ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 21/2551
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน
ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์เฉพาะการรับฝากและดูแลรักษาเงินในบัญชีดูแลผลประโยชน์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
โดยที่ระบบการทําสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์หรือการทําสัญญาต่างตอบแทนอื่นใดในปัจจุบันต้องอาศัยความน่าเชื่อถือระหว่างคู่สัญญาเป็นหลักในการชําระหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ดังนั้นเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และการดําเนินธุรกิจโดยทั่วไป ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดให้มีบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account)
ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ให้มีผลบังคับใช้เกี่ยวกับกิจการดูแลผลประโยชน์ซึ่งรวมถึงบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเพื่อให้มีคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อทําหน้าที่ดูแลการชําระหนี้ของคู่สัญญาให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับที่มีการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ในส่วนของการรับฝากและการดูแลรักษาเงินในบัญชีดูแลผลประโยชน์ โดยธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะประกอบกิจการดังกล่าวจะต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังภายใต้กฎหมายว่าด้วยการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา
ในการออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีผลยกเลิกกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์และกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ดังนั้นกฎกระทรวง ประกาศต่าง ๆ ที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว จึงสิ้นผลบังคับใช้เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์เฉพาะการรับฝากและการดูแลรักษาเงินในบัญชีดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
4.1 หนังสือเวียนที่ ธปท.สนส. (1 1)ว. 514/2544 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจ Escrow account ลงวันที่ 8 มีนาคม 2544
4.2 ประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดให้มีบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2546 (หนังสือเวียนนําส่งที่ ธปท.สนส. (11) ว. 2689/2546 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2546)
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์เฉพาะในส่วนของการรับฝากและการดูแลรักษาเงินในบัญชีดูแลผลประโยชน์โดยธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน" หมายความว่าธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
"กิจการดูแลผลประโยชน์" หมายความว่า การทําหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อดูแลการชําระหนี้ของคู่สัญญาให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาดูแลผลประโยชน์ โดยกระทําเป็นทางค้าปกติและได้รับค่าตอบแทนหรือค่าบริการ
5.2 ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประกอบกิจการภายใต้พระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 โดยธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนจะต้องปฏิบัติตามบทเฉพาะกาลตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551
5.3 ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนสามารถดําเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจัดให้มีบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยอนุญาตไว้เดิมได้โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้
5.3.1 ให้บริการรับฝากเงินจากผู้ฝากในรูปแบบบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) ที่ได้ทําสัญญาจะซื้อจะขายหรือสัญญาซื้อขายสินทรัพย์ต่าง ๆ กับผู้ขายสินทรัพย์โดยดูแลให้มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวเมื่อผู้ซื้อและผู้ขายปฏิบัติตามข้อกําหนดในสัญญาประกอบการเปิดบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) ครบถ้วนแล้ว
5.3.2 ในการให้บริการดูแลการเบิกถอนเงินจากบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการเปิดบัญชี ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่นจากผู้ใช้บริการได้ แต่จะต้องกําหนดไว้ในสัญญาประกอบการเปิดบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) อย่างชัดเจน
5.3.3 ในสัญญาประกอบการเปิดบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(1) ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา
(2) ข้อมูลด้านสินทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งหนี้ในสัญญา
(3) กําหนดขอบเขตความรับผิดชอบและบทบาทหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนในการให้บริการดูแลบัญชีผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) อย่างชัดเจนทั้งนี้ จะต้องไม่รวมถึงการตรวจสอบความสําเร็จของสิ่งปลูกสร้างและการตัดสินว่าคู่สัญญาปฏิบัติตามเงื่อนไขการถอนเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่
(4) หลักเกณฑ์การเปิดบัญชี การฝาก หรือการเบิกถอนเงิน การชําระดอกเบี้ย ข้อปฏิบัติในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหรือเกิดข้อพิพาท รวมทั้งการปิดบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account)
(5) รายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมจากการให้บริการดูแลบัญชีผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account) และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยระบุผู้รับภาระค่าใช้ง่ายดังกล่าวอย่างชัดเจน
(6) วันเริ่มและสิ้นสุดการเปิดบัญชีดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา (Escrow account)
5.3.4 กําหนดนโยบายการประกอบธุรกิจ รวมถึงขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบหน่วยงานที่รับผิดชอบ รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติเละวิธีการดําเนินการไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ระเบียบปฏิบัติในการเปิดบัญชี ระเบียบปฏิบัติในการรับฝากหรือถอนเงิน หลักเกณฑ์ในการจ่ายดอกเบี้ย การคิดค่าธรรมเนียมหรือคิดค่าบริการจากลูกค้า แนวทางปฏิบัติในกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหรือเกิดข้อพิพาทและระบบการควบคุมภายใน เป็นต้น ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน
5.3.5 จัดให้มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิของคู่สัญญาต่อเงินฝาก และต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบและเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวอย่างชัดเจน
5.3.6 ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนต้องจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้
5.3.7 ตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดและต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย