法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สอ. 8 /2556 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน (ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สอ. 8 /2556

เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

(ฉบับที่ 2)

โดยที่สํานักงานมีความจําเป็นต้องปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการในการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการของสํานักงานให้สะดวก รวดเร็ว และมีความสอดคล้องกับทางปฏิบัติมากยิ่งขึ้นสํานักงานจึงออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกบทนิยามคําว่า “ตลาดหลักทรัพย์” ในข้อ 3 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงานลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ 6 และข้อ 7 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 6 ข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นข้อพิพาทอันเนื่องมาจากการที่ผู้ถูกร้องไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือกฎเกณฑ์ที่ออกโดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน สํานักงาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(2) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องแต่ละรายเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกินหนึ่งล้านบาท

(3) ในกรณีเป็นข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการให้บริการทางด้านหลักทรัพย์ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ หรือกฎเกณฑ์ที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว ข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) เป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นแล้วไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ผู้ร้องรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งข้อพิพาทนั้น แต่ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันเกิดเหตุที่ใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกร้องสิทธิเว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(ข) เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ตกลงรับ เข้ารับ หรือใช้บริการ หรือเข้าทําสัญญา กับผู้ถูกร้องเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือธุรกิจหลักทรัพย์ หรือเป็นข้อพิพาทระหว่างสมาชิกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพกับผู้ถูกร้อง โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานเป็นหนังสือหรือข้อสัญญาที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องตกลงยินยอมให้มีการเสนอข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน

(ค) เป็นข้อพิพาทที่ผู้ร้องได้ยื่นข้อร้องเรียนผ่านระบบการรับข้อร้องเรียนตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนของลูกค้า แล้วแต่กรณีแล้ว และปรากฏกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

1. ผู้ร้องไม่ได้รับการติดต่อจากผู้มีหน้าที่แก้ไขข้อร้องเรียนตามที่ประกาศดังกล่าวกําหนดภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน

2. ผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ร้องยื่นข้อร้องเรียน เว้นแต่ผู้ร้องตกลงขยายระยะเวลาดังกล่าว

3. ผู้ร้องเห็นว่าการแก้ไขข้อร้องเรียนเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม และแสดงได้ว่าได้มีการสงวนสิทธิว่าอาจนําเสนอข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ในการเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงาน ให้ผู้ร้องยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามแบบ อญ. 1 ที่สํานักงานกําหนด พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามที่ระบุในแบบดังกล่าว และสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทในจํานวนที่เพียงพอเพื่อส่งให้ผู้ถูกร้อง”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (1) ของข้อ 9 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(1) ผู้ร้องได้ยื่นคําร้องถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 7 และได้วางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 32 และค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามข้อ 34 ครบถ้วนแล้ว สํานักงานจะลงทะเบียนรับคําร้องเสนอข้อพิพาทและส่งสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทดังกล่าวไปยังผู้ถูกร้อง ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคําร้องเสนอข้อพิพาทโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ 10 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 10 เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาทแล้ว อาจยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทตามแบบ อญ. 3 ที่สํานักงานกําหนด ต่อสํานักงานพร้อมแนบสําเนาคําคัดค้านข้อพิพาทในจํานวนที่เพียงพอที่จะส่งให้แก่ผู้ร้องภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้องเสนอข้อพิพาท โดยให้ผู้ถูกร้องวางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 32 และค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามข้อ 34 มาพร้อมกับการยื่นคําคัดค้าน หรือภายในวันสุดท้ายที่ยื่นคําคัดค้านได้

เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากสํานักงานได้รับคําคัดค้านตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่ผู้ถูกร้องได้ยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทถูกต้องครบถ้วนตามแบบ อญ. 3 และได้วางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการตามข้อ 32 และค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามข้อ 34 ครบถ้วนแล้ว สํานักงานจะลงทะเบียนรับคําคัดค้านข้อพิพาท และส่งสําเนาคําคัดค้านข้อพิพาทดังกล่าวไปยังผู้ร้องตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในคําร้องเสนอข้อพิพาทโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

(2) ในกรณีที่คําคัดค้านข้อพิพาทไม่เป็นไปตามแบบ อญ. 3 หรือไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจน ให้ผู้ถูกร้องแก้ไขเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสํานักงาน”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกหมวด 3 การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ข้อ 12 และข้อ 13 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ 14 และข้อ 15 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 14 ในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้มีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคนเป็นผู้ชี้ขาด โดยให้คู่กรณีเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ เว้นแต่กรณีที่มีผู้ร้องหลายรายร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาท ผู้ร้องอาจดําเนินการตามข้อ 15 ก็ได้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการโดยเรียงลําดับตามความพอใจสามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทหากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไปและสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) เมื่อสํานักงานจัดส่งรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่ผู้ร้องเลือกไว้สามชื่อให้แก่ผู้ถูกร้องแล้ว ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่อดังกล่าวโดยให้จัดลําดับรายชื่อตามความพอใจสามลําดับและแจ้งต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้นโดยให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะตั้งอนุญาโตตุลาการในรายชื่อลําดับที่หนึ่งเป็นอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะตั้อนุญาโตตุลาการตามลําดับรายชื่อที่ผู้ร้องเลือกไว้

(3) ในกรณีที่ผู้ถูกร้องประสงค์จะคัดค้านรายชื่อทั้งสามที่ผู้ร้องเลือกไว้เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นอิสระหรือความเป็นกลางของอนุญาโตตุลาการนั้น ให้ผู้ถูกร้องยื่นหนังสือคัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการพร้อมด้วยเหตุผลของการคัดค้านตามแบบ อญ. 6 ที่สํานักงานกําหนดต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกร้องได้รับรายชื่อนั้น และให้สํานักงานดําเนินการดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าการคัดค้านดังกล่าวมีเหตุที่อาจกล่าวอ้างได้ให้สํานักงานดําเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) โดยอนุโลมจนกว่าจะไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้

(ข) ในกรณีที่สํานักงานเห็นว่าการคัดค้านดังกล่าวไม่มีเหตุที่อาจกล่าวอ้างได้ให้แจ้งให้ผู้ถูกร้องจัดลําดับรายชื่ออนุญาโตตุลาการตามความพอใจจากลําดับรายชื่อที่ผู้ร้องเลือกไว้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งการไม่มีเหตุคัดค้านให้ผู้ถูกร้องทราบ และหากผู้ถูกร้องไม่แจ้งผลการจัดลําดับรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะตั้งอนุญาโตตุลาการตามลําดับรายชื่อที่ผู้ร้องเลือกไว้

(4) ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการที่คู่กรณีได้เลือกไว้แล้วไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ถือว่าคู่กรณีประสงค์จะตั้งอนุญาโตตุลาการตามลําดับรายชื่อที่ผู้ถูกร้องจัดลําดับไว้ถัดไป ทั้งนี้ ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการที่คู่กรณีได้เลือกไว้ทั้งสามลําดับไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ดําเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) และ (2) อีกครั้งจนกว่าจะไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้

ในกรณีที่คู่กรณีไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้ หรือไม่สามารถเลือกอนุญาโตตุลาการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับคําร้องเสนอข้อพิพาทที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การรับข้อพิพาท ให้ถือว่าคู่กรณีไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ในกรณีที่มีผู้ร้องหลายรายร่วมกันยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 8 และมีการเรียกร้องค่าเสียหายรวมกันเกินกว่าหนึ่งล้านบาท ผู้ร้องอาจแสดงความประสงค์ให้มีคณะอนุญาโตตุลาการที่ประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนได้ โดยให้แสดงความประสงค์เช่นนั้นมาในคําร้องเสนอข้อพิพาท และผู้ถูกร้องอาจแสดงเจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคนหรือไม่ มาในคําคัดค้านตามข้อ 10

ในกรณีที่คู่กรณีตกลงกันให้มีคณะอนุญาโตตุลาการที่ประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน ให้คู่กรณีเลือกอนุญาโตตุลาการจากทะเบียนรายชื่ออนุญาโตตุลาการของสํานักงานด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(1) ให้ผู้ร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้านของผู้ถูกร้อง หากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร

(2) ให้ผู้ถูกร้องเลือกอนุญาโตตุลาการหนึ่งคนโดยแจ้งรายชื่อให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นคําคัดค้าน หากผู้ถูกร้องไม่แจ้งรายชื่ออนุญาโตตุลาการภายในกําหนดเวลาดังกล่าว สํานักงานจะเป็นผู้เลือกอนุญาโตตุลาการให้ผู้ถูกร้องแทน

(3) ให้อนุญาโตตุลาการที่ได้รับเลือกตามวรรคสอง (1) และ (2) ร่วมกันเลือกอนุญาโตตุลาการอีกหนึ่งคนเพื่อทําหน้าที่เป็นประธานอนุญาโตตุลาการ

หากผู้ถูกร้องปฏิเสธการมีอนุญาโตตุลาการจํานวนสามคน หรือผู้ถูกร้องไม่แสดงเจตนาว่าตกลงจะมีอนุญาโตตุลาการสามคนหรือไม่ภายในกําหนดเวลา ให้ถือว่าผู้ถูกร้องประสงค์จะมีอนุญาโตตุลาการจํานวนหนึ่งคน และให้ผู้ร้องเลือกรายชื่ออนุญาโตตุลาการโดยเรียงลําดับตามความพอใจสามลําดับ และแจ้งรายชื่อดังกล่าวให้สํานักงานทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สํานักงานแจ้งให้ผู้ร้องทราบถึงการปฏิเสธ หรือการไม่แสดงเจตนาของผู้ถูกร้อง หากผู้ร้องไม่แจ้งรายชื่อภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป และสํานักงานจะยุติการดําเนินการสําหรับคําร้องเสนอข้อพิพาทนั้น เว้นแต่สํานักงานเห็นว่ามีเหตุจําเป็นและสมควร ทั้งนี้ ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการที่ได้รับเลือกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นําความในข้อ 14 วรรคหนึ่ง (4) และวรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 29 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

“ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามสมควร”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 30 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 30 ในกรณีที่อนุญาโตตุลาการมิได้ชี้ขาดในประเด็นที่เป็นสาระสําคัญใดคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคําร้องต่ออนุญาโตตุลาการเพื่อให้อนุญาโตตุลาการทําคําชี้ขาดเพิ่มเติมในประเด็นนั้น โดยยื่นผ่านสํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คู่กรณีฝ่ายนั้นได้รับสําเนาคําชี้ขาดทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นให้เป็นดุลยพินิจของอนุญาโตตุลาการที่จะขยายระยะเวลาออกไปได้อีกตามสมควร”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 32 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 32 ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการให้คิดในอัตราร้อยละสองของค่าเสียหายที่เรียกร้อง ทั้งนี้ ต้องไม่ต่ํากว่าหนึ่งหมื่นบาท โดยอนุญาโตตุลาการจะกําหนดผู้มีหน้าที่ในการชําระค่าป่วยการดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ 33 และข้อ 34 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 33 หากผู้ร้องไม่วางเงินประกันค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการและค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการตามที่กําหนดในข้อ 9(1) ให้ถือว่าผู้ร้องไม่ประสงค์จะดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการต่อไป

มาตรา ข้อ 34

ข้อ 34 อนุญาโตตุลาการที่ได้รับการแต่งตั้งจากคู่กรณีให้เป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทหนึ่งหมื่นบาทต่อข้อพิพาท โดยให้คู่กรณีรับภาระฝ่ายละกึ่งหนึ่ง”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในข้อ 36 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 36 ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ให้คู่กรณีรับภาระฝ่ายละกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ สํานักงานจะรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ร้องตามที่สํานักงานเห็นสมควร

เพื่อประโยชน์ในการคํานวณค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะถือว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการเริ่มตั้งแต่วันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด 8 การผ่อนผันระยะเวลา และข้อ 37 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

“หมวด 8

การผ่อนผันระยะเวลา

มาตรา ข้อ 37

ข้อ 37 ในกรณีมีเหตุจําเป็นและสมควรที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องไม่อาจดําเนินการดังต่อไปนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องยื่นคําร้องขอขยายเวลาต่อสํานักงานก่อนสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว และให้สํานักงานมีคําสั่งให้ขยายระยะเวลาได้ตามสมควร

(1) การแก้ไขเพิ่มเติมคําร้องเสนอข้อพิพาทตามข้อ 9(3) หรือคําคัดค้านข้อพิพาทตามข้อ 10 วรรคสอง (2) ก่อนการเริ่มกระบวนพิจารณาอนุญาโตตุลาการตามหมวด 5

(2) การยื่นคําคัดค้านข้อพิพาทตามข้อ 10

(3) การแจ้งและการคัดค้านรายชื่ออนุญาโตตุลาการ และการเลือกอนุญาโตตุลาการตามข้อ 14 และข้อ 15

(4) การคัดค้านการตั้งอนุญาโตตุลาการตามข้อ 18”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ค่าตอบแทนในการพิจารณาข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดําเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการสําหรับข้อพิพาทที่ผู้ร้องได้ยื่นคําร้องเสนอข้อพิพาทต่อสํานักงานก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ สํานักงานจะยังคงรับภาระค่าตอบแทนและ

ค่าใช้จ่ายในส่วนของผู้ร้องและผู้ถูกร้องตั้งแต่เริ่มกระบวนการอนุญาโตตุลาการจนกระทั่งกระบวนการอนุญาโตตุลาการสิ้นสุดลงเมื่อมีคําชี้ขาดเสร็จเด็ดขาด หรืออนุญาโตตุลาการมีคําสั่งให้ยุติกระบวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยกระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงาน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สําหรับข้อพิพาทที่ผู้ร้องได้ยื่นข้อร้องเรียนผ่านระบบการรับข้อร้องเรียนตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการรับข้อร้องเรียนของลูกค้า แล้วแต่กรณีแล้วและปรากฏว่าผู้ร้องไม่ได้รับการแก้ไขข้อร้องเรียนให้เป็นที่พอใจ ก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ข้อกําหนดเกี่ยวกับลักษณะเงื่อนไขของข้อพิพาทที่ผู้ร้องจะเสนอเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสํานักงานได้ ตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับต่อไปได้ โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ได้แก้ไขตามข้อ 2 ของประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

(นายวรพล โสคติยานุรักษ์)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สอ. 8 /2556 เรื่อง กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_89b0afb0be89c76d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com