法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบการยาสูบแห่งประเทศไทย ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบการยาสูบแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทย

พ.ศ.

๒๕๖๑

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๖ วรรคสาม บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐมีประมวลจริยธรรม

เพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท

การยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงต้องจัดให้มีระเบียบเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทยเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑

คณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย จึงวางระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบการยาสูบแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบการยาสูบแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑

ฉบับลงวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใด

ในส่วนที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกคำสั่ง หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้

กรณีเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ให้ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“ยสท.” หมายถึง

การยาสูบแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ” หมายถึง

คณะกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่าการ” หมายถึง

ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย

“ผู้บริหาร” หมายถึง

ผู้ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่หัวหน้ากองหรือเทียบเท่าขึ้นไป

“พนักงาน” หมายถึง

พนักงานและลูกจ้างทุกประเภทของการยาสูบแห่งประเทศไทย

“จริยธรรม” หมายถึง

มาตรฐานความประพฤติที่เหมาะสมต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งมุ่งมั่นในเรื่องความยุติธรรม

ความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจ

“ครอบครัว” หมายถึง

บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในทางสายเลือด

หรือจากการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย

“บุคคลใกล้ชิด” หมายถึง

บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ ในทางสัมพันธภาพใด ๆ

อย่างใกล้ชิด เช่น ญาติสนิท เพื่อนสนิท หรือบุคคลที่อยู่อาศัยร่วมกัน

เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้รับ

หรือจะได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติ ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อครหาหรือมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติงานนั้น

“ของขวัญ” หมายถึง ของขวัญตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

หมวด

มาตรฐานจริยธรรม

ส่วนที่

มาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้บริหารและพนักงานทุกคน

ต้องปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ๙ ประการดังนี้

(๑)

การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม

(๒) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์

สุจริต และรับผิดชอบ

(๓)

การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๔) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง

เป็นธรรม และถูกกฎหมาย

(๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว

มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ

(๖)

การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

(๗) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้

(๘) การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๙)

การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

ส่วนที่

มาตรฐานจริยธรรมต่อองค์กร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้บริหารและพนักงาน

ต้องประพฤติปฏิบัติและวางตน อยู่ในกรอบประมวลจริยธรรมนี้

อย่างเคร่งครัด ตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดี ควรแก่การยกย่อง

ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทั่วไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้บริหารและพนักงาน

ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความเสียสละทุ่มเทสติปัญญา

ความรู้ความสามารถ ให้บรรลุผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพ

ตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ยสท.

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้บริหารและพนักงาน

ต้องรักษาความลับที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ และการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับจะกระทำได้ต่อเมื่อมีอำนาจหน้าที่

และได้รับอนุญาตจากผู้ที่มีอำนาจหน้าที่หรือเป็นไปตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งไปแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือไม่ก็ตาม ตลอดจนไม่รับของขวัญ

หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ

อันอาจจะเกิดการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้บริหารและพนักงาน ต้องหลีกเลี่ยงการมีผลประโยชน์

หรือส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ ยสท.

หรือในกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับ ยสท. ทั้งนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

อันเป็นการเบียดบังเวลา หรือเบียดบังการทุ่มเทเอาใจใส่ในหน้าที่ความรับผิดชอบที่มีต่อ

ยสท. หรืออาจสร้างความเสียหายให้กับ

ยสท.

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้บริหารและพนักงาน

ต้องหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงินหรือผลประโยชน์หรือความสัมพันธ์ใด

ๆ กับผู้อื่น รวมทั้งลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้ ยสท.

ต้องเสียผลประโยชน์หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านความภักดีหรือผลประโยชน์

หรือขัดขวางการปฏิบัติการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้บริหารและพนักงาน ครอบครัว

หรือบุคคลใกล้ชิด

ต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือได้รับผลประโยชน์จากนิติบุคคลหรือผู้อื่นที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับ

ยสท. รวมทั้งไม่เป็นผู้จัดหาสินค้าหรือบริการให้กับ ยสท. ในฐานะผู้ค้า ผู้ขาย

หรือผู้ให้เช่าทรัพย์สิน ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนไม่เป็นผู้ชี้นาหรือมีอิทธิพลหรือเอื้อประโยชน์ให้ผู้อื่นต่อการดำเนินธุรกิจดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้บริหารและพนักงาน ตลอดจนครอบครัว

ต้องรักษาและเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ร่วมงาน พร้อมกับการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในทางที่ชอบ

ส่วนที่

จริยธรรม

หรือจรรยาบรรณทางวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้บริหารและพนักงาน

ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ โดยอาศัยวิชาชีพใด ซึ่งมีการกำหนดประมวลจริยธรรม

หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพนั้นไว้เป็นการเฉพาะ ต้องถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม

หรือจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพนั้นด้วย อาทิเช่น จรรยาบรรณของแพทย์ พยาบาล เภสัชกร วิศวกร

หรืออื่น ๆ โดยนำมาใช้บังคับเพิ่มเติม สำหรับผู้บริหารและพนักงานที่ประกอบวิชาชีพดังกล่าว แล้วแต่กรณี

หมวด

กลไกและระบบบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ผู้ว่าการ กำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติของผู้บริหารและพนักงาน

ให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

มีผู้บริหารหรือพนักงานประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้รองผู้ว่าการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานของฝ่ายหรือหน่วยงานที่ผู้บริหารหรือพนักงานผู้นั้นสังกัดอยู่ในขณะนั้น

เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

รองผู้ว่าการประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้ผู้ว่าการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

ผู้ว่าการประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้คณะกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การดำเนินการตามข้อ ๑๘

ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยธรรม จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

แต่ไม่เกินห้าคน เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ถ้าหากได้ดำเนินการสอบสวนตามข้อ ๑๙ แล้ว

ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ

๑๘ สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๘ สั่งลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามประมวลจริยธรรมนี้

การสั่งยุติเรื่องของผู้รับผิดชอบดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือเป็นที่สุด เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังที่อาจทำให้ผลการสั่งการนั้นเปลี่ยนแปลงไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การดำเนินการทางจริยธรรมตามข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙

และข้อ ๒๐ ให้นำแนวทางและวิธีการสอบสวนตามระเบียบ ยสท. มาใช้โดยอนุโลมอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เท่าที่ไม่ขัดต่อสภาพการณ์ และเจตนารมณ์ของการดำเนินการทางจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การดำเนินการในกรณีที่มีการฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในประมวลจริยธรรมนี้จะถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมหรือไม่

ให้วินิจฉัยตามลักษณะของการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนาการหลีกเลี่ยงจริยธรรมหรือความสำคัญผิด

มูลเหตุจูงใจ ความสำคัญและระดับตำแหน่งและหน้าที่ของผู้ฝ่าฝืน

หรือเหตุอื่นใดอันควรจะนามาประกอบการพิจารณา

หมวด

ขั้นตอนการลงโทษ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

ผู้บริหารหรือพนักงานประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้ ซึ่งเป็นความผิดวินัย

ให้ดำเนินการตามระเบียบเกี่ยวกับวินัยของพนักงาน ยสท. ที่ใช้บังคับอยู่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กรณีมีการฝ่าฝืนจริยธรรมของผู้บริหารหรือพนักงานตามประมวลจริยธรรมนี้แต่มิใช่ความผิดวินัยหรือความผิดทางอาญา

ก็ให้ดำเนินการตามสมควรแก่กรณี เพื่อให้มีการแก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้อง

ดังต่อไปนี้

(๑) ตักเตือนด้วยวาจา

(๒) ตักเตือนเป็นหนังสือ

(๓) นำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง

การเข้าสู่ตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน

หรือการพิจารณาความดีความชอบ

(๔) สั่งให้ผู้ฝ่าฝืนนั้น

ปรับปรุงตนเองหรือได้รับการพัฒนาด้านทัศนคติ และค่านิยมให้มีจิตสำนึกที่ดีเชิงจริยธรรม

การดำเนินการดังกล่าว จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การกระทำกรรมเดียว ที่มีทั้งความผิดวินัย

และเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้ลงโทษวินัยได้ครั้งเดียวในการกระทำนั้น

และอาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นปรับปรุงตนเองหรือได้รับการพัฒนาด้านทัศนคติ และค่านิยม

ให้มีจิตสำนึกที่ดีเชิงจริยธรรมและจรรยาบรรณ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ระเฑียร

ศรีมงคล

ประธานกรรมการการยาสูบแห่งประเทศไทย

พัชรภรณ์/จัดทำ

๒๒ กันยายน ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๓๒๘ ง/หน้า ๙/๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบการยาสูบแห่งประเทศไทย ว่าด้วยประมวลจริยธรรมผู้บริหารและพนักงานการยาสูบแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8b4964c85273bf1c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com