ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง ขยายกําหนดเวลาการนําส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
การนําส่งภาษีเงินได้การนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการ
ด้วยมาตรา 52 แห่งประมวลรัษฎากร กําหนดให้ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ต้องนําเงินภาษีที่ตนมีหน้าที่หักไปส่ง ณ ที่ว่าการอําเภอภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่จ่ายเงินไม่ว่าจะได้หักภาษีไว้แล้วหรือไม่ มาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร กําหนดให้ผู้มีหน้าที่ นําส่งภาษีจากการจําหน่ายเงินกําไรนําส่งภาษี ณ ที่ว่าการอําเภอภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่จําหน่ายเงินกําไร มาตรา 83/5 และมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร กําหนดให้ผู้ทอดตลาดซึ่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือผู้จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้กับผู้ประกอบการบางประเภท ต้องนําส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ตนมีหน้าที่ต้องนําส่งไปส่ง ณ ที่ว่าการอําเภอภายในเจ็ดวัน และมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร กําหนดให้ผู้รับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ต้องนําส่งเงินภาษี มูลค่าเพิ่มที่ตนมีหน้าที่ต้องเสียภายในสามสิบวัน นับแต่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น โดยที่การจ่ายเงินได้พึงประเมินบางประเภท การจําหน่ายเงินกําไร การขายทอดตลาด การจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือค่าบริการ และการรับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการดังกล่าว ในเดือนหนึ่ง ๆ อาจมีหลายคราว ย่อมเป็นภาระและไม่สะดวกแก่ผู้มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และผู้มี หน้าที่นําส่งภาษีเงินได้หรือนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงสมควรขยายกําหนดเวลาการนําส่งภาษี เงินได้หัก ณ ที่จ่าย การนําส่งภาษีเงินได้หรือการนําส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม และการยื่นรายการสําหรับกรณีดังกล่าว ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงประกาศไว้ดังต่อไปนี้