ข้อ ๑ การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ก่อนครบกำหนดระยะเวลา
๕ ปี ตามมาตรการรถยนต์คันแรก และมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยรถยนต์น้ำท่วม
ให้โอนได้ในกรณีดังต่อไปนี้
๑.๑
กรณีผู้ซื้อนำเงินที่ได้รับไปตามมาตรการดังกล่าวข้างต้นคืนแก่หน่วยงานที่เบิกจ่ายเงิน
ตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
๑.๒ กรณีผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อก่อนครบกำหนดระยะเวลา ๕ ปี และผู้ให้เช่าซื้อนำรถยนต์ออกขายโดยวิธีการประมูลหรือวิธีการที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดเมื่อหักใช้หนี้และค่าใช้จ่ายในการขายดังกล่าวแล้ว
ถ้ามีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใด ให้ผู้ให้เช่าซื้อนำเงินส่งให้แก่หน่วยงานที่เบิกจ่ายเงิน
ตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
๑.๓
กรณีผู้เช่าซื้อปฏิบัติผิดสัญญาเช่าซื้ออันเป็นเหตุให้รถยนต์ถูกยึดและนำออกขายโดยวิธีการประมูลหรือวิธีการที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด
เมื่อหักใช้หนี้และค่าใช้จ่ายในการขายดังกล่าวแล้ว ถ้ามีเงินเหลืออยู่อีกเท่าใด
ให้ผู้ให้เช่าซื้อนำเงินส่งให้แก่หน่วยงานที่เบิกจ่ายเงินตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด
๑.๔
กรณีรถยนต์ที่ซื้อหรือเช่าซื้อเกิดอุบัติเหตุหรือประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติและผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อไม่ประสงค์จะใช้รถยนต์นั้นต่อไป
๑.๕ กรณีรถยนต์ที่ซื้อหรือเช่าซื้อสูญหายและบริษัทผู้รับประกันภัยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ซื้อหรือผู้ให้เช่าซื้อไปแล้ว
ต่อมาผู้ซื้อหรือผู้ให้เช่าซื้อได้รับรถยนต์กลับคืนมาและต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้กับบริษัทผู้รับประกันภัย
๑.๖ กรณีผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อถึงแก่กรรม
๑.๗ กรณีผู้ให้เช่าซื้อโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้เช่าซื้อ
๑.๘ กรณีผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อซึ่งได้รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว
ต่อมาได้ทำสัญญาเช่าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้เช่าซื้อ
โดยผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อยังเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้ออันเนื่องมาจากการขอสินเชื่อเช่าซื้อนั้น
ทั้งนี้ กรณีตาม ๑.๒ - ๑.๕
ผู้ซื้อหรือผู้เช่าซื้อยังคงมีหน้าที่ต้องนำเงินที่ได้รับไป
คืนแก่หน่วยงานที่เบิกจ่ายเงิน ตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด