法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์

ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสามของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗๗/๒๕๕๙

เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตสุขภาพ ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม

พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเครื่องมือแพทย์

ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ จึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคล หรือองค์กร หรือสภาวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่จัดตั้งโดยสภาวิชาชีพด้วย

ที่มีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ สาธารณสุข และเครื่องมือแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง

โดยได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกากับของรัฐ และหน่วยงานอื่นของรัฐ

รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่มิใช่หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“การตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์” หมายความว่า การตรวจสอบ ทดสอบวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

เพื่อออกผลการทดสอบ อันจะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งประกอบการพิจารณาประเมินคุณภาพ

มาตรฐาน ประสิทธิภาพ สมรรถนะในการทำงานและความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์

“ผู้ยื่นคำขอ”

หมายความว่า องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขึ้นบัญชีกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“หน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์” หมายความว่า องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่สำนักงานให้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์

“ผู้ทดสอบ”

หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ที่ทำหน้าที่ทดสอบ

หรือวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือแพทย์

“ขอบข่ายการขึ้นบัญชี”

หมายความว่า ความสามารถของหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ในขอบข่ายที่ได้รับการขึ้นบัญชีกับสำนักงาน

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาหรือผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ เงื่อนไขการดำเนินงาน

ของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

ส่วนที่

คุณสมบัติของหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ใดประสงค์จะขอขึ้นบัญชีเป็นหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องยื่นคำขอขึ้นบัญชีพร้อมหลักฐานตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ผู้ยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑)

เป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO/IEC

17025:2005 หรือฉบับล่าสุด General

requirements

for

the

competence

of

testing

and

calibration

laboratories

หรือมาตรฐาน Good

Laboratory

Practice

(GLP)

หรือมาตรฐานอื่นใดตามความเหมาะสมของขอบข่ายการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ตามที่สำนักงานให้ความเห็นชอบเว้นแต่

กรณีหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ที่เป็นหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ

ให้เป็นไปตามที่สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

(๒)

เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในกรณีเป็นนิติบุคคลต่างด้าวจะต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์และมีสำนักงานซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย

(๓)

มีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มีการแยกกิจกรรมที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนออกจากกันอย่างชัดเจนและมีโครงสร้างองค์กรที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์

(๔)

ไม่เป็นนิติบุคคลที่ล้มละลาย

(๕)

ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการรับรองระบบงาน เว้นแต่พ้นระยะหกเดือนมาแล้ว

(๖)

ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดีหรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นคำขอขึ้นบัญชีหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์เว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น

และในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนสามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว

(๗)

ไม่เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘)

มีผู้ทดสอบในสังกัดเพียงพอและมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ตามความเชี่ยวชาญในขอบข่ายที่ทำการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์

(๙)

มีจำนวนผู้ทดสอบที่ทำหน้าที่ควบคุมกิจกรรมการทดสอบ (หัวหน้าผู้ทดสอบ)และจำนวนของผู้ทดสอบ

(ผู้ทำการทดสอบวิเคราะห์ที่มีหน้าที่ดำเนินการทดสอบ) ในอัตราส่วนที่เพียงพอและเหมาะสม

(๑๐)

จัดให้มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบสำหรับการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ในอัตราส่วนที่เพียงพอและเหมาะสม

(๑๑)

มีระบบการรายงานผลการทดสอบ ตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ

ส่วนที่

คุณสมบัติของหัวหน้าผู้ทดสอบและผู้ทดสอบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ยื่นคำขอต้องมีหัวหน้าผู้ทดสอบและผู้ทดสอบที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดังนี้

(๑)

หัวหน้าผู้ทดสอบ (ผู้ควบคุมกิจกรรมการทดสอบ)

(ก)

คุณสมบัติด้านความรู้ สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์

เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ข)

ประสบการณ์การทำงาน ต้องมีประสบการณ์ทำงานเต็มเวลาไม่น้อยกว่าสองปีในด้านเครื่องมือแพทย์หรือด้านอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือมีประสบการณ์อื่นที่เพียงพอตามที่สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

(๒) ผู้ทดสอบ

(ผู้ทำการทดสอบวิเคราะห์ที่มีหน้าที่ดำเนินการทดสอบ) ต้องมีคุณสมบัติด้านความรู้ สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี

สาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เภสัชศาสตร์ เทคนิคการแพทย์

หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง

ความในวรรคหนึ่ง

ไม่บังคับใช้กับผู้ทดสอบของหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ที่เป็นหน่วยงานของรัฐ

หรือสถาบันภายใต้มูลนิธิซึ่งเป็นกลไกของส่วนราชการ

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

ต้องมีมาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินงานดังนี้

(๑)

ไม่เปิดเผยผลการตรวจแก่บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงาน

และผู้รับการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์

(๒)

ต้องลงนามในสัญญาว่าด้วยการรักษาความลับ และหนังสือแสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งกำหนดโดยสำนักงาน

(๓)

จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ บันทึกผลการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูล หลักฐานตามที่สำนักงานกำหนด รวมทั้งให้ความร่วมมือกับสำนักงานในการดำเนินการตรวจติดตามผลการดำเนินงานตลอดจนส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ให้แก่สำนักงานและดำเนินการอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรณีพบความบกพร่องหรือผิดพลาดในผลการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องแก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานที่บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์ตามที่สำนักงานแจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้า

กรณีที่หน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องทำการวิเคราะห์เพิ่มเติมอันเนื่องมาจากความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในการดำเนินงาน

จะไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้รับการตรวจสอบหรือวิเคราะห์

หรือจากสำนักงาน

(๔)

จัดทำและเก็บรักษาบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการกับข้อร้องเรียนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์และมอบบันทึกข้อร้องเรียนและผลการดำเนินการให้แก่สำนักงานเมื่อได้รับการร้องขอ

(๕)

หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีผลต่อการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ทั้งด้านความสามารถหรือศักยภาพในการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

สำนักงานอาจมีการทบทวนการขึ้นบัญชีหน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

(๖)

ต้องมีจรรยาบรรณในการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ ได้แก่

(ก)

ปฏิบัติอย่างมืออาชีพ เป็นกลาง เป็นธรรม และไม่ลำเอียง

(ข)

ต้องไม่ตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ ในกรณีที่ตนเองมีความเกี่ยวข้องอันจะนำไปสู่การขัดแย้งหรือการไม่เป็นกลางซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

(ค)

ต้องรักษาความลับหรือไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ให้ผู้อื่น

นอกจากจะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

หรือสำนักงาน

(ง)

ต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

ลูกจ้างหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือเป็นใจให้เพื่อนร่วมงานทาเช่นนั้น

(จ)

ไม่ปฏิบัติตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับสำนักงาน และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เมื่อมีการสอบสวนข้อกล่าวหา

(ฉ)

ไม่จงใจสื่อสารผิด ๆ หรือให้ข้อมูลไปในทางที่อาจมีผลต่อความเป็นกลางของการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

หมวด

การขึ้นบัญชี การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การลดขอบข่าย การยกเลิก

การพักใช้ และการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชีเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจสอบ ตรวจติดตาม การตรวจสมรรถนะหรือระบบคุณภาพของผู้ยื่นคาขอให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ มาประกอบกระบวนการพิจารณาอนุญาตเครื่องมือแพทย์

เมื่อปรากฏว่า ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบและเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด

๑ แล้วแต่กรณี

บัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ได้ขึ้นบัญชีไว้

หากประสงค์จะขึ้นบัญชีดังกล่าวใหม่ ให้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบัญชีดังกล่าวยังใช้ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่ประสงค์จะขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ เช่น

การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายหรือทางการค้าองค์กรหรือเจ้าของฝ่ายบริหาร ที่อยู่

สถานที่ติดต่อ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์ หรือการเปลี่ยนแปลงผู้ทดสอบ เป็นต้น ให้ยื่นคำขอการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ขึ้นบัญชีให้สำนักงานทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงใด

ๆตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนตามวรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่า ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สำนักงานมีอำนาจแก้ไขข้อมูลการขึ้นบัญชีให้ถูกต้องตรงความเป็นจริง

ในกรณีที่ตรวจพบว่า ข้อมูลไม่ตรงตามที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้

ทั้งนี้

ให้สำนักงานประกาศการขึ้นบัญชีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งด้วย

ส่วนที่

การลดขอบข่าย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่ประกาศนี้กำหนด

หรือไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามขอบข่ายที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงาน

(๒)

ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงสำคัญใด ๆ เกี่ยวกับขอบข่ายภายในหน่วยตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

ที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ในขอบข่ายนั้น

(๓)

หน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์แจ้งความประสงค์จะขอลดขอบข่ายที่ขึ้นบัญชี

(๔)

ผลการตรวจติดตามเกี่ยวกับขอบข่ายจากหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงานพบข้อบกพร่องและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการรับรองความสามารถของผู้ทดสอบ

และไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในผลการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ได้หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้องในขอบข่ายนั้น

เมื่อสำนักงานมีคำสั่งลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

หน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องปฏิบัติดังนี้

(๑)

ไม่แสดงการได้รับขึ้นบัญชีในขอบข่ายนั้น

(๒)

ยุติการให้บริการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ในขอบข่ายนั้น

(๓)

ยุติการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาใด ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงขอบข่ายนั้น

ทั้งนี้

นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่งแจ้งลดขอบข่ายจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้ลดขอบข่ายการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การยกเลิก

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ที่มีความประสงค์จะขอยกเลิกการขึ้นบัญชี ให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

ทั้งนี้ ต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์ พร้อมหลักฐานตามข้อ ๕ (๓)

ให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่มีผลเป็นการยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

การยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนต้องยุติการดำเนินการ

หรือกล่าวอ้างเกี่ยวกับการดำเนินการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์และต้องยุติการใช้สิ่งพิมพ์

สื่อโฆษณาที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานทั้งหมดทันที

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้สำนักงานเผยแพร่การยกเลิกการขึ้นบัญชี

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนด้วย

ทั้งนี้ ผลของการยกเลิกการขึ้นบัญชีจะไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด ๆ ที่องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนได้ดำเนินการไปแล้ว และเป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของเลขาธิการ

ส่วนที่

การพักใช้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศนี้หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้

หรือไม่ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนดนับจากวันที่รับทราบหนังสือการแจ้งเตือนจากสำนักงาน

(๒)

ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงาน พบข้อบกพร่องและไม่แก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อการรับรองความสามารถของผู้ทดสอบและไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในผลการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ได้หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของผู้เกี่ยวข้อง

สำนักงานมีอำนาจสั่งพักใช้การขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับตั้งแต่วันที่หน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์รับทราบคำสั่งพักใช้การขึ้นบัญชี

ในระหว่างถูกพักใช้การขึ้นบัญชี

หน่วยตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องไม่แสดงการขึ้นบัญชี

ไม่ให้บริการตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ และระงับใช้สิ่งพิมพ์สื่อโฆษณาใด

ๆ ที่ได้มีการอ้างอิงถึงการขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่ถูกพักใช้การขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้พักใช้การขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้สำนักงานมีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้

(๑)

ขาดคุณสมบัติหรือฝ่าฝืนคำสั่งพักการขึ้นบัญชีตามประกาศนี้

(๒)

เคยถูกพักใช้การขึ้นบัญชีมาแล้ว ๒ ครั้งขึ้นไป

(๓)

ผลการตรวจติดตามของหน่วยรับรองระบบงานหรือสำนักงานที่แสดงว่าหน่วยตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ได้กระทำผิดตามประกาศนี้หรือประกาศสำนักงานที่ออกตามประกาศนี้ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจหรือต่อประโยชน์สาธารณะ

หรือชีวิตและความปลอดภัยของผู้บริโภคหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๑๔

(๔)

จัดทำผลการตรวจของผู้รับบริการอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งควรแจ้งโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

หรือเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน หรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้มีการออกผลการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์โดยมิชอบ

เมื่อสำนักงานมีคำสั่งเพิกถอนการขึ้นบัญชีและมีคำสั่งเรียกคืนหนังสือการขึ้นบัญชีหน่วยตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์ต้องยุติการดำเนินการ หรือกล่าวอ้างเพื่อดำเนินการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์เครื่องมือแพทย์

การแสดงการขึ้นบัญชี และการใช้สิ่งพิมพ์ สื่อโฆษณาใด ๆ ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานทั้งหมดทันที

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้สำนักงานเผยแพร่การขึ้นบัญชีเป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ที่ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานสั่งให้เพิกถอนการขึ้นบัญชี

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเรื่อง

ค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.

๒๕๖๑

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ซึ่งถูกสั่งไม่ขึ้นบัญชีลดขอบข่าย หรือพักใช้ หรือเพิกถอน

มีสิทธิอุทธรณ์ต่อเลขาธิการได้ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะพิจารณาอุทธรณ์เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างการอุทธรณ์

เลขาธิการอาจพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน

ดำเนินการต่อไปได้

หมวด

ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในกรณีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ต้องอาศัยองค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการตรวจสอบ

หรือตรวจวิเคราะห์ประกอบกับหากการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีตามประกาศนี้

จะมีผลให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตไม่เป็นตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสาหรับประชาชนด้วยแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจประกาศการขึ้นบัญชีให้องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามวรรคหนึ่ง

เป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน ของรัฐ หรือองค์กรเอกชนตามประกาศนี้

โดยให้ยกเว้นการพิจารณาหรือดำเนินการตามประกาศนี้ ได้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

ทั้งนี้

ในการประกาศการขึ้นบัญชีตามวรรคสอง ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเร่งรัดหรือผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาต

รวมถึงหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะของหน่วยงาน หรือองค์กรที่ขึ้นบัญชีไว้ด้วย

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๙๖/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8acf9bec64073425

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com