法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง

โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่

วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของ

ราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ และประกาศในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีเกี่ยวกับการจัดพิมพ์หรือจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการที่

เกิดขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ให้ใช้บังคับ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงออกประกาศไว้

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีภารกิจตามอำนาจหน้าที่

ในด้านต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน ดังต่อไปนี้

๑.๑

งานร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย ซึ่งได้แก่

(๑) งานจัดทำกฎหมาย เป็นงานจัดทำและตรวจ

พิจารณากฎหมายทุกรูปแบบที่จำเป็นต้องตราขึ้นเป็นหลักเกณฑ์ในการบริหารราชการ

แผ่นดินของประเทศ

ซึ่งได้แก่

พระราชบัญญัติ

พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง

ระเบียบ

ข้อบังคับ หรือประกาศทุกฉบับ

(๒) งานเสนอความเห็นหรือข้อสังเกตเกี่ยวกับ

กฎหมายเป็นงานเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาให้มีกฎหมายใหม่หรือ

แก้ไขปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายเดิม รวมทั้งข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่าง ๆ

ที่ควรได้

รับการพิจารณาเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่จะตราขึ้นต่อคณะรัฐมนตรี

(๓) งานให้ความเห็นทางกฎหมาย เป็นงาน

วินิจฉัยบทบัญญัติต่าง ๆ

ของกฎหมายทุกฉบับและเสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

เพื่อประโยชน์ในการกำหนดแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่น

ดินต่อคณะรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม

รัฐวิสาหกิจ ราชการ

ส่วนภูมิภาค

ราชการส่วนท้องถิ่น

และหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง

(๔) งานให้ความสนับสนุนในด้านกฎหมายแก่

หน่วยงานของรัฐ

เป็นงานสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาจนของรัฐทุกแห่ง โดยการ

เป็นกรรมการตามกฎหมายและตามที่หน่วยงานแห่งรัฐร้องขอในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ด้านกฎหมาย

การบริหารราชการแผ่นดิน

และทำหน้าที่ช่วยเหลือให้ข้อคิดเห็นเกี่ยว

กับการร่างกฎหมายและการตอบข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย

(๕)

งานประสานการจัดทำกฎหมายในชั้นรัฐสภา

เป็นงานสนับสนุนด้านกฎหมายเพื่อให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่ง

ได้แก่การชี้แจงกฎหมายต่าง ๆ

ในการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร

วุฒิสภารวมทั้ง

ในชั้นกรรมาธิการของสภาดังกล่าว

(๖) งานด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นงานที่

เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการในส่วนที่

เกี่ยวกับการให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ การ

ให้ความเห็นทางกฎหมายในการประชุมระหว่างประเทศ การแปลกฎหมาย และการ

เปรียบเทียบกฎหมายระหว่างประเทศ

๑.๒ งานพัฒนากฎหมาย (Law Reform)

เป็นงานที่เกี่ยว

กับการศึกษาวิจัยทางกฎหมายเพื่อเสนอแนะการปรับปรุงกฎหมายอย่างเป็นระบบให้

สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศและเป็นการวางรากฐานสำหรับกฎหมายในอนาคต

โดยจะมีการศึกษาสภาพปัญหา

แนวทางการแก้ไขทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ

การรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน และการจัดทำกฎหมายที่เหมาะสม

๑.๓ งานวิจัยเรื่องร้องทุกข์ (งานพิจารณาคดีปกครอง)

เป็นงานที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยข้อพิพาทเป็นคดีปกครองระหว่างเอกชนกับเจ้าหน้าที่

ของรัฐหรือหน่วยงานของรับที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่หรือ

ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าหรนือกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่หรือขัดต่อหน้าที่ไม่ถูกต้อง

ตามกฎหมาย

ทั้งนี้

โดยมีวิธีพิจารณาคดีในลักษณะเดียวกับศาลปกครองที่จะมีการ

จัดตั้งขึ้นต่อไป

๑.๔ งานบริหารกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปก

ครองและกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยที่กฎหมายทั้ง ๒

ฉบับเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่

ของรัฐ

ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองและความรับผิดในการดำเนินการ

ทางปกครองของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งใช้บังคับกังหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ทุกแห่งทั่วประเทศและประชาชนที่เกี่ยวข้อง โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้ ด้วยการดูแลและให้คำ

แนะนำการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ การเผยแพร่ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึง

สิทธิตามกฎหมาย

การตรากฎหมายลำดับรองตามกฎหมายนี้

และการพัฒนาหลัก

กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฎหมายมหาชน

๑.๕ งานสถาบันพัฒนากฎหมายมหาชน เนื่องจากการ

บริหารราชการแผ่นดิน

เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของ

กฎหมายซึ่งกฎหมายเหล่านั้นเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยใขช้หลักกฎหมายมหาชน

ดังนั้นการใช้กฎหมายภาครัฐเป็นไปโดยถูกต้อง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไป

โดยมีประสิทธิภาพและสามารถคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณชน จำเป็นต้องมีการ

พัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักกฎหมายมหาชนเพื่อให้มีการ

ใช้กฎหมายโดยถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีการดำเนินการทั้งในด้านการ

ฝึกอบรมและสัมมนา การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศ

และการเผยแพร่เอกสาร

ข้อมูลทางวิชาการในด้านกฎหมายมหาชน

๑.๖

งานหน่วยงานกลางด้านข้อมูลกฎหมายของประเทศ

เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศไทยทั้งหมดทั้งกฎหมาย

ในอดีตเพื่อใช้ศึกษาถึงความเป็นมาและการพัฒนาทางด้านกฎหมายของประเทศและ

กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงความถูกต้องเพื่อสนับสนุนการ

ดำเนินการดำเนินงานทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐสภา ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม

และ

ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่ามีกฎหมายใดใช้บังคับอยู่ในประเทศใดบ้าง ซึ่งการ

ดำเนินการได้รวบรวมและติดตามความเคลื่อนไหวของกฎหมายทุกระดับ รวมทั้งรวบ

รวมความคิดเห็นของกฎหมายและเอกสารทางวิชาการทางกฎหมายทั้งในประเทศ

และนอกประเทศ

และได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศเป็นเครือข่ายเผยแพร่กฎหมายโดย

เปิดเผย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

วิธีการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แบ่ง

เป็น ๒ ฝ่าย ดังนี้

๒.๑

งานที่ดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการในความรับผิด

ชอบของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

๒.๒

งานในความรับผิดชอบดำเนินการของสำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกาโดยตรง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การดำเนินการร่วมกับคณะกรรมการในความรับผิดชอบของ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ มีดังนี้

๓.๑ งานกรรมการร่างกฎหมาย

กรรมการร่างกฎหมายมีหน้าที่ในการจัดทำร่าง

กฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย โดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงซึ่ง

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์

สังคมศาสตร์

หรือการบริหารราชการแผ่นดิน

และมีประสบการณ์ใน

ด้านการบริหารราชการแผ่นดินในระดับอธิบดีขึ้นไป หรือเป็นผู้มีประสบการณ์ในการ

ใช้กฎหมายระดับผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือนักวิชาการที่มีประสบการณ์สอนใน

มหาวิทยาลัยซึ่งปัจจุบันมีกรรมการร่างกฎหมาย ๘๖ ท่าน

การจัดทำและตรวจพิจารณาร่างกฎหมายมิใช่เป็น

การตรวจการใช้ถ้อยคำเท่านั้น แต่จะต้องเนินการ

โดยตรวจสอบหลักการที่ปรากฏใน

เนื้อหาสาระของร่างกฎหมายนั้น และกำหนดโครงสร้าง

กลไกของกฎหมาย เพื่อให้

เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนและในขณะเดียวกันต้องสร้างประสิทธิภาพในการ

บริหารราชการแผ่นดิน

รวมทั้งการพิจารณาให้สอดคล้องหลักกฎหมายที่ยอมรับใน

ทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ระบบกฎหมายของประเทศเป็นใน

แนวทางที่ถูกต้องเป็นรูปแบบเดียวกัน

มิให้เกิดการใช้บังคับกฎหมายที่สับสนไม่อาจ

ปฏิบัติให้เป็นผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้

ในการดำเนินงานของกรรมการร่างกฎหมายจะมีเจ้า

หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่เป็นเลขานุการ เพื่อศึกษาและ

เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการรวมทั้งเป็นผู้จัดทำร่างกฎหมายหรือจัดทำความเห็น

ทางกฎหมายในลักษณะผู้รับผิดชอบเป็นเจ้าของเรื่อง (rapporteur) ในคณะกรรมการ

ระดับสูงซึ่งในขณะนี้ได้แบ่งกลุ่มงานด้านงานร่างกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมาย

ตามลักษณะของกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศ ดังนี้

(๑) กลุ่มกฎหมายเวนคืน ผังเมือง และการแบ่งส่วน

ราชการ

(๒) กลุ่มกฎหมายการชลประทานและการใช้ประโยชน์

ทางน้ำ

(๓) กลุ่มกฎหมายการเกษตรและป่าไม้

(๔) กลุ่มกฎหมายที่ดิน อุตสาหกรรม เทคโนโลยี

และสิ่งแวดล้อม

(๕) กลุ่มกฎหมายการศึกษา การสาธารณสุขและ

สวัสดิการสังคม

(๖) กลุ่มกฎหมายการเงินและการคลัง

(๗) กลุ่มกฎหมายการขนส่งและการโทรคมนาคม

(๘) กลุ่มกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง

และทางอาญา

(๙) กลุ่มกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดิน

(๑๐) กลุ่มกฎหมายกิจการพิเศษ

๓.๒ งานกรรมากรพัฒนากฎหมาย

กรรมการพัฒนากฎหมายมีหน้าที่ในการศึกษาวิจัย

ทางกฎหมายโดยประกอบด้วยกรรมการร่างกฎหมายจำนวนหนึ่งที่ได้รับการคัดเลือก

ว่ามีความรู้

ความเชี่ยวชาญในด้านพัฒนากฎหมาย

และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่งที่

แต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญทางวิจัยในสาขาต่างๆ

ซึ่งขณะนี้มีคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย

๑๕ ท่าน

ในการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย

จะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ในการรวบรวมสภาพ

ปัญหาการใช้บังคับกฎหมายของประเทศ เสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง

กฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ ดำเนินการศึกษาวิจัยหรือปฏิบัติหน้าที่ในทาง

วิชาการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

๓.๓ งานกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

(งานวินิจฉัยคดีปกครอง)

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีหน้าที่พิจารณาวินิจฉัย

คดีปกครองโดยประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

ตามที่รัฐสภาเสนอแนะ

จากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่กำหนดคุณสมบัติไว้โดย

เฉพาะเช่นเดียวกับกรรมการร่างกฎหมาย

ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

๖๗ ท่าน

ในการดำเนินงานของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะเป็นไปตามวิธี

พิจารณาซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีการ พ.ศ. ๒๕๒๒

และระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ซึ่งจะมีลักษณะเดียวกับการ

พิจารณาของศาลปกครอง

กล่าวคือ

เมื่อมีการร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน

คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งทำหน้าที่เลขานุการกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะทำการสรุป

ข้อเท็จจริงทั้งจากการชี้แจงของประชาชนผู้ร้องทุกข์และการชี้แจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการ ในการพิจารณา

ของคณะกรรมการจะให้โอกาสคู่กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวและชี้แจงหรือแสดง

หลักฐานเพิ่มเติม

แล้วจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ซึ่งทำหน้าที่พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน

สรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายและเสนอความเห็น

ในทำนองเดียวกับตุลาการนายเดียว หลังจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการต่อไป

การพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จึงเป็น

การดำเนินการโดยใช้ระบบไต่สวนและระบบการถ่วงดุลการใช้อำนาจวินิจฉัยคดีเป็นหลักการ

ดำเนินการ

ในขณะนี้งานด้านวินิจฉัยร้องทุกข์แบ่งเป็นงานด้านต่าง

ๆ ดังนี้

(๑) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง

ทางอาญา

การพาณิชยกรรม และการเกษตร

(๒) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับวินัยราชการ สถาบันการศึกษา

การศาสนา

และวัฒนธรรม

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

และราชการตำรวจ

(๓) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ผังเมือง

การก่อสร้าง

การจัดสรรที่ดิน

สิ่งแวดล้อมและเหตุรำคาญ

โรงงานและการอุตสาหกรรม

การสาธารณสุข

ทรัพยากรธรรมชาติและการพลังงาน

(๔)

งานร้องทุกข์เกี่ยวกับระเบียบพัสดุและสัญญา

กับทางราชการ

รัฐวิสาหกิจ ความรับผิดทางแพ่งและตรวจเงินแผ่นดิน

(๕) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการเวนคืน

อสังหาริมทรัพย์

การคมนาคม

และการสื่อสาร สังคม และวิชาชีพต่าง ๆ

(๖) งานร้องทุกข์เกี่ยวกับที่ดิน การเมืองการปกครองและ

การบริหารราชการแผ่นดิน ความมั่นคงภายในประเทศและคนต่างด้าว

(๗)

งานร้องทุกข์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

ราชการทหารและการปฏิบัติงานของฝ่ายปกครอง

(๘)

งานร้องทุกข์เกี่ยวกับบำเหน็จบำนาญและเงิน

สวัสดิการข้าราชการ

การเงินการคลัง

ภาษีอากร และที่ราชพัสดุ

๓.๔ งานกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

กรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เป็น

กรรมการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีทั้งหมด ๑๒ ท่าน โดย

เป็นกรรมการที่มีหน้าที่ในการบริหารกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาให้ความ

เห็นเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติตามกฎหมายให้แก่หน่วยงานของรัฐ การดูแลสอดส่อง

และรายงานคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ และการพัฒนา

หลักกฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการของหน่วยงานขจองรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ

สำนักงาน

คณะกรรมการกฤษฎีกาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการและ

สนับสนุนในทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายการปฏิบัติราชการให้แก่คณะกรรมกรร

๓.๕ งานกรรมการประมวลกฎหมาย

กรรมการประมวลกฎหมายมีหน้าที่พิจารณาตรวจ

สอบสภาพปัญหาการใช้ประมวลกฎหมายของประเทศและแก้ไขให้สอดคล้องกับการ

พัฒนาของสภาพสังคมไทยและการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดทางด้านวิชาการของ

ประเทศซึ่งต้องดำเนินการในลักษณะต่อเนื่อง โดยในขณะนี้ได้มีคณะกรรมการรวม

๔ คณะ

ทำหน้าที่พิจารณาปรับปรุงประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวล

กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ประมวลกฎมายอาญา

และประมวลกฎหมายวิธี

พิจารณาความอาญา

ทั้งนี้ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำ

หน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการให้กับคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การดำเนินการในความรับผิดชอบดำเนินการของสำนักงาน

คณะกรรมการกฤษฎีการโดยตรง

ในขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดแบ่งส่วนราชการและ

แบ่งส่วนงานภายในดังนี้

๔.๑ สำนักงานเลขานุการกรม มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราช

การทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และราชการที่มิได้แยกให้เป็นอำนาจ

หน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง

(๑) ปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงานคณะกรรมการ

กฤษฎีกา

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ

งานเลขานุการ

งานแผนงาน

และงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานคณะกรรมการ

กฤษฎีกา

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การงบประมาณ

การพัสดุ

อาคารสถานที่

และยานพาหนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) จัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของสำนัก

งานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๕) จัดวางระบบการสำรวจ การจัดเก็บ การประมวลผล

และการใช้ประโยชน์ข้อมูลของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

รวมทั้งพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการบริหารงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและ

เป็นศูนย์กลางในการให้บริการข้อมูลด้านกฎหมาย

(๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของ

หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

๔.๒ กองกฎหมายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่

(๑) ศึกษา ค้นคว้า

และวิเคราะห์กฎหมายต่าง

ประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบกฎหมาย

ต่างประเทศกับกฎหมายไทยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกา

(๒) แปลกฎหมายและเอกสารทางกฎหมายตามที่

หน่วยงานของรัฐ

องค์การระหว่างประเทศ

และสถานทูตของรัฐบาลต่างประเทศขอ

ความร่วมมือ

(๓)

ให้ความเห็นเกี่ยวกับการกู้เงินต่างประเทศ

และการออกพันธบัตร

(๔) รวบรวมเอกสารทางวิชาการเพื่อประโยชน์ใน

การอ้างอิง

(๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ

งานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือทีได้รับมอบหมาย

๔.๓ กองกฎหมายไทย มีอำนาจหน้าที่

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจพิจารณาร่าง

กฎหมายตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมและพัฒนา

นิติกรของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๓) รวบรวมกฎหมาย และข้อมูลทางกฎหมาย

และทางวิชาการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ

งานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

๔.๔ กองยกร่างกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่

(๑) ดำเนินการยกร่างกฎหมายตามที่หน่วยงาน

ของรัฐร้องขอและตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำในปัญหาเกี่ยวกับ

กฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ

(๓) ประสานงานและติดตามผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง

กับการเสนอร่างกฎหมาย

(๔) ศึกษา ค้นคว้า

และเสนอความเห็นเกี่ยวกับ

การแก้ไขปรับปรุงหรือยกร่างประมวลกฎหมาย

(๕) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ

งานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

๔.๕ กองวิเคราะห์กฎหมายและการร้องทุกข์ มีอำนาจ

หน้าที่

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย

(๒) ติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ

ในเรื่องที่มีการร้องทุกข์ และรวบรวมศึกษาและวิเคราะห์เหตุแห่งการร้องทุกข์ รวม

ทั้งดำเนินการเพื่อพัฒนากฎหมายปกครอง

(๓) รวบรวม จัดทำและเผยแพร่เอกสารทางวิชา

การของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

(๔) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ

งานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

๔.๖ กองพัฒนาวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มีอำนาจ

หน้าที่

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานของคณะกรรมการวิธี

ปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๒) เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนจัดทำ

เอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองและหลัก

กฎหมายปกครองที่เกี่ยวข้องให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน

(๓)

ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ

ในปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๔) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ

หน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

(๕) ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงหรือพัฒนา

กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการปกครอง

(๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติ

งานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย

นอกจากการแบ่งส่วนราชการดังกล่าวแล้ว สำนักงานคณะกรรมการ

กฤษฎีกา

ได้แบ่งส่วนงานภายในเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ไว้อีก

ดังต่อไปนี้

๑.

สถาบันพัฒนานักกฎหมายทำหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ

และเผยแพร่เอกสารวิชาการเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน

๒. ศูนย์ข้อมูลทางด้านกฎหมาย ทำหน้าที่ในการรวบรวมและ

ติดตามความเคลื่อนไหวด้านกฎหมายของประเทศทุกระดับ และทำการเผยแพร่

กฎหมายต่อสาธารณชนทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะ

กรรมการกฤษฎีกา

ได้แก่

๕.๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (หน่วยงานคณะ

กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์) อาคารเอ็กซิม

ชั้นที่ ๒๒ เลขที่ ๑๑๙๓ ถนนพหล

โยธิน

เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์

๒๗๑-๓๘๖๐, ๒๗๑-

๓๘๕๕-๖

กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับงานคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์และ

งานเกี่ยวกับกฎหมาย

วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

๕.๒ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขที่ ๓ ท่าช้างวัง

หน้า

เขตพระนคร

กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โทรศัพท์ ๒๒๒๐๒๐๖-๙

๒๒๑๕๓๐๖,๒๒๑๕๓๙๕,๒๒๑๕๓๔๔ และ

๒๒๑๕๓๗๖ โทรสาร ๒๓๖๖๒๐๑

กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับงานด้านร่างกฎหมายและการให้ความเห็นทางกฎหมาย

งานพัฒนากฎหมาย

งานประมวลกฎหมาย

งานสถาบันพัฒนานักกฎหมายมหาชน

งานศูนย์ข้อมูลทางกฎหมาย และงานบริหารด้านอื่น ๆ

๕.๓ นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เผย

แพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดย

ทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เนต ซึ่งสามารถรับทราบข้อมูลได้ที่

URL:http://www.krisdika.go.th

ประกาศ ณ

วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

อักขราทร จุฬารัตน

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

[รก.๒๕๔๒/๓ง/๗๑/๑๒

มกราคม ๒๕๔๒]

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสาร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_89749261a3d73b91

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com