มาตรา ๑๗
ในเวลาปรกติสงบศึก
เจ้ากระทรวงซึ่งบังคับบัญชาทหารมีอำนาจตรากฎเสนาบดีขึ้นสำหรับบรรยายข้อความ
เพื่อให้มีความสะดวก และเรียบร้อยในเวลาที่จะใช้กฎอัยการศึกได้ตามสมควร
ส่วนในเวลาสงครามหรือจลาจล แม่ทัพใหญ่หรือแม่ทัพรองมีอำนาจออกข้อบังคับบรรยายความเพิ่มเติมให้การดำเนินไปตามความประสงค์ของกฎอัยการศึกนี้
และเมื่อได้ประกาศกฎเสนาบดี หรือข้อบังคับของแม่ทัพในทางราชการแล้ว
ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชบัญญัตินี้
ประกาศมา ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม พระพุทธศักราช ๒๔๕๗
เป็นวันที่ ๑๓๘๖ ในรัชกาลปัจจุบันนี้
บัญชีต่อท้าย[๙]
ก.
คดีที่เกี่ยวกับตัวบุคคลบางจำพวก
๑.
คดีที่ตำรวจกระทำความผิดในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม
๒.
คดีที่บุคคลพลเรือนสังกัดในราชการทหารเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ว่าจะเกี่ยวกับหน้าที่ราชการหรือไม่
และไม่ว่าจะได้กระทำความผิดในที่ใด ๆ ในเขตที่ใช้กฎอัยการศึก
๓. คดีที่บุคคลใด ๆ
เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร่วมกับบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารหรือร่วมกับบุคคลดังกล่าวใน
๑ หรือ ๒ ไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สมรู้
๔.
คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดร่วมกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ว่าจะเป็นตัวการหรือผู้สมรู้
ข.
คดีที่เกี่ยวกับความผิดบางอย่าง
๑.
คดีที่เป็นความผิดมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
๒. คดีที่มีข้อกล่าวหาฐานประทุษร้ายต่อทรัพย์ซึ่งเป็นของใช้ในราชการทหารแห่งกองทัพไทยหรือกองทัพพันธมิตรแห่งประเทศไทย
หรือประทุษร้ายต่อชีวิตหรือร่างกายทหารไทยหรือทหารพันธมิตรแห่งประเทศไทยในขณะกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะเหตุที่กระทำการตามหน้าที่
๓. ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา ดังต่อไปนี้
(ก) ความผิดฐานประทุษร้ายแก่พระเจ้าอยู่หัวและราชอาณาจักร
ตั้งแต่มาตรา ๙๗ ถึงมาตรา ๑๑๑
(ข) ความผิดต่อทางพระราชไมตรีกับต่างประเทศ
ตั้งแต่มาตรา ๑๑๒ ถึงมาตรา ๑๑๕
(ค) ความผิดต่อเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๑๗ และมาตรา
๑๑๘ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการทหาร มาตรา ๑๑๖ มาตรา ๑๑๙ ถึงมาตรา ๑๒๒ มาตรา ๑๒๗
และมาตรา ๑๒๘
(ง)
ความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตตั้งแต่มาตรา ๑๒๙ ถึงมาตรา ๑๓๕