มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฏีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อเปลี่ยนเรียกชื่อตำแหน่ง ข้าหลวงยุติธรรม เป็น อธิบดีผู้พิพากษาภาค ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗
พระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘[๙]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เขตการปกครองบางภาคได้เปลี่ยนแปลงไปโดยพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๕ และภาค ๖ พ.ศ. ๒๔๙๘ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาคบางภาคให้รับกับเขตการปกครองใหม่นั้นด้วย
พระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๘[๑๐]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกานี้ คือ เนื่องจากได้พิจารณาเห็นสมควรย้ายที่ตั้งสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๘ จากจังหวัดอุดรธานีไปอยู่ ณ จังหวัดขอนแก่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๗๓[๑๑]
ข้อ ๒ ให้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม( ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๗
พระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๐[๑๒]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรย้ายสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๒ จากจังหวัดฉะเชิงเทราไปอยู่ ณ จังหวัดชลบุรี ประกอบกับได้มีกฎหมายจัดตั้งจังหวัดพะเยาขึ้น สมควรกำหนดให้จังหวัดพะเยาอยู่ในเขตอำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ ซึ่งในการนี้จะต้องกำหนดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๒ และเขตอำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ เสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
พระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕[๑๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งจังหวัดมุกดาหารขึ้น สมควรกำหนดให้จังหวัดมุกดาหารอยู่ในเขตอำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๔ ซึ่งในการนี้จะต้องกำหนดเขตอำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๔ เสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๙[๑๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือโดยที่เป็นการสมควรย้ายสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๔ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปอยู่ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งในการนี้จะต้องกำหนดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๔ เสียใหม่ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
พัสสน/ตรวจ
๑๘ มกราคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๖๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๗ ตุลาคม ๒๔๙๗
[๒] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๙
[๓] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘
[๔] มาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘
[๕] มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๗๓
[๖] มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕
[๗]