法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๕

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลปกครอง

พ.ศ. ๒๕๕๕

โดยที่มาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ กําหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กําหนดขึ้นสําหรับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท โดยจะต้องมีกลไกและระบบในการดําเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเห็นว่าจริยธรรมจะเป็นข้อปฏิบัติที่เป็นแบบแผนคุณงามความดีที่จะเสริมสร้างให้เจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครองมีความประพฤติ การปฏิบัติงาน เกียรติ และศักดิ์ศรี เหมาะสมกับความเป็นเจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครอง และควรแก่การไว้วางใจและเชื่อมั่นของประชาชน

เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยดังกล่าวอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง (๑๒) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ วรรคสาม ประกอบกับมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจึงกําหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลปกครองขึ้น ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับ เมื่อพ้นกําหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“จริยธรรม” หมายความว่า ข้อกําหนดเกี่ยวกับจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลปกครองตามระเบียบนี้

“ก.ขป.” หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

"คณะอนุกรรมการจริยธรรม" หมายความว่า คณะอนุกรรมการจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สํานักงานศาลปกครอง

"สํานักงาน" หมายความว่า สํานักงานศาลปกครอง

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“รองเลขาธิการ” หมายความว่า รองเลขาธิการสํานักงานศาลปกครอง

“ที่ปรึกษา” หมายความว่า ที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง (พนักงานคดีปกครองทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์ ทักษะ และสมรรถนะ) และที่ปรึกษาสํานักงานศาลปกครอง

“ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานศาล ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการวิทยาลัยหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงหัวหน้ากลุ่มช่วยอํานวยการเลขาธิการ

"เจ้าหน้าที่" หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พนักงานราชการศาลปกครอง และลูกจ้างสํานักงานศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นํากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด หมวด ๑

เจตนารมณ์และจุดมุ่งหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าหน้าที่ต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย จริยธรรม เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวม อํานวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชน โดยยึดหลักนิติธรรมหลักธรรมาภิบาล ความเป็นกลางทางการเมือง และคํานึงถึงสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เจ้าหน้าที่ต้องรักษาจริยธรรมโดยกระทําการหรือไม่กระทําการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๒

หมวด หมวด ๒

จริยธรรมของเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เจ้าหน้าที่ต้องมีจริยธรรมต่อประเทศชาติและส่วนรวม ดังต่อไปนี้

(๑) ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ดําเนินการใดที่เป็นการต่อต้านหรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และไม่กระทําการละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินีและรัชทายาท

(๓) ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องไม่กระทําการใดในตําแหน่งหน้าที่หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัวซึ่งก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมที่อยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เจ้าหน้าที่ต้องมีจริยธรรมต่อสํานักงาน ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบจริยธรรม เพื่อรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของสํานักงาน

(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินนโยบายโดยชอบของสํานักงาน

(๓) ไม่กระทําการใดให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และเกียรติภูมิของสํานักงาน

(๔) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการ หรือสิ่งอํานวยความสะดวกของสํานักงานเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เจ้าหน้าที่ต้องมีจริยธรรมต่อตุลาการศาลปกครอง ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงาน ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในการรักษาจริยธรรม

(๒) ปฏิบัติตามคําสั่งของตุลาการศาลปกครองที่ทําหน้าที่บริหาร ผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ และจริยธรรม

(๓) ปฏิบัติตนต่อตุลาการศาลปกครอง ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงานด้วยความชอบธรรม

(๔) ให้เกียรติ ละเว้นการใช้กิริยาวาจาที่ไม่สุภาพ และไม่ดูหมิ่นตุลาการศาลปกครองผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงาน

(๕) รักษาความสามัคคี ให้ความร่วมมือ ไม่กระทําการอันเป็นการกลั่นแกล้งหรือใช้อํานาจโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ร่วมงานทุกระดับ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เจ้าหน้าที่ต้องมีจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม ปราศจากอคติ ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

(๒) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกําลังความรู้ความสามารถ และเป็นไปตามหลักจรรยาวิชาชีพ

(๓) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รวดเร็ว มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี และเต็มใจให้บริการ

(๔) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมือง ไม่กระทําการอันเป็นการฝักฝ่ายทางการเมืองหรือกระทําการอันเป็นคุณหรือโทษแก่พรรคการเมืองหรือในทางการเมือง

(๕) รักษาความลับของราชการ ต้องไม่เปิดเผยความลับแก่บุคคลใดซึ่งไม่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะล่วงรู้ความลับนั้น

(๖) ให้ข้อมูลข่าวสารของราชการตามสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับตามกฎหมายอย่างครบถ้วนถูกต้อง และไม่บิดเบือน

(๗) ปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รักษาและพัฒนาคุณภาพของงาน และมาตรฐานวิชาชีพโดยเคร่งครัด

(๘) ละเว้นการกระทําทั้งปวงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตําแหน่งหน้าที่ของตนหรือของเจ้าหน้าที่อื่น และไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อื่นโดยมิชอบ

(๙) ไม่ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการหลีกเลี่ยง บิดเบือน ละเว้น หรือขัดต่อกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ และจริยธรรม

(๑๐) ไม่ใช้ตําแหน่งหน้าที่หรือนําความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลใดมาประกอบการใช้ดุลพินิจกระทําการหรือไม่กระทําการใดให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะมีอคติหรือเลือกปฏิบัติ

(๑๑) ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการดําเนินงานไปเพื่อการอื่นอันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าหน้าที่ต้องมีจริยธรรมต่อการดํารงตน ดังต่อไปนี้

(๑) ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องไม่กระทําการใดในฐานะส่วนตัวซึ่งก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวม

(๒) เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ไม่เลี่ยงกฎหมาย ไม่ใช้หรือแนะนําให้ใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น

(๓) ไม่ละเมิดหลักสําคัญทางศีลธรรม ศาสนา จารีตประเพณี หรือจริยธรรม

(๔) ดํารงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น พร้อมทั้งน้อมนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดํารงชีวิต

หมวด หมวด ๓

องค์กรคุ้มครองจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ ก.ขป. ควบคุม กํากับให้มีการปฏิบัติตามระเบียบนี้ โดยมีอํานาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการอันจําเป็นในการใช้บังคับระเบียบนี้

(๒) ตีความ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๓) แต่งตั้งคณะบุคคลหรือบุคคลเพื่อดําเนินการตามระเบียบนี้

(๔) ดําเนินการอื่นตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ ก.ขป. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) กรรมการใน ก.ขป. ที่ ก.ขป. มอบหมาย เป็นประธานอนุกรรมการ

(๒) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกจํานวนสองคน ซึ่งสํานักงานเสนอโดยความเห็นชอบของ ก.ขป.เป็นอนุกรรมการ

(๓) ข้าราชการฝ่ายศาลปกครองจํานวนสองคน ซึ่งเป็นผู้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการ รองเลขาธิการที่ปรึกษา หรือผู้อํานวยการ โดยได้รับเลือกจากการเลือกกันเองของข้าราชการฝ่ายศาลปกครองผู้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว เป็นอนุกรรมการ

(๔) ผู้แทนเจ้าหน้าที่จํานวนสองคน ซึ่งเป็นบุคคลที่มิใช่ผู้ดํารงตําแหน่งตาม (๓) โดยได้รับเลือกจากเจ้าหน้าที่ด้วยกัน เป็นอนุกรรมการ

การเลือกอนุกรรมการตาม (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ขป. ประกาศกําหนด

อนุกรรมการจริยธรรมตาม (๒) (๓) (๔) ต้องไม่เป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการด้านวินัยและคณะอนุกรรมการด้านอุทธรณ์และร้องทุกข์ และต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกลงโทษกรณีฝ่าฝืนจริยธรรม

ให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่หนึ่งคนในสํานักงานเป็นเลขานุการ และอีกสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

อนุกรรมการตาม (๓) และ (๔) ซึ่งพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของสํานักงานให้พ้นจากการเป็นอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ อนุกรรมการจริยธรรมมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละห้าปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งอนุกรรมการซึ่งพ้นจากตําแหน่งอาจได้รับสรรหาหรือเลือกให้เป็นอนุกรรมการอีกได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมมีอํานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ควบคุม กํากับ และให้คําแนะนําในการใช้บังคับระเบียบนี้

(๒) กําหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนจริยธรรม

(๓) สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๔) พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้บังคับระเบียบนี้ เมื่อได้วินิจฉัยแล้วให้ส่งคําวินิจฉัยให้ ก.ขป. โดยพลัน ถ้า ก.ขป. มิได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ ก.ขป. รับเรื่องให้คําวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการจริยธรรมเป็นที่สุด

(๕) คุ้มครองเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบนี้อย่างตรงไปตรงมา มิให้ผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจโดยไม่เป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ผู้นั้น

(๖) เสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้ หรือการอื่นที่เห็นสมควรต่อ ก.ขป.

(๗) ดําเนินการอื่นตามระเบียบนี้ หรือตามที่ ก.ขป. มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่อนุกรรมการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ให้ดําเนินการสรรหาหรือเลือกอนุกรรมการเพื่อแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการจริยธรรมภายในหกสิบวันนับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่งตามวาระ

ในกรณีที่ยังมิได้ดําเนินการสรรหาหรือเลือกอนุกรรมการใหม่ ให้อนุกรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้ดําเนินการสรรหาหรือเลือกอนุกรรมการใหม่ และให้ถือว่าคณะอนุกรรมการจริยธรรมประกอบด้วยอนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของอนุกรรมการทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่อนุกรรมการพ้นจากตําแหน่งก่อนครบกําหนดตามวาระให้ดําเนินการสรรหาหรือเลือกอนุกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่วาระของอนุกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่สรรหาหรือเลือกอนุกรรมการแทนก็ได้ ผู้ซึ่งได้รับสรรหาหรือเลือกเป็นอนุกรรมการแทนนั้นให้อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่อนุกรรมการพ้นจากตําแหน่งก่อนครบกําหนดตามวาระ และยังมีอนุกรรมการเหลืออยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของอนุกรรมการทั้งหมดให้อนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และให้ถือว่าคณะอนุกรรมการจริยธรรมประกอบด้วยอนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เลขาธิการ รองเลขาธิการ ที่ปรึกษา และผู้อํานวยการ มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบนี้และประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) สนับสนุนและส่งเสริมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ประพฤติปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๒) คุ้มครองเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามจริยธรรมมิให้ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใช้อํานาจโดยไม่เป็นธรรมในกรณีที่เลขาธิการ รองเลขาธิการ ที่ปรึกษา หรือผู้อํานวยการ ถูกเจ้าหน้าที่ผู้ใดกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม บุคคลผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวจะดําเนินการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงหรือคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย หรือดําเนินการทางจริยธรรมหรือดําเนินการอื่นใดที่จะกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้กล่าวหานั้นมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการจริยธรรมแล้ว

(๓) ปฏิบัติตามมติหรือคําวินิจฉัยของ ก.ขป. หรือคณะอนุกรรมการจริยธรรม

(๔) ดูแลและติดตามให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามระเบียบนี้อย่างเคร่งครัด

(๕) รวบรวมปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบนี้ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระเบียบนี้ หรือการอื่นตามที่เห็นสมควรเสนอคณะอนุกรรมการจริยธรรมเพื่อนําเสนอ ก.ขป. ต่อไป

(๖) ดําเนินการอื่นตามระเบียบนี้ หรือตามที่ ก.ขป. หรือคณะอนุกรรมการจริยธรรมมอบหมาย

หมวด หมวด ๔

การดําเนินการทางจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือมีผู้ทักท้วงว่าการกระทําใดของเจ้าหน้าที่อาจขัดจริยธรรมตามระเบียบนี้ เจ้าหน้าที่ต้องไม่กระทําการดังกล่าว หรือหากกระทําการดังกล่าวต้องหยุดการกระทําและส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมพิจารณาวินิจฉัย ในกรณีที่คณะอนุกรรมการจริยธรรมวินิจฉัยว่าการกระทํานั้นขัดจริยธรรมเจ้าหน้าที่จะกระทําการนั้นมิได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อรู้หรือพบเห็นการฝ่าฝืนจริยธรรมตามระเบียบนี้ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องรายงานการฝ่าฝืนจริยธรรมดังกล่าวพร้อมพยานหลักฐาน (ถ้ามี) ต่อผู้บังคับบัญชาที่ตนสังกัด เพื่อให้ดําเนินการตามข้อ ๒๓

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่ามีเจ้าหน้าที่อาจประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนจริยธรรมตามระเบียบนี้ ให้เลขาธิการสั่งให้ดําเนินการสืบสวน หรือพิจารณาในเบื้องต้นตามวิธีการที่เห็นสมควรถ้าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมให้สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมให้ดําเนินการทางวินัยตามข้อ ๒๔ ต่อไป

ในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่าเลขาธิการอาจประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนจริยธรรมตามระเบียบนี้ให้รายงานต่อคณะอนุกรรมการจริยธรรม เพื่อขอให้นําเสนอต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อสั่งให้ดําเนินการสืบสวน หรือพิจารณาในเบื้องต้นตามวิธีการที่เห็นสมควร ถ้าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมให้สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมให้ดําเนินการทางวินัยตามข้อ ๒๔ต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การฝ่าฝืนจริยธรรมตามที่กําหนดไว้ในหมวด ๒ ของระเบียบนี้ ให้ถือว่าเป็นการกระทําผิดทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง หรือระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยลูกจ้างของสํานักงานศาลปกครอง แล้วแต่กรณี และการดําเนินการเกี่ยวกับการกระทําผิดทางวินัยดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการดําเนินการทางวินัยตามกฎหมายหรือระเบียบว่าด้วยการนั้น สําหรับการกระทําที่จะเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรงให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนา มูลเหตุจูงใจความสําคัญและระดับตําแหน่งตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ฝ่าฝืน อายุ ประวัติและความประพฤติในอดีต สภาพแวดล้อมแห่งกรณีผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืน และเหตุอื่นอันควรนํามาประกอบการพิจารณา

กรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมให้ผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งมีคําสั่งลงโทษทางวินัยตามควรแก่กรณี ในกรณีที่การฝ่าฝืนจริยธรรมและมีเหตุอันควรลดหย่อนจะนํามาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ ในกรณีที่การฝ่าฝืนจริยธรรมและมีเหตุอันควรงดโทษจะงดโทษให้โดยให้ทําทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งให้ได้รับการพัฒนาตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การอุทธรณ์คําสั่งลงโทษทางวินัยที่ฝ่าฝืนจริยธรรมตามข้อ ๒๔ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยพนักงานราชการศาลปกครอง หรือระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยลูกจ้างของสํานักงานศาลปกครอง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการสรรหา การบรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนเงินเดือน การย้ายหรือการโอน และการลงโทษเจ้าหน้าที่ให้คํานึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อมีปัญหาการปฏิบัติตามจริยธรรมในเรื่องใด เจ้าหน้าที่อาจเสนอเรื่องที่เป็นปัญหาดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อนําเสนอขอคําวินิจฉัยจากคณะอนุกรรมการจริยธรรมได้ และให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมดําเนินการตามข้อ ๑๗ (๔) ต่อไป

บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ดําเนินการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมตามระเบียบนี้ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๕๕ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8724b1e6321bd9dc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com