ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส.14/2558
เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit derivatives)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และคู่สัญญาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต โดยที่ผ่านมา หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตจะเข้มงวดกว่าธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทอื่น โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้กําหนดรายชื่อของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้เป็นการทั่วไป และไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมที่นอกเหนือจากรายชื่อดังกล่าว เพื่อลดโอกาสที่ธนาคารพาณิชย์หรือคู่สัญญาจะได้รับความเสียหายจากการทําธุรกรรมดังกล่าวจนอาจส่งผลกระทบต่อความมีเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และยังเป็นเครื่องมือในการทําธุรกรรมที่มีความซับซ้อน เช่น ธุรกรรม Synthetic collateralized debt obligation ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตเป็นหนึ่งในสาเหตุสําคัญของวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดเริ่มมีความต้องการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตประเภท Funded credit derivatives เช่น Total rate of return linked notes เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุนให้กับผู้ลงทุนธนาคารแห่งประเทศไทยจึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์ในการนําเสนอธุรกรรม โดยสรุปสาระสําคัญได้ดังนี้
(1) ขยายขอบเขตของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ได้รับอนุญาตให้ครอบคลุมธุรกรรม Total rate of return linked notes ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่จํานวนเงินตามสัญญามีมูลค่าไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา (Accreting หรือ Amortised credit derivatives) และธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่มีการออกตราสารและมีเงื่อนไขให้สามารถไถ่ถอนก่อนครบกําหนด (Callable หรือ Puttable funded credit derivatives) ซึ่งเป็นธุรกรรมที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างจากธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับเดิมไม่มากนัก
(2) ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถขอความเห็นชอบในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ในประกาศได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธนาคารพาณิชย์ในการนําเสนอธุรกรรม รวมถึงตอบสนองความต้องการในการบริหารความเสี่ยงและการลงทุน
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 41 มาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตได้ตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ยกเลิก/แก้ไข
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 10/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Credit Derivatives ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย
"ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต" หมายความว่า ธุรกรรมที่ใช้ในการโอนความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงที่กําหนดไว้ในสัญญา (Obligation category and Obligation characteristics) จากผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต (Protection buyer) ไปยังผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต (Protection seller) โดย Protection seller จะได้รับผลตอบแทนหรือค่าธรรมเนียมที่อ้างอิงกับความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity) แลกกับการมีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายชําระเงินให้แก่ Protection buyer เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์ตามที่ระบุในสัญญาธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit event)
"ผู้ลงทุนสถาบัน" "ผู้ลงทุนรายใหญ่" และ "ผู้ลงทุนรายย่อย" หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายย่อยตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
"ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ" หมายความว่า ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non-resident) ตามคําจํากัดความที่กําหนดไว้ในมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทตามหนังสือเวียนว่าด้วยขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท
"ผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ" หมายความว่า ผู้ที่ไม่ใช่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศตามคําจํากัดความที่กําหนดข้างต้น
คําจํากัดความอื่นนอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น ให้เป็นไปตามเอกสารแนบ 1
5.2 หลักการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตได้ทั้งในฐานะ Protection buyer และ Protection seller โดยต้องเป็นประเภทของธุรกรรมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาต ซึ่งส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างเป็นมาตรฐานและเป็นที่รู้จักในตลาดอนุพันธ์ด้านเครดิต รวมถึงมีแนวทางการคํานวณเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตดังกล่าวต้องมีลักษณะของธุรกรรม สินทรัพย์อ้างอิงและคู่สัญญาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตอื่นที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ในประกาศ ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าว โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้าน ได้แก่ Efficiency, Governance, Micro-prudential, Macro-prudential และ Fairness ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ โครงสร้างประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต (Credit derivatives) สรุปได้ตามแผนภาพในเอกสารแนบ 2
5.3 ประเภทของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ได้รับอนุญาต
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตภายใต้ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงที่อ้างอิงเอกสารสัญญามาตรฐานของ International Swaps and Derivatives Association (ISDA)' ดังนี้
5.3.1 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ Protection seller ยังไม่มีการชําระเงินเพื่อวางเป็นประกันในการรับความเสี่ยงของตนเอง (Unfunded credit derivatives) ได้แก่
(1) Credit default swaps (CDS)
(2) Total rate of return swaps (TRORS)
(3) First to default swaps (FTDS)
(4) Proportionate credit default swaps (PCDS)
5.3.2 ธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ Protection seller ชําระเงินทั้งจํานวนเพื่อวางเป็นประกันในการรับความเสี่ยงของตนเอง (Funded credit derivatives) ได้แก่
(1) Credit linked notes (CLN)
(2) Total rate of return linked notes (TRORN)
(3) First to default credit linked notes (FTDN)
(4) Proportionate credit linked notes (PCLN)
ทั้งนี้ ข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง รวมถึงประเภทของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตข้างต้นมีคําจํากัดความตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 1
5.4 ลักษณะของธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ได้
5.4.1 ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตทั้ง Unfunded และ Funded credit derivatives ที่จํานวนเงินตามสัญญามีมูลค่าไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา โดยจํานวนเงินตามสัญญาอาจมีค่าเพิ่มขึ้น (Accreting) หรือลดลง (Amortised) ซึ่งมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องถูกกําหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน ณ วันเริ่มต้นสัญญาอย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่จํานวนเงินตามสัญญาสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยที่มูลค่าที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ถูกกําหนดไว้ล่วงหน้า เช่น ธุรกรรม Contingent credit default swaps
5.4.2 ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรม Funded credit derivatives ที่มีการออกตราสารและมีเงื่อนไขให้สามารถไถ่ถอนก่อนครบกําหนด ซึ่งได้แก่ ตราสารหนี้ที่ผู้กู้ยืมมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกําหนด หรือตราสารหนี้ที่ผู้ให้กู้ยืมมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกําหนด ในช่วงเวลา ราคาและวิธีการที่กําหนดไว้ตามสัญญา โดยวิธีการดังกล่าวเป็นไปตามประเพณีปฏิบัติปกติของตลาดตราสารทางการเงิน
5.4.3 หากธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Funded credit derivatives ในฐานะ Protection buyer ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่ใช้คําว่า "เงินฝาก" ในการเสนอขายเพื่อป้องกัน Protection seller เข้าใจผิดว่าธุรกรรมดังกล่าวจะได้รับการคุ้มครองโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
5.4.4 หากธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรม Funded credit derivatives ในฐานะ Protection buyer โดยมีการออกตราสารหนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระบุเงื่อนไขห้ามเปลี่ยนมือ ยกเว้นในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ผู้ออกสามารถควบคุมดูแลการโอนเปลี่ยนมือให้อยู่ภายในขอบเขตของกลุ่มคู่สัญญาตามที่กําหนดในข้อ 5.6.1
5.5 สินทรัพย์อ้างอิง
ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่ใช้สินทรัพย์ดังต่อไปนี้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต
(1) สินทรัพย์หรือภาระผูกพันที่ออกโดย Protection seller
(2) ธุรกรรมเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (บัญชีมาร์จิน)
(3) ธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงที่ไม่เข้าข่ายได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured products)
ทั้งนี้ ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง ซึ่งนอกจากจะต้องปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้แล้ว ธนาคารพาณิชย์ยังต้องปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝง (Structured products) ด้วย
(4) ธุรกรรมอนุพันธ์ เว้นแต่กรณีธนาคารพาณิชย์เป็น Protection buyer ซึ่งธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้เฉพาะธุรกรรม Credit default swaps หรือธุรกรรม Credit Lin ked notes เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเครดิตที่เกิดจากฐานะในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ โดยธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ทําต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงอื่นเพิ่มเติมยกเว้นความเสี่ยงด้านเครดิตของคู่สัญญาและความเสี่ยงด้านตลาดที่เกิดจากธุรกรรม Credit default swaps หรือธุรกรรม Credit linked notes ดังกล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เองหรือเพื่อให้บริการป้องกันความเสี่ยงแก่คู่สัญญา โดยจัดเก็บเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ที่สถานที่ทําการเพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.6 คู่สัญญา
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตกับคู่สัญญาที่เป็นผู้ลงทุนได้ทุกประเภท ตามเงื่อนไขดังนี้
5.6.1 ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมในฐานะ Protection buyer ได้เฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบัน แต่ไม่รวมถึงธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
5.6.2 ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมในฐานะ Protection seller ได้กับ
(1) ผู้ลงทุนสถาบัน แต่ไม่รวมถึงธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยบริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ หรือ
(2) ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนรายย่อย ที่มีภาระความเสี่ยงด้านเครดิตจากสินทรัพย์อ้างอิงและต้องการทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นเท่านั้นโดยธนาคารพาณิชย์จะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับภาระอ้างอิงดังกล่าว รวมทั้งจัดเก็บเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ที่สถานที่ทําการให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ
5.7 ธุรกรรมที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่อาจมีรายละเอียดของธุรกรรมบางประการต่างจากหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดตามข้อ 5.3 ถึงข้อ 5.06 ธนาคารพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่จะเริ่มทําธุรกรรมดังกล่าวโดยธนาคารพาณิชย์ต้องนําส่งคําขอตามแบบฟอร์มการขอความเห็นชอบทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตตามที่กําหนดในเอกสารแนบ 3 ทั้งนี้ คําขอดังกล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ํากว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์หม่ โดยในการมอบอํานาจดังกล่าวต้องกระทําเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องเป็นการลงนามแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเท่านั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเห็นชอบให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตได้ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามหลักการในการกํากับดูแลสถาบันการเงิน 5 ด้านตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์สําหรับธนาคารพาณิชย์ โดยในการพิจารณาให้ความเห็นชอบธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน
ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์มีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตที่ประสงค์จะทํานั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือไม่ให้ธนาคารพาณิชย์หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทําธุรกรรมดังกล่าว
5.8 การรายงานข้อมูล
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตต้องจัดทําแบบรายงานตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยต้องจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป ผ่านทางระบบบริหารข้อมูล DMS DA (Extranet) ดังนี้
5.8.1 การรายงานการทําธุรกรรมครั้งแรก
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตต้องรายงานรายละเอียดของสัญญาที่ทําเป็นครั้งแรกของแต่ละธุรกรรม (ร่วมถึงธุรกรรมที่ทําและสิ้นสุดในระหว่างงวดการรายงานด้วย) ใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 4
5.8.2 การรายงานยอดคงค้าง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตทุกประเภทที่มียอดคงค้างเหลืออยู่ ณ วันสิ้นเดือน ต้องรายงานยอดคงค้างของธุรกรรมที่ทําใน "แบบรายงานยอดคงค้างธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิต" ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในเอกสารแนบ 4
5.9 การกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในเอกสารแนบ 5 ถึงเอกสารแนบ 8
5.10 ข้อกําหนดอื่น
การทําธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตของสาขาของธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 5.1 ข้อ 5.2 ข้อ 5.8 และข้อ 5.9 ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาดังกล่าวทําธุรกรรมกับผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ทุกประการ
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
6.1 หากธุรกรรมอนุพันธ์ด้านเครดิตซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้ทําก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ไม่อยู่ในกรอบและหลักเกณฑ์การทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ สําหรับธุรกรรมที่ทําไปแล้วและยังคงค้างอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุสัญญา โดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญา เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย
6.2 ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจัดส่งแบบรายงานตามข้อ 5.8 สําหรับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 1 และสิ้นเดือนที่ 2 หลังจากวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้มายังธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมกับข้อมูลของสิ้นเดือนที่ 3 ได้
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน 2558
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย