ประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ฉบับที่ ๔/๒๕๕๖
เรื่อง
ยกเลิกประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย[๑]
ตามที่ได้มีการประกาศให้เขตพื้นที่ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
และเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ระหว่างวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๖
และมีข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ซึ่งได้มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
หรือผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด
หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควรโดยผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ได้อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ ข้อ ๔ และวรรคสาม ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
ออกประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยไว้ ดังนี้
๑. ฉบับที่ ๑/๒๕๕๖
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เรื่อง ห้ามบุคคลเข้าหรือต้องออกจากบริเวณพื้นที่ อาคาร
หรือสถานที่ที่กำหนด
๒. ฉบับที่ ๒/๒๕๕๖
ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เรื่อง ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ
เนื่องจากเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรสามารถดำเนินการแก้ไขได้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบตามปกติหมดความจำเป็นที่จะใช้อำนาจตามประกาศดังกล่าวข้างต้น
ในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงแล้ว
อาศัยอำนาจตามวรรคสาม ของข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยจึงให้ยกเลิกประกาศศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ฉบับที่ ๑/๒๕๕๖ และฉบับที่ ๒/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
พลตำรวจเอก
อดุลย์ แสงสิงแก้ว
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๔ สิงหาคม
๒๕๕๖
โชติกานต์/ผู้ตรวจ
๑๔ สิงหาคม
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๙๗ ง/หน้า ๑๓/๘ สิงหาคม ๒๕๕๖