจกรรมต่าง
ๆ ที่มีการรวมกลุ่มกันหนาแน่นมากกว่าปกติจนเกิดความประมาทไม่นำพาต่อมาตรการป้องกันโรคจนเป็นเหตุให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ดังที่ปรากฏในบางประเทศ
ดังนั้น ในขณะที่ผ่อนคลายมาตรการตามข้อกำหนดต่าง
ๆ เป็นระยะที่ ๕ เพื่อให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมได้ตามแนวชีวิตวิถีใหม่ โดยนำพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ มาบังคับใช้แต่ในขณะเดียวกันจำเป็นต้องคงอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ ในช่วงเวลาเช่นนี้อีกระยะหนึ่งเพื่อให้การใช้เสรีภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นไปด้วยความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่สามารถสั่งการและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย
ดังต่อไปนี้