法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ.

๒๕๔๒

เพื่อให้การบริหาร

การจัดระบบ การขอ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

ของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร

เป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็วและมี

ประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมาย

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๒"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้ว

ในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร พนัก

งานและลูกจ้างพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครรวมทั้งผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้

แก่กรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้ถ้าไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มาตราที่ระบุถึงหมายถึง มาตรา

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในระเบียบนี้

"ข้อมูลข่าวสาร"

หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูล

ใดๆ

ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการและข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าว

สารของราชการ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรุงเทพมหานคร

"ข้อมูลข่าวสารของราชการ"

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารของ

ราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของ

กรุงเทพมหานคร

"ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล"

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วน

บุคคลตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความในความครอบครองหรือควบคุมดู

แลของกรุงเทพมหานคร

"หน่วยงาน"

หมายความว่า หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ

กรุงเทพมหานคร

และให้หมายความรวมถึงส่วนราชการระดับกองในสังกัดสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

และการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

"เจ้าหน้าที่"

หมายความว่า ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่กรุงเทพมหานคร

"คณะกรรมการ"

หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎ

หมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของ

ราชการ อาจแยกได้เป็น ๒ ประเภท คือ

๗.๑ ข้อมูลข่าวสารของราชการ

ซึ่งต้องดำเนินการดังนี้

๗.๑.๑

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตาม

มาตรา ๗

๗.๑.๒

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องจัดเตรียมไว้ในสถานที่ติดต่อให้

ประชาชนเช้าตรวจดูตามมาตรา ๙

โดยหน่วยงานต้องตรวจสอบว่าไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่

ต้องห้ามมิให้เปิดเผยและต้องจัดในรูปที่ประชาชนเข้าตรวจดูได้

๗.๑.๓

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ประชาชนอาจขอได้ตามมาตรา ๑๑ โดย

เป็นข้อมูลที่หน่วยงานไม่ต้องจัดไว้ในสถานที่ติดต่อแต่เมื่อประชาชนร้องขอ

หน่วยงานต้องตรวจสอบคำ

ขอว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจจัดให้ได้หรือไม่

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยตามมาตรา

๗ และมาตรา ๙ ดังกล่าวหากมีกฎ

หมายเฉพาะกำหนดให้มีการเปิดเผยหรือเผยแพร่ด้วยวิธีการอย่างอื่นให้หน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมาย

เฉพาะเรื่องนั้นด้วย

๗.๒ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้มีคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า

"กข. กทม." ประกอบด้วย

รองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายเป็นประธาน

กรรมการ ที่ปรึกษากฎหมายกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร ผู้

อำนวยการสำนักการคลัง

ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักการ

คลัง หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

หัวหน้าสำนักเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกองปกครองและทะเบียน

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกอง

ประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ

โดยมีผู้อำนวยการกองกลาง สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร

เป็นกรรมการและเลขานุการและหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป กองกลาง สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

กข. กทม. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๙.๑ กำกับ เร่งรัดและติดตามดูแล

ให้หน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ

และกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

๙.๒ เสนอนโยบายหรือมาตรการและหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ

การขอ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

๙.๓

ให้คำแนะนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจา

นุเบกษารวมทั้งการจัดพิมพ์และเผยแพร่

๙.๔

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภท

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยหรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความรับผิดลับของราชการ

๙.๕

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรจัด

เก็บไว้ที่กรุงเทพมหานคร หรือส่งไปหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากรหรือหน่วยงานของรัฐ

แห่งอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

๙.๖

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วน

ราชการและเอกชน

๙.๗

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วน

ราชการและเอกชน

๙.๘ ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็น ในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการ

ดำเนินการตามระเบียบนี้

๙.๙

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการเรื่องใดๆ

ตามที่ กข. กทม. เห็นสมควร

๙.๑๐ เชิญบุคคลใดๆ

มาสอบถามหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

๙.๑๑ ดำเนินการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

หรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพ

มหานครหรือปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุม กข. กทม.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ

กรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม

ในการประชุม

กข. กทม. ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่

สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลง

คะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการและ

คณะทำงาน ที่ กข. กทม. ตั้งขึ้นโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานต้องจัดทำและดำเนินการเพื่อลงพิมพ์ในราช

กิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗

๑๒.๑ โครงสร้างและการจัดองค์กรของหน่วยงานในการดำเนินงาน

๑๒.๒

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงานของหน่วยงาน

๑๒.๓

สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วย

งาน

๑๒.๔ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ

แบบแผน ประกาศ นโยบายหรือการตี

ความ ของกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานนั้น ทั้งนี้

ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่กรุงเทพมหานคร หน่วยงาน

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายจัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ

เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปแก่เอกชน

ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใช้เป็นหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ

เป็นต้น หากยังไม่ได้มีการลงพิมพ์ในราชกิจจา

นุเบกษาหน่วยงานจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้ใดไม่ได้

เว้นแต่ผู้นั้นจะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสาร

นั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร

๑๒.๕ ข้อมูลข่าวสารตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้หน่วยงานจัดส่งข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้ให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

เพื่อดำเนินการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

ข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่ตามจำนวนพอสมควรแล้ว

และมีการลง

พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้น

หน่วยงานไม่ต้องดำเนินการลงพิมพ์ในราชกิจจา

นุเบกษาอีก

ให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร พิจารณาว่าข้อมูลข่าวสารใดตามข้อนี้ที่

สมควรขายหรือจำหน่ายจ่ายแจกแก่ส่วนราชการหรือแก่ประชาชน

แล้วเสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อ

พิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูตามมาตรา ๙

ให้

หน่วยงานดำเนินการดังนี้

๑๓.๑ จัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล

จัดระบบ จัดเก็บและรับเรื่องจาก

ประชาชนที่จะขอข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้

ให้หน่วยงานพิจารณาว่าสมควรจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดู

แลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

หรือให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานอื่นให้มาทำหน้าที่ในส่วนนี้ด้วย โดยให้หน่วย

งานพิจารณาดำเนินการโดยคำนึงถึงความประหยัดแต่ต้องมีประสิทธิภาพและต้องไม่ให้มีผลกระทบต่อ

งานในหน้าที่ของหน่วยงานด้วย

๑๓.๒

สถานที่ติดต่อเพื่อให้ส่วนราชการและประชาชนเข้าตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า

และขอข้อมูลข่าวสาร หรือคำแนะนำ มีดังนี้

๑๓.๒.๑ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

ได้แก่ ฝ่ายบริหารงาน

ทั่วไป

๑๓.๒.๒

สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ฝ่าย

บริหารงานทั่วไป

๑๓.๒.๓

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่

สำนักงานเลขานุการ

๑๓.๒.๔

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ กองกลาง

๑๓.๒.๕ สำนัก ได้แก่

สำนักงานเลขานุการ

๑๔.๒.๖ สำนักงานเขต ได้แก่

ฝ่ายปกครอง

๑๔.๒.๗

การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ กองกลาง ในสังกัด

สำนักงานการพาณิชย์นั้น

๑๔.๒.๘

สถานที่ติดต่ออื่นตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

กรณีหน่วยงานเห็นสมควรจัดสถานที่อื่นเป็นสถานที่ติดต่อตามข้อนี้ให้เสนอ

ปลัดกรุงเทพมหานครพิจารณาอนุมัติ

๑๓.๓ ให้หน่วยงานพิจารณาตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้มีส่วนใดที่ต้อง

ห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หรือไม่

หากมีให้ลบหรือตัดทอนหรือทำด้วยประการ

ใดในข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ในสถานที่ติดต่อดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น

๑๓.๔

ให้หัวหน่วยงานหรือข้าราชการกรุงเทพมหานครที่หัวหน้าหน่วยงานมอบ

หมาย เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ขอโดยให้คิดค่าธรรมเนียมตามที่กรุงเทพ

มหานครกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ

๒ ขึ้นไปที่หัวหน้า

หน่วยงานมอบหมาย

เป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

๑๓.๕

ให้หน่วยงานสำเนาข้อมูลข่าวสารนี้พร้อมรับรองความถูกต้องและดำเนินการ

จัดทำบัญชีเอกสารตามแนบท้ายระเบียบส่งให้แก่กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และหรือหน่วย

งานอื่นตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

ให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และสถานที่ติดต่ออื่นตามที่ปลัดกรุงเทพ

มหานครกำหนด

ทำหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกลางของกรุงเทพมหานครและเป็นสถานที่ติดต่อให้

บริการข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙ ของทุกหน่วยงาน

รวมทั้งให้จัดบริการการค้นข้อมูลข่าวสารที่ลง

พิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาด้วย และให้กองประชาสัมพันธ์

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนัก

นโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร

จัดทำดัชนีและบัญชีข้อมูลข่าวสารของกรุงเทพมหานครทั้งหมด โดย

ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ว่ามีเรื่องใด

และอาจค้นหาได้ที่หน่วยงานไหน นอกจากที่กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

บุคคลใดไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดูขอ

สำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องได้

โดยต้องยื่นคำร้องตามแนบท้ายระเบียบนี้และต้องเสียค่า

ธรรมเนียมตามที่กรุงเทพมหานครกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

สำหรับคนต่างด้าวจะมี

สิทธิแค่ไหนเพียงใดให้เป็นไปตากฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของ

ราชการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

นอกจากข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามที่กำหนดในข้อ

๑๒

และข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูตามข้อ ๑๓

หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นและประชาชน

อาจขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดตามมาตรา ๑๑

ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ในสถานที่ติดต่อตามข้อ ๑๓

ให้ผู้ขอกรอกรายการในคำร้องตามแบบท้ายระเบียบนี้

ให้หัวหน้าหน่วยงาน

หรือข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ

๗ ซึ่งหัวหน้าหน่วยงาน มอบหมายเป็นผู้พิจารณาว่าสมควรจัดข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้ผู้ขอหรือไม่

โดย

พิจารณาสั่งไม่เปิดเผยและแจ้งผู้ขอโดยเร็วพร้อมระบุเหตุผลรายละเอียดที่จำเป็น

หากเป็นกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นข้อมูลข่าวสารมาตรา ๑๔ หรือ มาตรา ๑๕

(๒) ผู้ขอได้ขอจำนวนหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร

(๓)

ข้อมูลข่าวสารนั้นอยู่ในสภาพที่พร้อมจะให้ได้ เนื่องจากต้องมีการดำเนินการ

วิเคราะห์หรืออื่นใดตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม เว้นแต่

หน่วยงานเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผล

ประโยชน์ทางการค้าและเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้นหรือเป็นเรื่องที่จะเป็น

ประโยชน์แก่สาธารณะ

ก็อาจจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้ผู้ขอหรือเป็นกรณีที่หน่วยงานเห็นว่าเป็นการ

สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานครหรือการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม

กฎหมาย ก็อาจจัดหาข้อมูลให้ได้เช่นกัน

ถ้าข้อมูลข่าวสารนั้นไม่อยู่ในความรับผิดชอบชอบของหน่วยงาน

ให้หน่วยงานตรวจ

สอบว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นใด

กรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารในความ

รับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร

ให้แจ้งผู้ขอไปติดต่อที่หน่วยงานหรือกองกลาง สำนักปลัดกรุงเทพ

มหานคร แต่กรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารในในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น

ให้หน่วยงาน

แจ้งผู้ขอไปติดต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นนั้น

ถ้าหน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารที่มีคำขอ เป็นข้อมูล

ข่าวสารที่จัดทำโดยหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นและได้ระบุห้ามการเปิดเผยไว้ตามระเบียบที่ออกตาม

มาตรา ๑๖ ให้หน่วยงานส่งคำขอไปยังหน่วยงายของรัฐผู้จัดทำข้อมูลข่าวสารนั้นเพื่อพิจารณามีคำสั่ง

ต่อไป

กรณีที่หน่วยงานเห็นว่าอาจจัดข้อมูลข่าวสารให้ผู้ขอได้

แต่ข้อมูลข่าวสารนั้นมีสภาพ

ที่อาจบุสลายง่าย

และเห็นสมควรขยายเวลาในการจัดหาข้อมูลให้ผู้ขอ ให้ทำหนังสือแจ้งผู้ขอโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรณีที่หน่วยงานเห็นว่า

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการอาจกระทบ

ถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้หัวหน้าหน่วยงานแจ้งให้ผู้นั้นเสนอคำคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด ซึ่ง

ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบว่าข้อมูลข่าว

สารประเภทใด ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕

โดยหากเรื่องใดที่อาจทำเป็นบัญชี

ไว้ได้

ให้จัดทำบัญชีเป็นเรื่องลับเก็บไว้ที่หน่วยงานโดยให้จัดส่งสำเนาบัญชีให้กองกลาง

สำนักปลัด

กรุงเทพมหานคร

หากหน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารใด

แม้เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ แต่สม

ควรเปิดเผยตามมาตรา ๒๐ ให้หน่วยงานทำเรื่องเสนอ กข. กทม.

พิจารณาก่อนเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้หน่วยงานจัดระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ในมาตรา ๒๓ ดังนี้

๑๗.๑ ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพียงเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็น

เพื่อการดำเนินงานของหน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานครให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

และยก

เลิกการจัดให้มีระบบดังกล่าวเมื่อหมดความจำเป็น

๑๗.๒

พยายามเก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจาเจ้าของข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน

กรณีที่จะกระทบถึงประโยชน์ได้เสียโดยตรงของบุคคลนั้น

๑๗.๓

จัดให้มีการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาและตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยู่เสมอ

เกี่ยวกับสิ่งดังต่อไปนี้

๑๗.๓.๑

ประเภทของบุคคลที่มีการเก็บข้อมูลไว้

๑๗.๓.๒

ประเภทของระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

๑๗.๓.๓ ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ

๑๗.๓.๔

วิธีการตรวจดูข้อมูลข่าวสารของเจ้าของข้อมูล

๑๗.๓.๕

วิธีการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล

๑๗.๓.๖ แหล่งที่มาของข้อมูล

๑๗.๔

ตรวจสอบแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลในความรับผิดชอบให้ถูกต้องอยู่

เสมอ

๑๗.๕

จัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตาม

ความเหมาะสม

เพื่อป้องกันมิให้มีการนำไปใช้โดยไม่เหมาะสมหรือเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูล

ในกรณีที่เก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล

ให้หน่วยงานแจ้งให้เจ้าของ

ข้อมูลทราบล่วงหน้าหรือพร้อมกับการขอข้อมูลถึงประสงค์ที่จะนำข้อมูลมาใช้ลักษณะการใช้ข้อมูลตาม

ปกติ

และกรณีที่ขอข้อมูลนั้นเป็นกรณีที่อาจให้ข้อมูลได้โดยความสมัครใจหรือเป็นกรณีที่มีกฎหมาย

บังคับ

หน่วยงานต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ

ในกรณีมีการให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารส่วน

บุคคลไปยังที่ใด

ซึ่งจะเป็นผลให้บุคคลทั่วไปทราบข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เว้นแต่เป็นไปลักษณะการใช้

ข้อมูลตามปกติ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

หน่วยงานจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแล

ของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่น

โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูล

ที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้

เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามมาตรา ๒๔ ดังต่อไปนี้

๑๘.๑

ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตนเพื่อการนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของ

หน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานคร

๑๘.๒

เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูล

ข่าวสารส่วนบุคคลนั้น

๑๘.๓

ต่อหน่วยงานหรือหน่วยงานของรัฐที่ทำงานด้วยการวางแผนหรือการสถิติ

หรือสำมะโนต่างๆ

ซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังผู้อื่น

๑๘.๔

เป็นการให้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยโดยไม่ระบุชื่อหรือส่วนที่ทำให้รู้ว่า

เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด

๑๘.๕ ต่อหอจดหมายแหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตาม

มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา

๑๘.๖

ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการป้องกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบ

สวน หรือการฟ้องร้องคดี ไม่ว่าเป็นคดีประเภทใดก็ตาม

๑๘.๗

เป็นการให้ซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

๑๘.๘

ต่อศาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอำนาจตาม

กฎหมายที่จะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว

๑๘.๙ กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

การเปิดข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

๑๘.๓ ๑๘.๔ ๑๘.๕ ๑๘.๖ ๑๘.๗ ๑๘.๘ และ

๑๘.๙

ให้มีการจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยกำกับไว้กับข้อมูลข่าวสารนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนและเมื่อ

บุคคลนั้นมีคำขอเป็นหนังสือ

ให้หน่วยงานที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น จัดให้บุคคลนั้น

หรือผู้กระทำการแทนบุคคลนั้นได้ตรวจดูหรือได้รับสำเนาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับบุคคล

นั้น เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามมาตรา ๑๔

หรือข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิด

เผยตามมาตรา ๑๕

บุคคลใดไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดูขอสำเนาหรือขอ

สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลได้

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔

และมาตรา ๑๕

และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูลนั้นที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือใน

ขณะนั้น เว้นแต่เป็นกรณีตามที่กำหนดในข้อ ๑๘

ให้หน่วยงานพิจารณาตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้มีส่วนใดที่ต้องห้ามมิให้

เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หรือไม่ หากมี

ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำด้วยประการใดใน

ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ในสถานที่ติดต่อดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น

บุคคลที่ต้องการตรวจดู

ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูล

ข่าวสารส่วนบุคคล ให้ยื่นคำร้องตามแบบท้ายระเบียบนี้

และต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กรุงเทพ

มหานครกำหนด

การเปิดเผยรายงานการแพทย์ที่เกี่ยวกับบุคคลใด

ถ้ากรณีมีเหตุอันควรหน่วยงานจะ

เปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข

กรณีการขอแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา

๒๕ ให้หน่วยงานทำเรื่อง

เสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการ

เว้นแต่กรณีนั้นมีกฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนด

หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการแก้ไขข้อมูลไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่กรุงเทพมหานครไม่ประสงค์จะเก็บรักษาหรือมี

อายุครบกำหนดคือข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๑๔ เมื่อครบ

๗๕ ปี และข้อมูลข่าวสารของ

ราชการตามมาตรา ๑๕ เมื่อครบ ๒๐ ปี

นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการจัดให้มี่ข้อมูลข่าวสารนั้น ให้หน่วยงาน

เสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากรหรือหน่วย

งานของรัฐแห่งอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

เพื่อคัดเลือกไว้ให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า เว้น

แต่ในกรณีดังตอไปนี้

(๑)

หน่วยงานเห็นว่ายังจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้เอง เพื่อ

ประโยชน์ในการใช้สอย

โดยต้องจัดเก็บและจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าตามที่จะตกลงกับหอจด

หมายเหตุแห่งชาติ กราศิลปากร

(๒)

หน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารของของราชการนั้น ยังไม่ควรเปิดเผยโดยมีคำ

สั่งขยายเวลากำกับไว้เป็นการเฉพาะราย

คำสั่งการขยายเวลานั้นให้กำหนดระยะเวลาไว้ด้วย แต่จะ

กำหนดเกินคราวละห้าปีไม่ได้

ถ้าหน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้เรื่องใด

ที่สมควรขยายเวลาในการจัด

เก็บตาม (๑) และ (๒)

ให้เสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการก่อนครบกำหนดที่จะต้องส่ง

มอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

บทบัญญัติในข้อนี้

ไม่ใช่บังคับกับข้อมูลข่าวสารของราชการตามที่คณะรัฐมนตรี

ออกระเบียบกำหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องทำลายหรืออาจทำลายได้โดยไม่

ต้องเก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ กรณีหน่วยงานยังไม่ได้จัดทำข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙

ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓

ให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗

ให้หน่วยงานจัดทำและจัดส่งให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ภายใน ๓๐

วันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เพื่อให้กองกลาง สำนักงาน

ปลัดกรุงเทพมหานคร

ดำเนินการจัดส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

(๒) กรณีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙

ให้หน่วยงานจัดทำพร้อมทั้งจัดสถานที่

สำหรับให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕

วันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกข้อ

บังคับ

ประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒

พิจิตต รัตตกุล

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

[รก.๒๕๔๒/พ๙๔ง/๒๔/๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒]

อาภรณ์/พิมพ์

๒/๑/๔๕

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_897a9a782e505644

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com