法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่3) พ.ศ.2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๒๒

ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรึกษาหารือกับคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์โดยที่ประชุมใหญ่แล้ว

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่และวรรคห้าของข้อ ๑๑ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙

“เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง

แล้วแต่กรณี แล้ว ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์นำเรื่องเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาโดยด่วนที่สุดและแจ้งให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนทราบ

และหากเห็นสมควรจะเสนอต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๖๔ วรรคสอง

โดยแจ้งให้ผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

มาชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ด้วยก็ได้

ก่อนที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์

หากคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นสมควรจะขอให้พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวนเสนอความเห็นด้วยวาจาภายในเวลาที่กำหนดก็ได้”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๓ ทวิ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ข้อ ๑๓ ทวิ

ในกรณีที่หน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้ส่งบันทึกตอบภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๓

วรรคหนึ่ง หรือมิได้ดำเนินการตามข้อ ๑๓ วรรคสอง ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์รายงานให้เลขาธิการทราบเพื่อมีคำสั่งให้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาเรียกให้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งผู้แทนมาชี้แจงต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ภายในเวลาที่กำหนด

ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ทราบก่อนถึงเวลาที่กำหนด

และไม่ปรากฏว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบอื่นได้ส่งบันทึกตอบหรือได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ในประเด็นเดียวกันนั้นแล้ว

ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อขออนุมัติจัดทำบันทึกสรุปสำนวนและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณามีคำสั่งแสดงว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นขาดนัดยื่นบันทึกตอบ

และในกรณีนี้ให้ถือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ติดใจโต้แย้งข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องทุกข์กล่าวอ้าง

เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของข้อ ๑๔

แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ในกรณีที่ปรากฏจากบันทึกตอบว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้โต้แย้งผู้ร้องทุกข์ในปัญหาข้อเท็จจริง

และข้อเท็จจริงที่ได้มานั้นเพียงพอที่จะจัดทำบันทึกสรุปสำนวนได้แล้ว ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อสั่งดำเนินการต่อไปตามข้อ

๑๘ หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสามของข้อ ๑๖ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙

“ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์มีหนังสือแจ้งว่าไม่ประสงค์จะทำบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติม

แต่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป หรือเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่าบันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมมิได้มีประเด็นหรือข้อเท็จจริงในสาระสำคัญที่แตกต่างไปจากคำร้องทุกข์เดิมหรือบันทึกตอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อสั่งดำเนินการต่อไปตามข้อ

๑๘ หรือสั่งการตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๖ ทวิ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ข้อ ๑๖ ทวิ

ในกรณีที่เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นว่าคำร้องทุกข์ใดเป็นคำร้องทุกข์ที่อาจส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้ตามกฎหมายและเป็นเรื่องที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จำต้องพิจารณาวินิจฉัยโดยเร่งด่วนซึ่งหากจะดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาในชั้นสอบสวนและสรุปสำนวนตามขั้นตอนปกติอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องทุกข์หรือประโยชน์ส่วนรวมของทางราชการ

หรือหากมีการพิจารณากำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวเพื่อบรรเทาทุกข์ตามมาตรา ๔๕

แล้ว อาจมีผลกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวมของทางราชการหรือระบบบริหารราชการอันเป็นบริการสาธารณะ

ในกรณีเช่นนี้ ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์รีบเสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อสั่งรับเรื่องไว้พิจารณาและส่งให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาวินิจฉัยโดยด่วนหรือสั่งการตามที่เห็นสมควร

เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ส่งสำเนาคำร้องทุกข์ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบและเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ในโอกาสแรกที่สามารถกระทำได้เพื่อให้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์พิจารณาต่อไป

ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีมติให้ใช้อำนาจตามมาตรา

๓๗ ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์กำหนดวันพิจารณาและแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทราบโดยด่วนที่สุด

หากการพิจารณาดังกล่าวไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียว

ให้นัดพิจารณาในวันอื่นต่อไป

ให้ถือว่าหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง เอกสาร หรือพยานหลักฐาน

ตลอดจนการให้ถ้อยคำด้วยวาจาของผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ซึ่งได้ยื่นหรือกระทำต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามความในข้อนี้ เป็นบันทึกตอบ

บันทึกชี้แจงร้องทุกข์เพิ่มเติมหรือบันทึกตอบเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ตามระเบียบนี้

โดยเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไม่จำต้องดำเนินการตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๘

ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ตามข้อนี้

หากคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีมติว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณามีเพียงพอที่จะทำคำวินิจฉัยได้แล้ว

ให้หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะมอบหมายให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนใดคนหนึ่งในคณะเป็นกรรมการเจ้าของสำนวนก็ได้

โดยไม่จำต้องกำหนดวันพิจารณาครั้งแรกตามข้อ ๒๒ และให้ถือว่าวันพิจารณาตามวรรคสามเป็นวันพิจารณาครั้งแรกตามระเบียบนี้”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๒ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๒

เมื่อได้รับเรื่องจากเลขาธิการแล้ว หัวหน้าคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

จะมอบหมายให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์คนใดคนหนึ่งในคณะเป็นกรรมการเจ้าของสำนวนก็ได้

และกำหนดวันประชุมวันใดวันหนึ่งเป็นวันสำหรับการพิจารณาครั้งแรกและแจ้งให้เลขาธิการทราบ

การกำหนดวันพิจารณาครั้งแรกจะต้องมีเวลาแจ้งเพื่อให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน

เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

จะแจ้งกำหนดวันพิจารณาครั้งแรกให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าน้อยกว่าเจ็ดวันแต่ไม่น้อยกว่าสองวันก็ได้

ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร

คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะให้งดการพิจารณาครั้งแรกก็ได้”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๔ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๔

ในวันพิจารณาครั้งแรก ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจทำบันทึกสรุปความเห็นของตนยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้

และจะมาชี้แจงด้วยวาจาด้วยก็ได้

บันทึกสรุปความเห็นของผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องยื่นต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ก่อนสิ้นสุดเวลาทำงานของวันก่อนวันพิจารณาครั้งแรก

ในการชี้แจงด้วยวาจา

ให้ผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ชี้แจงก่อนและให้หน่วยงานที่รับผิดชอบชี้แจงในลำดับถัดไป

และหลังจากการชี้แจงด้วยวาจาของผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบ (ถ้ามี) แล้ว

ให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์อาจชี้แจงเพิ่มเติมได้

ในการชี้แจงด้วยวาจาของแต่ละฝ่าย กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ พนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน

และเลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ จะซักถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้ชี้แจงในระหว่างการชี้แจงหรือภายหลังการชี้แจงก็ได้

หากการพิจารณาครั้งแรกไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียว

ให้นัดพิจารณาในวันอื่นต่อไป”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๘ ทวิ แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ข้อ ๒๘ ทวิ

ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เห็นควรให้มีการนำสืบพยานหลักฐาน ตรวจสอบบันทึกหรือเอกสาร

วัตถุหรือสถานที่ ไม่ว่าจะกระทำในขณะใด ภายในหรือภายนอกสถานที่พิจารณาเรื่องร้องทุกข์

ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์

และในกรณีนี้คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์จะกำหนดให้ผู้ร้องทุกข์มีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าวด้วยก็ได้

ถ้าหน่วยงานที่รับผิดชอบมิได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ให้นำความในข้อ ๑๓ ทวิ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๒๙

แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งที่กระทำนอกสถานที่พิจารณาร้องทุกข์

คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์อาจมอบหมายให้เลขานุการประจำคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาคนหนึ่งหรือหลายคน

กระทำการแทน แล้วรายงานให้ทราบก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๕

แห่งระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์

พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๕

เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ได้วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ใดเสร็จสิ้นแล้ว

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีคำวินิจฉัยที่ไม่มีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ

ให้เลขาธิการแจ้งผลการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบทราบ

(๒) ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์มีคำวินิจฉัยที่มีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ

ให้เลขาธิการเสนอคำวินิจฉัยไปยังนายกรัฐมนตรี ในการนี้หากเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควร

เลขาธิการจะแจ้งผลการวินิจฉัยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบไปพร้อมกันก็ได้”

ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

บรรหาร ศิลปอาชา

นายกรัฐมนตรี

ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เชิงชาย/วาทินี/ตรวจ

๒๕ มกราคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่มที่ ๑๑๓/ตอนที่ ๓๙ ง/หน้า ๙/๑๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ (ฉบับที่3) พ.ศ.2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8ac3fcb51f86f8c2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com