ข้อ ๓
การดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการในความรับผิดชอบของ
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ มีดังนี้
๓.๑ งานกรรมการร่างกฎหมาย
กรรมการร่างกฎหมายมีหน้าที่ในการจัดทำร่าง
กฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย โดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงซึ่ง
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์
เศรษฐศาสตร์
สังคมศาสตร์
หรือการบริหารราชการแผ่นดิน
และมีประสบการณ์ใน
ด้านการบริหารราชการแผ่นดินในระดับอธิบดีขึ้นไป หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการ
ใช้กฎหมายระดับผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือนักวิชาการที่มีประสบการณ์สอนใน
มหาวิทยาลัยซึ่งปัจจุบันมีกรรมการร่างกฎหมาย ๘๖ ท่าน
การจัดทำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายมิใช่เป็น
การตรวจการใช้ถ้อยคำเท่านั้น แต่จะต้องเนินการ
โดยตรวจสอบหลักการที่ปรากฏใน
เนื้อหาสาระของร่างกฎหมายนั้น และกำหนดโครงสร้าง
กลไกของกฎหมาย เพื่อให้
เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนและในขณะเดียวกันต้องสร้างประสิทธิภาพในการ
บริหารราชการแผ่นดิน
รวมทั้งการพิจารณาให้สอดคล้องหลักกฎหมายที่ยอมรับใน
ทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ระบบกฎหมายของประเทศเป็นใน
แนวทางที่ถูกต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน
มิให้เกิดการใช้บังคับกฎหมายที่สับสนไม่อาจ
ปฏิบัติให้เป็นผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้
ในการดำเนินงานของกรรมการร่างกฎหมายจะมีเจ้า
หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่เป็นเลขานุการ เพื่อศึกษาและ
เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการรวมทั้งเป็นผู้จัดทำร่างกฎหมายหรือจัดทำความเห็น
ทางกฎหมายในลักษณะผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าของเรื่อง (rapporteur) ในคณะกรรมการ
ระดับสูงซึ่งในขณะนี้ได้แบ่งกลุ่มงานด้านงานร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย
ตามลักษณะของกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศ ดังนี้
(๑) กลุ่มกฎหมายเวนคืน ผังเมือง และการแบ่งส่วน
ราชการ
(๒) กลุ่มกฎหมายการชลประทานและการใช้ประโยชน์
ทางน้ำ
(๓) กลุ่มกฎหมายการเกษตรและป่าไม้
(๔) กลุ่มกฎหมายที่ดิน อุตสาหกรรม เทคโนโลยี
และสิ่งแวดล้อม
(๕) กลุ่มกฎหมายการศึกษา การสาธารณสุขและ
สวัสดิการสังคม
(๖) กลุ่มกฎหมายการเงินและการคลัง
(๗) กลุ่มกฎหมายการขนส่งและการโทรคมนาคม
(๘) กลุ่มกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง
และทางอาญา
(๙) กลุ่มกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน
(๑๐) กลุ่มกฎหมายกิจการพิเศษ
๓.๒ งานกรรมากรพัฒนากฎหมาย
กรรมการพัฒนากฎหมายมีหน้าที่ในการศึกษาวิจัย
ทางกฎหมายโดยประกอบด้วยกรรมการร่างกฎหมายจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือก
ว่ามีความรู้
ความเชี่ยวชาญในด้านพัฒนากฎหมาย
และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่งที่
แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญทางวิจัยในสาขาต่างๆ
ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย
๑๕ ท่าน
ในการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย
จะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ในการรวบรวมสภาพ
ปัญหาการใช้บังคับกฎหมายของประเทศ เสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง
กฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ ดำเนินการศึกษาวิจัยหรือปฏิบัติหน้าที่ในทาง
วิชาการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
๓.๓ งานกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
(งานวินิจฉัยคดีปกครอง)
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัย
คดีปกครองโดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง
ตามที่รัฐสภาเสนอแนะ
จากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่กำหนดคุณสมบัติไว้โดย
เฉพาะเช่นเดียวกับกรรมการร่างกฎหมาย
ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
๖๗ ท่าน
ในการดำเนินงานของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะเป็นไปตามวิธี
พิจารณาซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีการ พ.ศ. ๒๕๒๒
และระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับการ
พิจารณาของศาลปกครอง
กล่าวคือ
เมื่อมีการร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งทำหน้าที่เลขานุการกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะทำการสรุป
ข้อเท็จจริงทั้งจากการชี้แจงของประชาชนผู้ร้องทุกข์และการชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการ ในการพิจารณา
ของคณะกรรมการจะให้โอกาสคู่กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวและชี้แจงหรือแสดง
หลักฐานเพิ่มเติม
แล้วจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ซึ่งทำหน้าที่พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน
สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและเสนอความเห็น
ในทำนองเดียวกับตุลาการนายเดียว หลังจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์
เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการต่อไป
การพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จึงเป็น
การดำเนินการโดยใช้ระบบไต่สวนและระบบการถ่วงดุลการใช้อำนาจวินิจฉัยคดีเป็นหลักการ
ดำเนินการ
ในขณะนี้งานด้านวินิจฉัยร้องทุกข์แบ่งเป็นงานด้านต่าง
ๆ ดังนี้
(๑) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง
ทางอาญา
การพาณิชยกรรม และการเกษตร
(๒) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับวินัยราชการ สถาบันการศึกษา
การศาสนา
และวัฒนธรรม
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
และราชการตำรวจ
(๓) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ผังเมือง
การก่อสร้าง
การจัดสรรที่ดิน
สิ่งแวดล้อมและเหตุรำคาญ
โรงงานและการอุตสาหกรรม
การสาธารณสุข
ทรัพยากรธรรมชาติและการพลังงาน
(๔)
งานร้องทุกข์เกี่ยวกับระเบียบพัสดุและสัญญา
กับทางราชการ
รัฐวิสาหกิจ ความรับผิดทางแพ่งและตรวจเงินแผ่นดิน
(๕) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์
การคมนาคม
และการสื่อสาร สังคม และวิชาชีพต่าง ๆ
(๖) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน การเมืองการปกครองและ
การบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคงภายในประเทศและคนต่างด้าว
(๗)
งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
ราชการทหารและการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครอง
(๘)
งานร้องทุกข์เกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญและเงิน
สวัสดิการข้าราชการ
การเงินการคลัง
ภาษีอากร และที่ราชพัสดุ
๓.๔ งานกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
กรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เป็น
กรรมการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีทั้งหมด ๑๒ ท่าน โดย
เป็นกรรมการที่มีหน้าที่ในการบริหารกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาให้ความ
เห็นเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐ การดูแลสอดส่อง
และรายงานคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ และการพัฒนา
หลักกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานขจองรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ
สำนักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและ
สนับสนุนในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิบัติราชการให้แก่คณะกรรมกรร
๓.๕ งานกรรมการประมวลกฎหมาย
กรรมการประมวลกฎหมายมีหน้าที่พิจารณาตรวจ
สอบสภาพปัญหาการใช้ประมวลกฎหมายของประเทศและแก้ไขให้สอดคล้องกับการ
พัฒนาของสภาพสังคมไทยและการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดทางด้านวิชาการของ
ประเทศซึ่งต้องดำเนินการในลักษณะต่อเนื่อง โดยในขณะนี้ได้มีคณะกรรมการรวม
๔ คณะ
ทำหน้าที่พิจารณาปรับปรุงประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎมายอาญา
และประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญา
ทั้งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำ
หน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมการ