ข้อ ๑
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒๔) (๒๕) (๒๖) (๒๗) และ (๒๘) แห่งข้อ ๓
ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ดำรงเงินกองทุนเป็น
อัตราส่วนกับสินทรัพย์ทั้งสิ้น ลงวันที่
๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๖
"(๒๔) สิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจหรือ
สำหรับพนักงานและลูกจ้างสุทธิภายหลังตัดบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายแล้ว
(๒๕)
เงินสดระหว่างเรียกเก็บตามตราสารประเภทที่จะต้องจ่ายคืนเมื่อทวง
ถามเฉพาะที่อยู่ระหว่างรอเรียกเก็บ
ซึ่งจะเรียกเก็บได้ในวันทำการถัดไปและตราสารนั้นธนาคาร
พาณิชย์เป็นผู้สั่งจ่าย
(๒๖) ดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์รัฐบาลไทย
หรือของพันธบัตรองค์การของ
รัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฏหมายจัดตั้งขึ้น
หรือของหุ้นกู้หรือพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
ต้นเงินและดอกเบี้ย
หรือของหุ้นกู้หรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่ออกโดยธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร
หรือบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๒๗)
สินทรัพย์เฉพาะส่วนที่เท่ากับเงินสำรองสำหรับการลดค่าของสินทรัพย์
(๒๘) เงินให้สินเชื่อร้อยละ ๒๐ ของเงินให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ
ดังต่อไปนี้
(ก) กิจการเพื่อการเกษตร ซึ่งหมายความถึง
กิจการที่ประกอบการ
กสิกรรม การประมง หรือการเลี้ยงสัตว์
(ข)
กิจการเพื่อการอุตสาหกรรมและกิจการเหมืองแร่
(ค) กิจการค้าส่งผลิตผลทางการกสิกรรม
เฉพาะที่เป็นการค้าที่ซื้อ
ผลิตผลจากผู้ประกอบการกสิกรรมโดยตรง
(ง)
เงินให้สินเชื่อเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยตามที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด"