法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 21)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

(ฉบับที่ ๒๑)

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ และ ข้อ ๑๕ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความใน

(๕) ของข้อ ๑๐ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๙) ลงวันที่

๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๕)

ผู้ลงทุนตามประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ

และอนุพันธ์ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

และบุคคลรายย่อยตามประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ

และอนุพันธ์ของบุคคลรายย่อย ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ในกรณีที่ผู้ลงทุนหรือบุคคลรายย่อยประสงค์จะนำเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการลงทุนหรือการทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวไปลงทุนหรือทำธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวต่อ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๕) ลงวันที่

๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔

ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดในแต่ละกรณี

เมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ แล้ว

(๑)

เพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ

โดยกิจการที่ต่างประเทศนั้นต้องประกอบธุรกิจจริงตามวัตถุประสงค์ของกิจการนั้นหรือตามที่แจ้งไว้กับหน่วยงานที่กำกับดูแล

ดังนี้

(ก)

การส่งเงินโดยนิติบุคคลเพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศซึ่งให้รวมถึงสาขาที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุน

โดยให้มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป

โดยสัดส่วนในกรณีการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

หรือเพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่อยู่ในเครือเดียวกันกับผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน

ไม่จำกัดจำนวน

(ข) การส่งเงินโดยนิติบุคคลเพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่นอกเหนือจาก

(ก) เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกินปีละ ๕๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค)

การส่งเงินโดยบุคคลธรรมดาเพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุน

โดยให้มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป

โดยสัดส่วนในกรณีการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

หรือเพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการที่ได้จัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุนดังกล่าว

หรือเพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศของกิจการดังกล่าว

ไม่จำกัดจำนวน

(๒) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๓)

เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔)

เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑๐

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๖) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑

ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

(๗) เพื่อซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานเป็นจำนวนไม่เกินปีละ

๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน

(๓) ของข้อ ๑๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓) ซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน

ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับ

(ข) เอกสารโครงการซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น

หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกัน และ

(ค) เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์การเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความใน

(๓) ของข้อ ๑๘ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓) การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ

๑๓ ทวิ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน

ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๒ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๒

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี

โดยไม่จำกัดจำนวน”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๓ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๕) ลงวันที่

๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๓

บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔

และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงิน ดังต่อไปนี้

(ก) เงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(ข) เงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(ค) เงินสดไม่เกินวันละ ๑๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้ฝากแต่ละราย

เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

(๒) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

ให้ฝากได้ตามจำนวนที่ขอนำฝาก

(๓) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

รวมถึงเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศที่ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศประสงค์จะฝากรวมกับเงินที่ซื้อ

แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก)

ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต

และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ

ภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ

และให้ผู้ฝากยื่นเอกสารหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ

(ข)

ในกรณีที่ผู้ฝากไม่สามารถยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศ

ให้ฝากเงินตราต่างประเทศได้โดยต้องจัดให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะและยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าว

ณ สิ้นวัน รวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องมีจำนวนไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้ ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล

และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน

(๑) (ค)”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๔ การฝากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของที่ส่งออกของบุคคลต่อไปนี้

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๓

และให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๓

เดือน

(๒) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(๓) ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ

องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมตลอดถึงพนักงาน

ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ

องค์การหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

(๔)

เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของสถานทูตต่างประเทศซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๕) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ

องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๖) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

นอกจากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๑)

แล้วเจ้าพนักงานอนุญาตให้ฝากเงินตราต่างประเทศและยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศได้ในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑)

เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลในประเทศกู้ยืมจากกิจการวิเทศธนกิจและขอนำเข้าฝากในบัญชีของตน

(๒)

เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๓)

เงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศอื่น

(๔)

เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศชำระให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ

๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเอกสารประกอบตามข้อ ๑๕

(๕)

เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๖)

เงินตราต่างประเทศที่นำเงินบาทจากบัญชีของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไปซื้อเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้น

(๗) เงินตราต่างประเทศซึ่งชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยขอซื้อจากนิติบุคคลรับอนุญาต

เพื่อฝากตามข้อ ๑๗

ทั้งนี้

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๕/๑ และข้อ ๒๖ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐)

ลงวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๕/๑

นอกจากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ตามข้อ ๒๓ (๑)

แล้วเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลในประเทศฝากเงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งต่างประเทศตามข้อ

๒๓ (๒)

ของนิติบุคคลในประเทศบุคคลอื่นที่มีแหล่งเงินได้ค่าสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ

เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกัน

และยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้

โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๓ (๒) หรือ (๓) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การฝากเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดในข้อ ๒๓ ข้อ ๒๕ และข้อ ๒๕/๑

นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้น ดังนี้

(๑) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(๒) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น

รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(๓) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาต

ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา

และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ

๒๗ และข้อ ๒๘ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๗

การฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต หากผู้ฝากประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝาก

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ฝากดำเนินการแลกเปลี่ยนได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้นิติบุคคลรับอนุญาตจ่ายเป็นเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศสกุลที่ฝาก”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ

๒๙ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๙

ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้โดยผู้ถอนต้องปฏิบัติตามข้อ

๓๐ ด้วย

(๑) ชำระให้แก่บุคคลในต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวในข้อ ๑๑

แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่

๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๒) ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๓)

บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีของตนฝากเข้าบัญชีเงินฝากของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

(๔) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

(๕) (ยกเลิก)

(๖) กรณีที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อ

ก. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของส่วนราชการ องค์การของรัฐ

องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

ข.

ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการองค์การของรัฐ

องค์การของรัฐบาลของประเทศไทยที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

(๗) ขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม (๖) ได้

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องจัดให้ผู้ฝากยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๒ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๒

การถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๒๙ (๑) ถึง

(๖) และข้อ ๒๙/๑ หากผู้ถอนประสงค์จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ถอนแลกเปลี่ยนได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้ถอนจะใช้เงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นในทันที

(๒)

เมื่อปรากฏว่าผู้ถอนขอแลกเปลี่ยนและฝากเงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ การฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ

๒๓”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔

ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๓

ในกรณีบุคคลตามที่กล่าวในข้อ ๒๔

ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากให้บุคคลดังกล่าวได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ

๒๙ และข้อ ๓๐ และเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการถอนได้ทุกกรณี

ในกรณีที่ผู้ขอฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน

และให้รับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี

โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการรับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ

๔๔ ถึง ข้อ ๔๗”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๔ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒๐) ลงวันที่

๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๔

บุคคลใดประสงค์จะขอซื้อ ขาย ฝาก ถอน เงินตราต่างประเทศ

หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่

๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ให้บุคคลนั้นยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตามที่เจ้าพนักงานกำหนด

และให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดทำสำเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน

และในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตรับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตสำแดงจำนวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปี

ที่รับทำธุรกรรมในแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศด้วย

ในกรณีไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนตั้งแต่

๕๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดนิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องจัดให้ผู้ขอทำแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเป็น

๒ ฉบับ เพื่อแยกรายละเอียดของการรับและการจ่ายเงินตราต่างประเทศให้ชัดเจน

ในกรณีที่บุคคลใดขอซื้อ ขาย ฝาก ถอนเงินตราต่างประเทศ

หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจำนวนต่ำกว่า

๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตออกหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมดังกล่าวโดยต้องสำแดง จำนวนเงิน

อัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปี

ที่รับทำธุรกรรมและวัตถุประสงค์และให้จัดทำสำเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นเป็นหลักฐานด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๕ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๕

เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

ส่งคำสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT

ที่มีข้อมูลครบถ้วนเช่นเดียวกับแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่กำหนดในข้อ ๔๔

แทนการกรอกข้อมูลในแบบดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงนามรับรองและประทับตรา และสำแดงจำนวนเงิน

อัตราแลกเปลี่ยน และวันเดือนปีที่รับทำธุรกรรมในเอกสารดังกล่าวด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้ยกเลิกความในข้อ ๔๖ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่

๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๖

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเก็บรักษาแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ

เอกสารคำสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT แบบคำขออนุญาต และเอกสารที่นิติบุคคลรับอนุญาตออกให้

รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ไม่น้อยกว่า ๕

ปีเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ”

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกความในข้อ

๔๗ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง

การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๔๗

นิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องรายงานการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน โอน ฝาก ถอนให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ

การฝากถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

รวมทั้งการรายงานด้านอื่น ๆ

ภายใต้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศต่อเจ้าพนักงานผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนด ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและดูแลให้การรายงานข้อมูลดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน”

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานเป็นรายกรณี ให้ดำเนินการใด ๆ

ตามกรณีที่กำหนดในข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๖ ข้างต้น

อยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

หากเงื่อนไขใดที่กำหนดในหนังสืออนุญาตดังกล่าวไม่เกินขอบเขตที่กำหนดในกรณีตามประกาศฉบับนี้

ให้ใช้เงื่อนไขตามประกาศฉบับนี้แทน

แต่หากเงื่อนไขใดที่กำหนดในหนังสืออนุญาตมีขอบเขตเกินกว่าขอบเขตที่กำหนดในกรณีตามประกาศฉบับนี้

ให้ใช้เงื่อนไขตามหนังสืออนุญาตนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖

จันทวรรณ สุจริตกุล

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๗ มิถุนายน

๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๑๗ กรกฎาคม

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๗๗ ง/หน้า ๒๔/๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 21) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_86eba4295f79eb79

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com