法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓๒/๒๕๕๙

เรื่อง

มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการลักลอบนำสารเคมี

วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จำเป็นต้องกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันการนำเข้า ส่งออก นำผ่าน ขนย้าย ผลิต

ขาย มีไว้ในครอบครองในพื้นที่ควบคุม เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ

หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้

“ผู้ทำธุรกรรม” หมายความว่า

(๑)

ผู้นำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือขนย้ายในพื้นที่ควบคุม

(๒)

ผู้ผลิต ขาย

หรือมีไว้ในครอบครองไม่ว่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นและไม่ว่าจะเพื่อประการอื่นใดและรวมถึงการทิ้งอยู่

หรือปรากฏอยู่ในบริเวณที่อยู่ในความครอบครองด้วย ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ควบคุม

(๓)

ตัวแทน นายหน้า หรือคนกลางเจรจาติดต่อระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้ส่ง

“ธุรกรรมต้องสงสัย” หมายความว่า

ธุรกรรมซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(๑)

ผู้ทำธุรกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๒ (๓)

(๒)

ผู้ทำธุรกรรมจงใจแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญ

(๓)

ผู้ทำธุรกรรมซึ่งมีหนังสือเรียกตามคำสั่งนี้ ไม่มาให้ถ้อยคำ

ไม่ส่งเอกสารหรือวัตถุตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

หรือมาให้ถ้อยคำแล้วแต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าธุรกรรมนั้นได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย

(๔)

ไม่ปรากฏผู้ทำธุรกรรมมีตัวตนแน่นอน หรือปรากฏว่ามีการใช้ชื่อปลอมหรือเท็จหรือผู้ทำธุรกรรมได้หลบหนีหรือต้องหาคดียาเสพติด

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เพื่อประโยชน์ในการป้องกัน ระงับ

หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจประกาศกำหนดมาตรการดังต่อไปนี้ในการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี

วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด

(๑)

ชื่อ ปริมาณของสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือควบคุม

(๒)

กำหนดพื้นที่ควบคุมสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือนั้น

โดยอาจกำหนดห้วงเวลาหรือระยะเวลาตามที่เห็นสมควรก็ได้

(๓)

กำหนดหน้าที่ของผู้ทำธุรกรรมและวิธีดำเนินการอื่นใดเพื่อควบคุมสารเคมี วัสดุ

หรือเครื่องมือตาม (๑) และ (๒)

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ

รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

เข้าไปในสถานที่ผลิตหรือเก็บสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือ

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้

(๒)

ตรวจค้นบุคคล สถานที่ หรือยานพาหนะที่บรรทุกสารเคมี วัสดุ

หรือเครื่องมือในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ทั้งนี้

อาจนำสารเคมีในปริมาณเท่าที่จำเป็นไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบได้

(๓)

กัก ยึด หรืออายัดสารเคมี วัสดุ เครื่องมือ ยานพาหนะ ภาชนะบรรจุ สมุดบัญชี เอกสาร

หรือสิ่งของอื่น ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นธุรกรรมต้องสงสัย

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกินสามสิบวัน ทั้งนี้

ถ้ามีเหตุจำเป็นเลขาธิการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกินสามสิบวัน

(๔)

มีหนังสือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ ส่งเอกสาร หรือวัตถุใด ๆ

มาเพื่อให้บุคคลนั้นพิสูจน์ว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของที่กัก ยึด

หรืออายัดตาม (๓) นั้น ได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ใช้อำนาจกัก ยึด

หรืออายัดตามข้อ ๓ (๓) แล้วให้รายงานเลขาธิการภายในสามวัน และให้เลขาธิการมีอำนาจ

ดังต่อไปนี้

(๑)

สั่งคืนสิ่งของที่กัก ยึด หรือแจ้งการถอนอายัด

ในกรณีเห็นว่าธุรกรรมนั้นไม่เป็นธุรกรรมต้องสงสัย

หรือผู้ทำธุรกรรมสามารถพิสูจน์ได้ว่าตนได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต

ให้เจ้าพนักงานแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ควรได้รับคืนให้มารับสิ่งของที่กัก

ยึด หรือแจ้งการถอนอายัดไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถแจ้งได้

ให้โฆษณาทางหนังสือพิมพ์หรือโดยปิดประกาศในที่เปิดเผย ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงาน

และสถานที่อายัดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(๒)

สั่งทำลาย หรือจัดการตามที่เห็นสมควร ในกรณีดังนี้

(ก)

เห็นว่าธุรกรรมนั้นเป็นธุรกรรมต้องสงสัย

และผู้ทำธุรกรรมไม่มาพิสูจน์ว่าตนได้ทำธุรกรรมนั้นโดยสุจริต

(ข) ปรากฏว่าผู้ควรได้รับคืนไม่มาขอรับสิ่งของที่กัก ยึด

หรืออายัดไว้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่แจ้งเป็นหนังสือหรือวันที่โฆษณาทางหนังสือพิมพ์

หรือวันที่ปิดประกาศในที่เปิดเผยตาม (๑) หรือ

(ค)

ไม่ปรากฏว่ามีผู้ทำธุรกรรมมาแสดงตนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ใช้อำนาจกัก ยึด

หรืออายัดตามข้อ ๓ (๓)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ให้เลขาธิการ

รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บรรดาสารเคมีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศตามข้อ

๒ (๑) ซึ่งเจ้าพนักงานตามกฎหมายอื่นได้กัก ยึด

หรืออายัดไว้อยู่ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการกัก ยึด หรืออายัดตามคำสั่งนี้

และให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายดังกล่าวนั้นรายงานเลขาธิการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ

เพื่อเลขาธิการดำเนินการตามคำสั่งนี้ต่อไป ทั้งนี้

หากมีความจำเป็นเลขาธิการอาจขยายระยะเวลาการรายงานได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๑

มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปริยานุช/จัดทำ

๒๒ มิถุนายน

๒๕๕๙

ปุณิกา/ตรวจ

๒๒ มิถุนายน

๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๓๙ ง/หน้า ๑๕/๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๙

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการลักลอบนำสารเคมี วัสดุ หรือเครื่องมือบางประเภทไปใช้ผลิตยาเสพติด (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8b866c7d29556487

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com